"ถ้าคุณคิดจะเดินเข้าไปทางประตูหน้าในสภาพนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงขังด้วยตัวเองหรอกนะครับ ภัทริน"
เสียงของธันวาดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของเมืองใหญ่ที่แผดร้องด้วยเสียงแตรและฝีเท้าของผู้คนที่เร่งรีบ เขาไม่ได้หันมามองผม แต่สายตาจดจ้องไปยังตึกระฟ้าของ 'อัครเดชา คอร์ปอเรชั่น' ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ราวกับเป็นป้อมปราการที่ไม่มีวันถูกตีแตก
ภัทรินหยุดฝีเท้าลงบนฟุตบาทที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อย เธอไม่ได้ตอบในทันที แต่กวาดสายตามองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกตู้โชว์ร้านค้าข้างทาง ชุดสูทที่เคยเนี้ยบกริบตอนนี้มีรอยยับจากการเดินทางข้ามคืน ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยความมั่นใจกลับดูซูบตอบและดวงตาที่ฉายแววเหนื่อยล้า เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นควันรถและไอเสียของเมืองหลวงไม่ได้ทำให้เธอรังเกียจ แต่มันกลับปลุกความรู้สึกคุ้นเคยที่น่าสะอิดสะเอียนขึ้นมา
"ฉันไม่ได้จะเข้าไปเป็นลูกสาวของพ่อที่หายตัวไป แต่ฉันจะเข้าไปเป็นพนักงานธุรการที่ไม่มีใครจำหน้าได้ต่างหากล่ะ ธันวา" เธอกล่าวตอบ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว
ธันวาเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาหันมาหาเธอ ใบหน้าที่มักจะนิ่งเฉยดั่งน้ำแข็งกำลังฉายแววหยั่งเชิง เขาขยับแว่นกันแดดสีเข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำคร่าออกมาจากเสื้อโค้ท
"คุณคิดว่าตระกูลของคุณเปราะบางขนาดนั้นเชียวหรือ? ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นั่นไม่ได้มีไว้แค่กันคนนอก แต่มีไว้เพื่อ 'เก็บกวาด' คนในที่ทำตัวนอกลู่นอกทางด้วย" เขาเว้นจังหวะ สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยังกล้องวงจรปิดที่หมุนวนอยู่เหนือทางเข้าบริษัท "คุณมีเวลาแค่สิบห้านาที ก่อนที่อัลกอริทึมจดจำใบหน้าของที่นั่นจะแจ้งเตือนว่า 'ภัทริน' กลับมาแล้ว คุณแน่ใจนะว่าแผนของคุณมันรัดกุมพอ?"
ภัทรินรับซองเอกสารมา นิ้วมือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับกระดาษข้างใน ในนั้นไม่ใช่ข้อมูลบริษัท แต่เป็นรูปถ่ายของคนในตระกูลที่ตายไปอย่างมีเงื่อนงำเมื่อหลายปีก่อน รูปที่พ่อของเธอไม่เคยอนุญาตให้ใครเอ่ยถึง
"ความตายของแม่ไม่ใช่ความลับสำหรับฉันหรอกนะ" ภัทรินพูดขึ้นขณะเดินแทรกตัวผ่านฝูงชนที่เร่งรีบเข้าไปยังโถงตึก เธอไม่ได้หันกลับไปมองธันวา แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังเดินตามมาห่างๆ ในฐานะ 'เงา' ที่คอยคุ้มกัน
ภายในล็อบบี้บริษัทถูกตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำขลับที่สะท้อนแสงไฟจนดูเหมือนเหวไร้ก้น ภัทรินก้มหน้าหลบสายตา ร่างกายของเธอถูกเปลี่ยนโฉมด้วยวิกผมสั้นสีเข้มและแว่นตากรอบหนา เธอเดินผ่านจุดตรวจความปลอดภัยด้วยท่าทางที่ฝึกฝนมาอย่างดี—ไม่ช้าเกินไปจนดูน่าสงสัย และไม่เร็วเกินไปจนดูมีพิรุธ
เมื่อก้าวเข้าสู่ลิฟต์ตัวที่ห้า ซึ่งเป็นลิฟต์สำหรับพนักงานระดับล่าง ความเงียบงันเริ่มปกคลุม เธอหยิบโทรศัพท์มือถือที่ดัดแปลงขึ้นมาขึ้นมาตรวจสอบสัญญาณรบกวน ธันวาส่งข้อความสั้นๆ เข้ามา
*‘ชั้น 14 แผนกบัญชีเก่า พ่อของคุณเก็บไฟล์ชุดสุดท้ายไว้ที่นั่น... อย่าเชื่อใจใครแม้แต่พนักงานที่นั่งโต๊ะข้างๆ’*
หัวใจของภัทรินเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอมาถึงชั้น 14 กลิ่นอายของเอกสารเก่าๆ และฝุ่นละอองลอยมาปะทะจมูก แผนกนี้ถูกทิ้งร้างไปนานพอๆ กับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อ เธอค่อยๆ เปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวที่มุมสุดของชั้น พลันสายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับบางสิ่งที่ทำให้ทุกความมั่นใจพังทลายลงในพริบตา
บนโต๊ะทำงานที่ควรจะว่างเปล่า กลับมีช่อดอกกุหลาบสีขาวที่ยังสดใหม่วางอยู่ พร้อมกับโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือที่เธอจำได้แม่นยำที่สุดในชีวิต
*‘ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูกรัก... พ่อรอเวลาที่แกจะเดินเข้ามาติดกับดักนี้มานานมากแล้ว’*
ในจังหวะที่หัวใจของเธอกำลังหยุดเต้น เสียงกลอนประตูด้านหลังเธอก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาอย่างใจเย็น ทว่าไม่ใช่เสียงฝีเท้าของธันวา... และไม่ใช่เสียงของยามที่ควรจะเดินตรวจตราในเวลาแบบนี้ ภัทรินค่อยๆ หันกลับไปมองในเงามืดของห้องทำงานที่แสงไฟกำลังกะพริบถี่ๆ ก่อนที่รอยยิ้มเย็นเยียบจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนตรงหน้า—ชายผู้ที่ทุกคนต่างลงความเห็นว่าเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่เธอหนีออกจากบ้าน
ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงดื่มด่ำไปกับความซับซ้อนของเกมชิงไหวชิงพริบในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 18
ในเงามืดของเมืองใหญ่
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!