“คุณไม่ได้ถูกเชิญให้มาที่นี่ในฐานะแขก และผมก็ไม่ได้มีหน้าที่ต้องต้อนรับคนที่พยายามจะทำลายทุกอย่างที่ผมสร้างขึ้น”
น้ำเสียงของประมุขตระกูลสั่นไหวด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากไขสันหลัง มันไม่ใช่ความโกรธที่ระเบิดออก แต่มันคือความเฉยเมยของนักล่าที่มองเหยื่อในกรงขัง ภัทรินยืนนิ่ง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความอัดอั้น ทว่าดวงตายังคงจ้องมองชายสูงวัยตรงหน้าไม่กะพริบ เธอไม่ได้สนใจเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปากของธันวาที่พยายามยันตัวขึ้นมาจากมุมห้อง เขาทำได้เพียงส่งสายตาเตือนสติว่านี่คือ ‘กับดัก’
“ความภูมิใจของท่าน... มันแลกมาด้วยชีวิตของกี่คนกันครับ?” ภัทรินเอ่ยถาม เสียงของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำที่ไร้ลมพัด แต่ทว่าแฝงไปด้วยคมมีดที่ซ่อนอยู่ “ท่านไม่ได้สร้างตระกูลขึ้นมา ท่านแค่กัดกินมันจนเหลือแต่เปลือก”
ชายสูงวัยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาขยับกายเดินวนรอบตัวเธออย่างเชื่องช้า รอยยิ้มบนใบหน้านั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา “โลกนี้ไม่มีใครสะอาดหรอกภัทริน เธอเองก็เช่นกัน ถ้าเธอคิดว่าหลักฐานที่เธอถืออยู่ในมือตอนนี้จะทำอะไรผมได้... ผมแนะนำให้เธอกลับไปทบทวนดูใหม่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ใครกันแน่ที่เป็นคนส่งเบาะแสเหล่านั้นให้เธอ”
คำพูดนั้นทำให้ภัทรินชะงัก เธอเหลือบมองกระเป๋าเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่องข้างๆ ในนั้นมีบัญชีลับที่เชื่อมโยงถึงการฟอกเงินและการค้ามนุษย์ แต่นั่นคือจุดที่น่าสงสัยที่สุด—เพราะมันได้มาง่ายเกินไป
“ธันวา...” ภัทรินพึมพำขณะปรายตาไปหาชายหนุ่มที่ยังคงหอบหายใจอยู่ข้างกำแพง
“ไม่ต้องมองหาความช่วยเหลือจากคนทรยศหรอก” ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลกล่าวต่อ พร้อมกับหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากเสื้อสูทของตนเอง “นี่คือความจริงที่เธอควรจะเห็นตั้งนานแล้ว ก่อนที่จะเอาชีวิตไปทิ้งเพียงเพราะความแค้นที่ไม่มีรากฐาน”
เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง ภัทรินก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อสายตาปะทะกับภาพถ่ายและเอกสารที่ระบุชื่อของ ‘ธันวา’ ในฐานะผู้บงการตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังความพินาศของครอบครัวเธอมาตลอดสามปี ไม่ใช่ในฐานะผู้ช่วยเหลือ แต่ในฐานะผู้ควบคุมเกมที่เธอกำลังเล่นอยู่
“มันไม่ใช่... นี่มันเรื่องโกหก” ภัทรินเค้นเสียงออกมา ร่างกายเธอเย็นวาบ
“โกหกหรือครับ?” เสียงของธันวาดังขึ้นจากมุมห้อง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยเย็นชาตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยที่ลึกซึ้ง “ถ้าผมเป็นคนวางแผนทั้งหมดเพื่อให้เธอมาถึงจุดนี้ได้... เธอจะทำอย่างไรภัทริน เธอจะฆ่าผมด้วยมือของเธอเอง หรือจะยอมจำนนเพื่อรักษาเศษซากของตระกูลนี้ไว้?”
