"ถ้าความตายคือหมึกที่ใช้เขียนตอนจบของเรื่องนี้ งั้นผมขอเป็นคนสะบัดปากกานั้นเอง"
เสียงของชายคนนั้นเย็นเยียบราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องโถงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับของกาลเวลาและรอยจารึกนับพัน ภัทรินยืนนิ่ง หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่ด้วยความกลัวตาย แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่า 'ชีวิตที่ผ่านมา' กำลังจะถูกพิพากษาในนาทีนี้
ธันวาขยับตัวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ สัญชาตญาณปกป้องของเขาสั่นไหวผ่านดวงตาที่เคยเย็นชา บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่แท้จริง
"อย่าทำเรื่องที่ย้อนกลับไปไม่ได้เลย" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ มือของเขากระชับอาวุธในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน "ภัทรินไม่ใช่ตัวแทนของความผิดพลาดในอดีตของแก และฉัน... ก็ไม่ใช่หมากตัวเดิมที่แกจะเล่นงานได้ตามอำเภอใจ"
ชายปริศนาหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะดังก้องสะท้อนไปมาเหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย "ความผิดพลาด? ไม่ใช่หรอก... พวกเธอคือ 'รอยจารึก' ที่ยังคงเต้นได้ และฉันก็แค่จะลบมันทิ้ง เพื่อให้ตำนานเรื่องนี้สมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก"
ภัทรินสูดลมหายใจเข้าลึก ความเงียบที่กดทับเธอมาตลอดชีวิตในบ้านที่เข้มงวด ความรู้สึกว่าตนเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความคาดหวังที่ไม่มีวันเติมเต็ม บัดนี้มันกำลังหลอมรวมเป็นความกล้าหาญที่แปลกประหลาด เธอเดินก้าวออกไปข้างหน้าธันวาหนึ่งก้าว สบตาชายผู้ถืออาวุธนั้นโดยไม่หลบสายตา
"คุณบอกว่าเราคือรอยจารึกงั้นเหรอ?" ภัทรินถาม น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่หนักแน่น "ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงลืมไปว่า รอยจารึกถูกสลักขึ้นมาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อให้คนทำลายมันทิ้งเพื่อกลบเกลื่อนความทรงจำที่น่าอดสูของตัวเอง"
ชายคนนั้นชะงัก ฝ่ามือที่ถืออาวุธสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที
"อดีตไม่ได้มีไว้ให้คุณขังใครไว้ในกรงหรอกครับ" ธันวาเสริมขึ้นทันที เขาอาศัยจังหวะที่ชายคนนั้นเสียสมาธิ พุ่งตัวเข้าประชิดด้วยความเร็วราวกับเงา "มันมีไว้ให้เราเดินผ่าน เพื่อจะรู้ว่าเราไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป"
การต่อสู้ไม่ได้เริ่มด้วยเสียงตะโกน แต่เริ่มด้วยความเงียบที่แตกสลาย ภัทรินไม่ได้ถอยหนี เธอหยิบฉวยเอาเศษกระดาษจดบันทึกที่ตกอยู่ข้างตัว ซึ่งเป็นบันทึกชีวิตของเธอที่เขียนทิ้งไว้ในบทก่อนหน้า แล้วขยำมันแน่น ความเจ็บปวดที่เคยเป็นโซ่ตรวน บัดนี้กลายเป็นพลังงานที่ทำให้เธอเห็นทางออก ไม่ใช่ทางออกจากห้องนี้ แต่เป็นทางออกจากความรู้สึก 'ไร้ตัวตน' ของตัวเอง
ธันวากับชายคนนั้นแลกเปลี่ยนคมอาวุธกันด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบมองไม่ทัน ทุกครั้งที่โลหะปะทะกัน ประกายไฟกระจายตัวราวกับดอกไม้ไฟที่กำลังจะดับแสง ภัทรินเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความเข้าใจ เธอตระหนักได้ว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอพยายามเป็น 'ใครบางคน' ตามที่ครอบครัวต้องการ จนลืมถามตัวเองว่าเธอต้องการอะไร จนกระทั่งถึงตอนนี้ ในนาทีที่ความตายมาเยือน เธอกลับพบว่าตัวเอง 'มีตัวตน' ชัดเจนที่สุดในรอบยี่สิบปี
"จบกันเสียที!" ชายคนนั้นตะโกนลั่น เขาอาศัยจังหวะที่ธันวาพลาดท่า เตะเขาจนร่างกระเด็นไปกระแทกกับผนังจารึกจนฝุ่นตลบ
ภัทรินพุ่งตัวออกไป ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เธอวิ่งเข้าหาชายคนนั้น เธอไม่ได้ใช้อาวุธ แต่ใช้ความเด็ดเดี่ยวเข้าขวางทางรอยจารึกหลักกลางห้อง ซึ่งเป็นจุดที่ชายคนนั้นยึดถือเป็นที่มั่นทางใจ "คุณอยากลบอดีตใช่ไหม? งั้นเริ่มที่ตรงนี้เลย... ลบความโกรธแค้นที่คุณแบกไว้ออกไปให้หมด!"
เธอกระแทกตัวเข้ากับแท่นศิลาที่สลักรอยจารึกนั้นจนมันร้าวไปทั่วทั้งแผ่น ความรู้สึกเหมือนกำแพงในใจที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความกดดันของครอบครัวพังทลายลงพร้อมกับหินก้อนนั้น
"หยุดเดี๋ยวนี้!" ชายคนนั้นกรีดร้อง ความมั่นใจทั้งหมดของเขามลายสิ้นเมื่อเห็นสิ่งที่เขาหวงแหนกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ
ธันวาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าเขามีรอยขาดและเปื้อนเลือด แต่ดวงตาของเขากลับดูปลอดโปร่งอย่างประหลาด เขาเดินมาหยุดข้างๆ ภัทริน มือของเขาสั่นเทาแต่ก็คว้ามือเธอไว้แน่น เราสองคนยืนอยู่ท่ามกลางเศษซากของอดีตที่แตกละเอียด
"เราทำได้แล้ว ภัทริน" ธันวากระซิบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจที่หาได้ยากยิ่ง
ชายคนนั้นทรุดลงกับพื้น มองดูเศษหินในมือด้วยสายตาเลื่อนลอย ความเงียบงันกลับคืนมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่บีบคั้น แต่มันคือความเงียบของ 'จุดจบ' ที่แท้จริง
ทว่า ในขณะที่ลมหายใจของทุกคนเริ่มสงบลง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังกำแพงที่พังทลายลงมา เสียงฝีเท้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่... เสียงฝีเท้าที่ภัทรินจำได้แม่นยำที่สุดตั้งแต่วัยเด็ก
"ลูกทำดีมาก ภัทริน..." เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นจากเงามืด "แต่ลูกลืมไปหรือเปล่าว่า... คนที่สลักรอยจารึกนี้ขึ้นมาแต่แรก คือพ่อคนนี้เอง"
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าที่เรียบเฉยและสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของชายที่ได้ชื่อว่า 'พ่อ' ทำให้ภัทรินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนหยุดเต้น เขามองเศษซากศิลาตรงหน้าด้วยแววตาที่ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะหันมามองธันวาด้วยรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
"เอาล่ะ... ทีนี้ก็มาเริ่มเขียนบทที่สี่สิบกันจริงๆ เสียที"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและก้าวข้ามรอยจารึกไปพร้อมกับตัวละครของผมนะครับ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 39
ก้าวข้ามอดีต
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!