เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 40

นิรันดร์ในรอยจารึก

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
“คุณไม่จำเป็นต้องขีดเขียนประวัติศาสตร์ตามที่คนอื่นขีดเส้นไว้ให้หรอกนะภัทริน เพราะสุดท้ายแล้ว... กระดาษแผ่นนั้นก็เป็นของคุณแต่เพียงผู้เดียว” น้ำเสียงทุ้มต่ำของธันวาดังก้องอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าของความทรงจำ ภัทรินจ้องมองปากกาในมือตนเอง มันหนักอึ้งราวกับแบกรับน้ำหนักของจารึกโบราณที่เธอเฝ้าเพียรพยายามถอดรหัสมาตลอดทั้งชีวิต แต่ในวินาทีนี้ ปลายนิ้วของเธอไม่ได้สั่นไหวเหมือนดั่งที่เคยเป็นมาตลอดหลายปี เธอยืนอยู่กลางห้องสมุดส่วนตัวของตระกูล—สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคุกทางปัญญาที่กดทับเธอไว้ภายใต้กรอบของ ‘ความคาดหวัง’ กองเอกสารและรอยจารึกที่เคยเป็นภาระ กลับกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมายเมื่อเธอตัดสินใจวางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ “คุณพูดเหมือนว่าการหลุดพ้นมันง่ายนักนะธันวา” ภัทรินเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลัง “ครอบครัว... นามสกุล... สิ่งเหล่านี้มันติดตัวมาเหมือนเงา คุณจะให้ฉันสลัดทิ้งไปง่ายๆ แบบนี้จริงๆ หรือ?” ธันวาขยับกาย ก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว เสียงรองเท้าหนังของเขากระทบพื้นไม้เป็นจังหวะที่มั่นคง เขาสวมชุดสีเทาเข้มดูเรียบง่าย ต่างจากภาพจำของชายลึกลับที่เคยลึกลับเกินกว่าจะเอื้อมถึง “เงามันจะดำมืดก็ต่อเมื่อคุณหันหลังให้แสงสว่างต่างหากครับ” เขาหยุดยืนข้างเธอ กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทร์ลอยมาแตะจมูก “คุณแบกรับรอยจารึกของบรรพบุรุษมานานเกินไป จนลืมไปว่ามือของคุณน่ะ... เอาไว้ใช้เขียนอนาคตของตัวเอง ไม่ใช่แค่คัดลอกอดีตของคนอื่น” ภัทรินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของธันวาในวันนี้ไม่มีร่องรอยของความเย็นชาหรือความอำมหิตที่เธอเคยหวาดระแวง มีเพียงความว่างเปล่าที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง... มันเป็นอิสรภาพที่เธอยังไม่คุ้นชิน “แล้วถ้าฉันเลือกจะไป โดยไม่มีเป้าหมายล่ะ?” “นั่นแหละครับที่เรียกว่า ‘ชีวิต’” ธันวายิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “เพราะเมื่อไม่มีแผนที่ คุณถึงจะสามารถเดินทางไปในที่ที่คุณอยากไปจริงๆ ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทาง” ภัทรินหันกลับมามองโต๊ะทำงานอีกครั้ง เธอคว้าสมุดบันทึกเล่มใหม่—สมุดที่ว่างเปล่า—แล้วเขียนชื่อของเธอลงไปบนหน้ากระดาษแผ่นแรกด้วยลายมือที่หนักแน่น ไม่มีความลังเล ไม่มีความประหม่าเหมือนตอนที่ต้องเขียนรายงานส่งผู้ใหญ่ในบ้าน เธอกำลังเขียนเรื่องราวบทใหม่ ในฐานะ ‘ภัทริน’ คนใหม่ ที่ไม่ใช่สมบัติของใคร และไม่ใช่เครื่องมือของวงศ์ตระกูล “แล้วคุณล่ะธันวา?” เธอถามพลางปิดสมุด “คุณจะไปไหนต่อหลังจากนี้?” ธันวาเว้นระยะไปครู่หนึ่ง เขามองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงตะวันยามอัสดงกำลังเปลี่ยนสีท้องฟ้าเป็นสีส้มอมม่วง “ผมก็แค่เงาที่หมดหน้าที่ครับ เมื่อรอยจารึกที่เคยพันธนาการคุณถูกทำลายลง