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนจากโถงทางเดินเริ่มหนาแน่นขึ้น ประตูห้องทำงานถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำหลายคนก้าวเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกทิศทาง ภัทรินตกอยู่ในวงล้อมที่ไม่มีทางหลีกหนี ความจริงตรงหน้ากำลังบดขยี้ทุกความเชื่อที่เธอเคยมี แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง สติของเธอกลับแจ่มชัดขึ้น เธอสังเกตเห็นบางอย่าง... มือของธันวาที่กำอยู่ข้างลำตัวนั้นไม่ได้สั่นไหวด้วยความกลัว แต่เขากำลังกดปุ่มส่งสัญญาณบางอย่างในฝ่ามือ
“ถ้าวันนี้ต้องตาย...” ภัทรินขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ประมุขตระกูลต้องขมวดคิ้ว “ผมก็อยากให้ท่านได้เห็นว่า ‘เหยื่อ’ ที่ท่านคิดว่าคุมเกมได้ทั้งหมด กำลังจะได้เป็นคนถือไพ่ใบสุดท้าย”
เธอคว้าเครื่องอัดเสียงขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในปกเสื้อออกมาวางลงบนโต๊ะด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าที่ใครจะคาดคิด เสียงบทสนทนาเมื่อครู่—คำสารภาพทุกถ้อยคำ—ถูกเปิดกระจายออกสู่ระบบลำโพงที่ซ่อนอยู่รอบอาคาร เสียงของหัวหน้าตระกูลที่ยอมรับผิดทั้งหมดดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ ภัทรินกดปุ่ม ‘Send’ บนโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกับสื่อมวลชนและหน่วยงานตรวจสอบบัญชีที่เธอได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า
ทว่า ในวินาทีที่ความหวังกำลังจุดประกาย ธันวากลับก้าวเข้ามาใกล้เธอจนชิด ร่างกายของเขากำบังเธอไว้จากวิถีกระสุนที่อาจพุ่งมาได้ทุกเมื่อ แต่สิ่งที่เขาทำกลับทำให้หัวใจของภัทรินหยุดเต้น เขาโน้มตัวลงมาข้างหูเธอแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือกที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน
“สิ่งที่เธอทำไปเมื่อครู่... มันคือการประกาศสงครามกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่คนในห้องนี้” เขาผละออกมองหน้าเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน “เพราะถ้าเธอคิดว่าเธอคือคนเดียวที่แบล็กเมลคนในห้องนี้ได้... เธอก็คิดผิดแล้วล่ะ”
เขาฉีกยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดกลายเป็นความสยองขวัญ ก่อนจะคว้าปืนพกขึ้นมาจากโต๊ะแล้วหันปากกระบอกปืนไปทางหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่—ไม่ใช่เพื่อยิงใคร แต่เพื่อระเบิดหน้าต่างนั้นทิ้งจนแตกกระจาย พร้อมกับเสียงไซเรนของตำรวจที่ดังแว่วเข้ามาจากระยะไกล แต่ทว่า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงไซเรนของตำรวจปกติ แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยของระบบทำลายล้างตัวเองที่คนในตระกูลนี้เท่านั้นที่รู้ว่ามันคืออะไร
พื้นห้องเริ่มสั่นสะเทือน ความมืดมิดจากระบบไฟที่ดับลงกะทันหันทำให้มองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง และในความมืดนั้นเอง เสียงกระซิบของใครบางคนที่ภัทรินไม่รู้จักก็ดังขึ้นใกล้ตัวเธอจนขนลุกซู่ “คุณทำพลาดแล้ว... เพราะคุณไม่ใช่คนเดียวที่อยากจะทำลายตระกูลนี้ และตอนนี้... พวกเราทุกคนกำลังจะตายไปพร้อมกับความลับพวกนี้ครับ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 27
แผนการขั้นเด็ดขาด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!