เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 25

รอยเลือดบนทางเท้า

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"อย่าตายนะ... ได้ยินไหม อย่าเพิ่งรีบหนีไปไหนทั้งนั้น!" เสียงของธันวาแหบพร่า สั่นระริกจนแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น เขาประคองร่างที่โชกไปด้วยเลือดของ 'ภาคิน' ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งมือขวาและเสมือนน้องชายแท้ๆ ไว้ในอ้อมแขน เลือดสีเข้มข้นไหลซึมผ่านนิ้วมือของเขา หยดลงบนทางเท้าที่เปียกชื้นจากน้ำฝนที่เพิ่งขาดเม็ดไปเพียงครู่เดียว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอเสียของรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาในย่านที่ห่างไกลจากแสงไฟของความเจริญ ภัทรินยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความเย็นเยียบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปถึงยอดอก เธอเพิ่งเคยเห็นธันวา ผู้ชายที่เธอเคยค่อนขอดว่ามีหัวใจทำด้วยน้ำแข็ง พังทลายลงจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม "ธันวา..." ภัทรินเรียกแผ่วเบา เธอพยายามก้าวเข้าไปหา แต่เท้าของเธอกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น "ถอยออกไป!" ธันวาตวาดลั่น เสียงนั้นบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยคมกริบดุจมีดโกนบัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เขาไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป "นี่คือผลงานของพวกมัน... พวกที่แกพยายามจะขุดคุ้ยความจริงยังไงล่ะภัทริน! พอใจหรือยัง!" ภัทรินชะงัก คำพูดของเขาราวกับแส้ที่ฟาดลงบนแผลสด เธอรู้ดีว่าภาคินถูกทำร้ายเพราะต้องการปกป้องข้อมูลที่เขาเพิ่งสืบทราบมาเกี่ยวกับ 'รอยจารึก' ในแฟ้มลับของตระกูลเธอ "ฉัน... ฉันไม่คิดว่ามันจะมาถึงขั้นนี้" เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ แม้ข้างในใจจะแตกสลายไม่แพ้กัน "ไม่คิด? คนอย่างเธอมันก็เอาแต่พูดคำว่าไม่คิด!" ธันวากัดฟันแน่น พลางใช้มือกดแผลที่หน้าอกของภาคินไว้เพื่อห้ามเลือด "โลกของเธอที่ถูกห่อหุ้มด้วยความสมบูรณ์แบบ มันทำให้เธอมองไม่เห็นเลยใช่ไหมว่าใต้เงาของตระกูลเธอน่ะ มันมีแต่ซากศพที่ถูกทับถมเอาไว้!" ภัทรินสูดลมหายใจเข้าลึก เธอไม่ได้โต้ตอบ แต่ก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเรียกหน่วยกู้ภัยด้วยนิ้วที่สั่นเทา เธอรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวถกเถียงเรื่องถูกผิด สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตของคนที่ยอมเสียสละเพื่อเธอ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหายใจรวยรินของภาคินที่ดังสลับกับเสียงรถที่วิ่งผ่านไปมาห่างๆ ในจังหวะนั้นเอง สายตาของภัทรินเหลือบไปเห็นบางอย่างตกอยู่ข้างถังขยะใกล้กับร่างของภาคิน มันคือจี้ห้อยคอรูปสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ตราประทับเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในรอยจารึกบนผนังห้องใต้ดินบ้านของเธอ เธอค่อยๆ ย่อตัวลงช้าๆ พยายามไม่ให้ธันวาสังเกตเห็น มือของเธอเอื้อมไปหยิบวัตถุนั้นขึ้นมา ความเย็นของโลหะสัมผัสกับปลายนิ้ว เธอมั่นใจว่านี่ไม่ใช่เครื่องประดับธรรมดา แต่มันคือเบาะแสสำคัญที่ใครบางคนตั้งใจทิ้งไว้เพื่อล่อให้พวกเขาเดินเข้าไปหาความตาย "ธันวา..." ภัทรินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ราวกับคนละคน "ภาคินไม่ได้ถูกทำร้ายโดยบังเอิญ" ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความสับสน "เธอพูดเรื่องอะไร" "ดูนี่" ภัทรินแบมือออก เผยให้เห็นจี้ห้อยคอที่มีรอยเลือดติดอยู่ ธันวานิ่งไป สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นกลายเป็นความตื่นตระหนกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เขาปล่อยร่างของภาคินให้พิงกับผนังตึกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่มั่นคงขึ้น แม้จะยังเต็มไปด้วยโทสะ "มันเป็นสัญลักษณ์ของ 'กลุ่มเงาจารึก'" ธันวาพึมพำ น้ำเสียงของเขากลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง แต่มันเป็นความเย็นที่น่าสะพรึงกลัว "พวกมันรู้ว่าเรากำลังขยับตัว" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งที่จอดนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่ก็สาดส่องเข้ามา ภัทรินรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่จ้องมองมายังพวกเขาจากเงามืดของกระจกรถที่ฟิล์มดำสนิท เสียงปืนเก็บเสียงดัง 'ฟึ่บ' เบาๆ ขึ้นกลางอากาศหนึ่งนัด กระสุนถากผ่านไหล่ของภัทรินไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนจะไปฝังลงในผนังปูนด้านหลัง "หลบเร็ว!" ธันวากระชากตัวเธอให้ลงไปหมอบกับพื้นทันที ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่ากระสุนนัดนั้น คือเสียงหัวเราะที่แว่วออกมาจากลำโพงหน้ารถ เป็นเสียงที่ภัทรินจำได้แม่นยำที่สุด เสียงที่เธอเคยได้ยินในทุกค่ำคืนที่เธอนั่งทานมื้อเย็นกับครอบครัว—เสียงของผู้เป็นบิดาของเธอเอง "พ่อ..." ภัทรินครางออกมาด้วยความสิ้นหวัง ประตูรถฝั่งที่นั่งคนขับเปิดออก รองเท้าหนังขัดมันก้าวลงมาเหยียบย่ำบนรอยเลือดบนทางเท้าอย่างไม่สะทกสะท้าน ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเงยหน้าขึ้นมองภัทรินด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้า "เกมนี้มันจบลงแล้ว ภัทริน" ชายคนนั้นกล่าวพลางยกปืนขึ้นเล็งมาที่พวกเขา "เธอน่าจะรู้อยู่แก่ใจนะว่า รอยจารึกมันไม่ได้มีไว้ให้มนุษย์ครอบครอง... แต่มันมีไว้เพื่อ 'เซ่นสังเวย' เท่านั้น" เงาของเขาทอดยาวทาบทับร่างของภัทรินและธันวาที่จนมุมอยู่กับทางเท้าที่อาบไปด้วยสีแดงฉาน ความมืดมิดของค่ำคืนราวกับจะกลืนกินทุกอย่างที่เหลืออยู่ให้หายไปในพริบตา ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางที่แสนบีบคั้นหัวใจนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%