เงาก็ย่อมเลือนหายไปตามแสงที่เปลี่ยนทิศทาง” “อย่าพูดเหมือนเราจะไม่ได้เจอกันอีกเลยสิ” ภัทรินก้าวเข้าไปใกล้เขาเล็กน้อย ความกล้าหาญที่เธอสะสมมาตลอดการเดินทางครั้งนี้ทำให้เธอเริ่มเข้าใจความหมายของสิ่งที่ธันวาเคยพูดไว้ ‘ความเป็นอิสระ’ ไม่ได้แปลว่าการโดดเดี่ยว แต่มันคือการที่เรากล้าที่จะคว้ามือใครสักคนไว้ด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ “โลกนี้กว้างใหญ่กว่ารอยจารึกในห้องสมุดนี้มากนะครับ” ธันวากล่าวพลางยื่นมือออกไปราวกับจะลูบไล้เส้นผมของเธอ แต่เขากลับชะงักไว้ “บางที... หากคุณเริ่มเขียนเรื่องราวของคุณเองด้วยหัวใจ ไม่ใช่ด้วยความคาดหวัง เราอาจจะได้พบกันในบทถัดไปที่คุณเป็นคนกำหนดเอง” ภัทรินยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่งดงามและจริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยมีมา เธอไม่ได้เลือกที่จะเดินตามทางที่ใครขีดไว้ ไม่ได้เลือกที่จะแบกรับอดีตที่หนักอึ้งไว้บนบ่าอีกต่อไป ในวันนี้ เธอตัดสินใจทิ้งปากกาเล่มที่เธอเคยใช้เขียนคำแก้ตัวเหล่านั้นลงในถังขยะ และหยิบปากกาเล่มใหม่ที่เธอซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองขึ้นมาถือไว้ เสียงฝีเท้าของธันวาค่อยๆ จางหายไปจากห้องสมุด เหมือนกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก ภัทรินไม่ได้ตกใจ เธอรู้ดีว่าไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หรือเป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนจากความปรารถนาส่วนลึกในใจเธอ เขาก็ได้ทำหน้าที่ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เธอก้าวเดินออกจากห้องสมุด ออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กักขังวิญญาณของเธอไว้ แสงอาทิตย์ที่สาดกระทบใบหน้าในยามนี้ไม่ได้ร้อนแรงจนทำร้ายผิวพรรณ แต่มันอบอุ่นและชวนให้โหยหาการเริ่มต้น ภัทรินเดินไปตามทางเดินหินกรวดในสวน ความรู้สึกไร้ตัวตนที่เคยกัดกินหัวใจจางหายไปจนหมดสิ้น เธอไม่ได้ต้องการเป็นเงาของใครอีกต่อไป เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วว่า ‘รอยจารึก’ ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในหนังสือหรือหินสลักโบราณ แต่มันอยู่ในทุกย่างก้าวที่เธอกำลังจะเดินต่อไปในอนาคต เธอหยุดเดินที่หน้าประตูรั้ว หันกลับไปมองคฤหาสน์เป็นครั้งสุดท้าย ลมเย็นพัดผ่านร่างของเธอไปอย่างอ่อนโยน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลิ้มรสชาติของอากาศที่บริสุทธิ์... กลิ่นของอิสรภาพที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับมันมาจริงๆ “ชีวิตที่เลือกเอง... มันสวยงามอย่างนี้นี่เองสินะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้าวพ้นประตูรั้วออกไปสู่โลกกว้างที่ยังไม่ถูกเขียนไว้ เธอไม่ได้หันกลับไปมองข้างหลังอีกเลย เพราะรู้ดีว่าอดีตถูกจารึกไว้ในที่ที่มันควรอยู่ ส่วนเธอ... ได้กลายเป็นผู้เขียนนิยายชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริงแล้ว นี่คือชีวิตใหม่ที่ไม่มีพันธนาการ ไม่มีเงาตามหลอกหลอน และไม่มีใครมาลิขิตชะตาให้เธออีกต่อไป มีเพียงเธอ... ภัทริน... ผู้เป็นเจ้าของปากกาและเรื่องราวของตนเองตลอดกาล ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยจารึกและค้นพบอิสรภาพไปพร้อมกับผมจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%