"ถ้าการทรยศคือกลยุทธ์ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองยังมีอำนาจเหนือชีวิตของคนอื่น ผมก็คงต้องบอกว่า... คุณเลือกวิธีที่น่าสมเพชที่สุดแล้วล่ะครับ ธันวา"
เสียงของภัทรินสั่นพร่า แต่นัยน์ตาของเธอกลับแข็งกร้าวราวกับแก้วที่กำลังจะแตกกระจาย เธอจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ฝั่งเดียวกับผู้มีอิทธิพลในตระกูลของเธอ บรรยากาศภายในห้องสมุดเก่าแก่ของคฤหาสน์เงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นเร่าด้วยความเจ็บปวด
ธันวาไม่ได้หันกลับมา เขายังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน มือที่ประสานกันอยู่ด้านหลังนั้นแน่นเสียจนเส้นเลือดปูดโปนออกมาเล็กน้อย เขาไม่ตอบโต้ด้วยคำพูดทันที แต่ความเงียบของเขานั้นกรีดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ
"ผมไม่ได้ทำเพื่ออำนาจ" ธันวาเอ่ยขึ้น ในที่สุดน้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้นทำลายความกดอากาศที่กำลังถาโถม "และผมก็ไม่ได้ทำเพื่อความสะใจของใครทั้งนั้น ภัทริน... คุณรู้จักตระกูลนี้ดีเท่าที่ผมรู้จักหรือเปล่า? คุณคิดว่าความอ่อนโยนที่คุณหยิบยื่นให้โลกใบนี้ มันจะช่วยปกป้องคุณจากคมมีดที่ซ่อนอยู่ในรอยจารึกพวกนี้ได้จริงๆ หรือ"
ภัทรินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน "รอยจารึกงั้นเหรอ? อย่าเอาความลับของครอบครัวมาเป็นข้ออ้างเพื่อจะทรยศกันเลยครับธันวา คุณก้าวไปยืนตรงนั้นแล้ว ยืนอยู่ในที่ที่ทำให้ฉันต้องสูญเสียทุกอย่าง... แม้แต่ความเชื่อใจที่ฉันเคยมีให้คุณมากที่สุด"
เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปหาเขา แม้ขาทั้งสองข้างจะรู้สึกหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวนแห่งความคาดหวังของครอบครัวที่ผูกมัดเธอมาตลอดชีวิต เธอหยุดลงข้างหลังเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโหยหา ทั้งโกรธแค้น และทั้งผิดหวัง
"หันมามองหน้าฉันเดี๋ยวนี้" เธอสั่ง เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด
ธันวาค่อยๆ หันกลับมา แววตาที่เคยเย็นชาและเป็นปริศนาในยามปกติ บัดนี้กลับฉายความร้าวรานบางอย่างที่เขาพยายามปิดบังไว้มาโดยตลอด เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการสื่อสารทุกสิ่งที่ภาษาพูดไม่อาจถ่ายทอดได้
"ถ้าผมยอมให้คุณพังทลายลงไปพร้อมกับความลับพวกนี้ คุณจะไม่มีวันได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเองเลย ภัทริน" ธันวาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนจนเธอรู้สึกได้ถึงความหวั่นไหวที่พยายามขัดขืน "ที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ ที่ผมเลือกที่จะขัดแย้งกับคุณในสายตาของทุกคน... เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่ผมจะดึงคุณออกจากจุดศูนย์กลางของพายุลูกนี้ได้"
"ด้วยการทำร้ายหัวใจฉันเนี่ยนะ?" ภัทรินสวนกลับ ดวงตาของเธอเริ่มรื้นด้วยหยดน้ำใส "คุณรู้ไหมว่าความรู้สึกของการถูกคนที่เชื่อใจที่สุดหักหลังมันเป็นยังไง? มันเหมือนกับว่าทุกอย่างที่ฉันเคยทำมา... ทุกก้าวที่เดินมา มันไร้ความหมายไปหมดเลย"
ธันวายกมือขึ้นช้าๆ ราวกับจะเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่เขากลับชะงักค้างไว้เพียงกลางอากาศ ก่อนจะกำหมัดแน่นแล้ววางมือลงข้างลำตัวตามเดิม "ความเจ็บปวดที่คุณได้รับ มันยังน้อยกว่าสิ่งที่พวกเขาเตรียมไว้ให้คุณหากคุณรู้ความจริงทั้งหมด"
เขาก้าวเข้ามาใกล้เธอจนลมหายใจสัมผัสกัน "ภัทริน... ฟังผมนะ สิ่งที่จารึกไว้ในรอยต่อของตระกูลนี้ไม่ใช่สมบัติ แต่มันคือคำสาปของความคาดหวังที่พยายามเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นเพียงเครื่องมือ ผมยอมเป็นคนเลวในสายตาคุณ ดีกว่าต้องเห็นคุณกลายเป็นหุ่นเชิดของคนพวกนั้นไปตลอดกาล"
"คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนฉัน!" ภัทรินตะโกน ลมหายใจของเธอขาดห้วง "ชีวิตนี้เป็นของฉัน ฉันเลือกเองได้ แม้กระทั่งการจะยอมตายไปพร้อมกับความลับพวกนี้ก็ตาม!"
"งั้นก็ดูนี่" ธันวาหยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นกุญแจโบราณที่สลักลวดลายซับซ้อนที่ภัทรินคุ้นตาเป็นอย่างดี
ภัทรินเบิกตากว้าง กุญแจดอกนั้นคือสิ่งเดียวที่พ่อของเธอเคยบอกว่ามันคือ 'กุญแจสู่อิสรภาพ' แต่เขาบอกว่ามันหายสาบสูญไปนานแล้ว
"คุณไปเอามาได้ยังไง?" เธอถาม เสียงแผ่วลงด้วยความตกใจ
"ผมไม่ได้ขโมยมา" ธันวามองลึกเข้าไปในตาของเธอ แววตาของเขามีความอ่อนโยนฉายชัดขึ้นมาในชั่วขณะ "ผมได้มันมาในวันที่คุณเริ่มตั้งคำถามถึงตัวตนของตัวเอง และนี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าคนบงการที่คุณคิดว่าคุมเกมอยู่ทั้งหมด... จริงๆ แล้วพวกเขากำลังกลัว"
ธันวายื่นกุญแจดอกนั้นให้เธอ แต่มือของเขากลับสั่นสะเทือนเล็กน้อยอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน
ภัทรินรับกุญแจมาสัมผัส ความเย็นของโลหะประหลาดส่งผ่านผิวหนังไปถึงหัวใจ แต่ก่อนที่เธอจะได้ถามอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินข้างนอก เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินดังก้องสะท้อนเข้ามาถึงในห้องสมุด ราวกับสัญญาณเตือนภัยที่ไม่มีใครคาดคิด
ธันวาเปลี่ยนท่าทีในทันที เขาผลักภัทรินไปหลบหลังชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับประตูที่กำลังถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง
"ธันวา! แกทำอะไรลงไป!" เสียงของชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์ตวาดลั่น พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำที่ตามหลังเข้ามา
ธันวานิ่งเงียบ แผ่นหลังของเขายืนหยัดอย่างมั่นคงราวกับกำแพงที่ขวางกั้นโลกภายนอกไม่ให้แตะต้องหญิงสาวที่อยู่เบื้องหลัง ทว่าในจังหวะที่ภัทรินกำลังจะโผล่ออกมาช่วย สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของธันวา—ไม่ใช่กุญแจดอกเดียวที่เธอถืออยู่ แต่มีเศษกระดาษที่เขาจงใจทิ้งไว้ มันเป็นแผนผังทางลับที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างของคฤหาสน์หลังนี้ และที่สำคัญกว่านั้น... ชื่อที่ถูกกากบาทไว้ในฐานะ 'เป้าหมาย' คือชื่อของเธอเอง
และชื่อถัดไปที่ถูกกากบาทด้วยหมึกสีเลือดคือชื่อของธันวาที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
หัวใจของภัทรินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อประตูด้านหลังของห้องสมุดค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นชายอีกคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน... มันคือคนเดียวกับที่เธอเชื่อมาตลอดว่าเป็น 'ผู้ช่วย' ของครอบครัวในเงามืด
"ยินดีต้อนรับสู่บทสุดท้ายที่พวกเธอเขียนไว้ให้ตัวเองนะ" ชายคนนั้นกล่าวพลางถืออาวุธขึ้นมาในมือ "ภัทริน... ธันวา... วันนี้ไม่มีใครได้ออกจากที่นี่ไปทั้งนั้น"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของภัทรินมาจนถึงโค้งสุดท้ายนะครับ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับครับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 38
คำสารภาพของหัวใจ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!