เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 12

อดีตของธันวา

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"คุณคิดว่าเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายคุณ... มันบริสุทธิ์พอที่จะลบล้างบาปของคนรุ่นก่อนได้จริงๆ งั้นหรือภัทริน?" ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง ผมของเขาปรกลงมาปรกดวงตาคู่คมที่จ้องมองไปยังภาพวาดโบราณบนผนังห้องใต้ดินของคฤหาสน์ศิลาโชติ มันเป็นภาพเขียนสีฝุ่นที่ดูหม่นหมอง แสดงถึงการล่มสลายของอาณาจักรที่ถูกฝังกลบด้วยทราย แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดเข้ามา ทำให้เงาบนผนังดูราวกับกำลังดิ้นรนอยู่ในความทรมาน ภัทรินชะงักฝีเท้า มือที่ถือบันทึกเล่มเก่าสั่นเทาเล็กน้อย เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ความเงียบเข้าปกคลุมห้องกว้างจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงของตัวเอง "ทำไมคุณถึงพูดเหมือนรู้จักตระกูลของฉันดีนัก" เธอถามเสียงเรียบ ทว่าแฝงความสั่นเครือ "ทั้งที่ตลอดเวลาที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตฉัน คุณทำตัวเหมือนคนแปลกหน้าผู้หวังดีมาโดยตลอด" ธันวาหมุนตัวกลับมา ชั่วขณะหนึ่งที่ใบหน้าของเขาต้องแสงไฟ ภัทรินเห็นเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของความเย็นชา เขาเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขาสามารถมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอได้ "คนแปลกหน้าหรือ?" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข "ตระกูลศิลาโชติไม่ได้สร้างมรดกไว้ให้คุณหรอกภัทริน... พวกเขาจองจำคุณไว้ในกรงขังที่มองไม่เห็นต่างหาก และผม... ก็คือเศษซากที่รอดชีวิตมาจากกรงขังนั้น" เขาสอดมือเข้าไปในเสื้อโค้ทตัวยาว หยิบเหรียญตราโลหะสีสนิมเขรอะออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าแก่ มันคือตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลศิลาโชติ แต่ทว่ามีรอยร้าวลึกพาดผ่านกึ่งกลาง ราวกับถูกของมีคมฟันจนแหว่ง "พ่อของผมไม่ได้เป็นแค่คนรับใช้ในบ้านนี้อย่างที่ประวัติศาสตร์ตระกูลคุณบันทึกไว้" ธันวาจ้องมองตราสัญลักษณ์นั้น สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธแค้น แต่เป็นความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง "เขาคือผู้ถือกุญแจลับ... คนสุดท้ายที่ต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะได้รับคำสั่งให้ปกป้องความลับที่บรรพบุรุษของคุณก่อขึ้น" ภัทรินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ยกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง "ฉันไม่รู้เรื่องนั้น... ฉันไม่เคยรู้เลย" เธอพึมพำ "เพราะคุณถูกเลี้ยงมาให้เป็นหุ่นเชิดไงครับ" ธันวาขยับเข้ามาใกล้จนแทบประชิดตัว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความนัย "คนตระกูลศิลาโชติมองเห็นคนอื่นเป็นเพียงบันไดเพื่อก้าวไปสู่ความว่างเปล่าที่พวกเขาสรรเสริญ แม้แต่คุณ... ก็เป็นเพียงเครื่องมือที่จะต้องถูกสังเวยเมื่อถึงเวลา" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนหน้าอกของภัทริน ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่แม่มักจะมองเธอด้วยสายตาที่ไร้ความรัก สายตาที่เหมือนมองผ่านตัวเธอไปสู่สิ่งอื่นที่สำคัญกว่า ไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับน้ำป่า เธอเพิ่งเข้าใจในวินาทีนั้นเองว่า ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนไร้ตัวตนในบ้านหลังนี้มาโดยตลอด เพราะเธอไม่เคยได้รับอนุญาตให้ 'มีอยู่จริง' ตั้งแต่ต้น "แล้วคุณล่ะ?" ภัทรินเงยหน้าสบตาเขา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้น "คุณช่วยฉัน... เพราะคุณต้องการแก้แค้น หรือเพราะคุณต้องการเพียงแค่กุญแจที่อยู่ในตัวฉันกันแน่" ธันวานิ่งงันไปครู่ใหญ่ เขายื่นมือออกไปราวกับจะเช็ดน้ำตาให้เธอ แต่เขากลับชะงักมือกลางอากาศ ก่อนจะกำหมัดแน่นแล้วลดมือลงข้างตัว "ถ้าผมต้องการแค่กุญแจ ผมคงไม่ปล่อยให้คุณมีชีวิตรอดมาถึงวันนี้หรอกครับ" เขาตอบสั้นๆ ทว่าชัดเจนในความหมาย ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังก้องขึ้นมาจากบันไดทางเดินที่ทอดยาวมาจากเบื้องบน เสียงแผ่นเหล็กกระทบกันอย่างสม่ำเสมอเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แสงสีครามที่เคยเป็นเพียงเรื่องเล่าในบทสนทนาเมื่อครู่ เริ่มส่องสว่างลอดผ่านรอยแตกของพื้นเพดานห้องใต้ดินลงมา ธันวารีบคว้าข้อมือของภัทรินไว้แน่น เขาดึงเธอให้หลบเข้าหลังชั้นวางหนังสือที่ฝังอยู่ในผนังหิน "เงียบไว้" เขาเตือนเสียงเบา "นั่นไม่ใช่คนของตระกูลศิลาโชติ... แต่นั่นคือสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดสิ่งที่เรียกว่า 'ความผิดพลาด' อย่างเรา" ทว่า ก่อนที่ภัทรินจะทันได้ตั้งตัว ประตูห้องใต้ดินที่ปิดตายก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล เสียงบานพับโลหะบิดเบี้ยวด้วยความร้อนดังก้องกังวาน ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงกลางห้อง ชายผู้นั้นไม่ได้มีใบหน้า หากแต่มีเพียงความว่างเปล่าที่เรืองแสงสีครามอยู่ในความมืด และในมือของเขา... คือรูปถ่ายครอบครัวเพียงใบเดียวที่ภัทรินเคยมีติดตัวไว้ในสมุดบันทึก! มันถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโปรยลงบนพื้นดุจหิมะที่เปื้อนเลือด "เจอกันแล้วนะ... ทายาทคนสุดท้าย" เสียงนั้นก้องกังวาน ไม่ได้มาจากปาก หากแต่มาจากทุกทิศทางราวกับเสียงของวิญญาณนับร้อยที่กรีดร้องประสานกัน ธันวาชักมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากที่ซ่อน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันดุจนักรบที่พร้อมตายในสมรภูมิ แต่เขากลับหันมามองภัทรินด้วยสายตาที่ตัดพ้อและอาลัยอาวรณ์ที่สุดเท่าที่เขาเคยแสดงออกมา "ถ้าหากเราไม่รอดออกไปจากที่นี่... จงจำไว้ว่าเลือดที่ไหลในกายคุณ มันไม่ใช่เลือดของคนบาป" เขากระซิบด้วยเสียงที่สั่นพร่าที่สุด "มันคือเลือดของผู้ที่จะกอบกู้ทุกอย่าง... แม้จะต้องทำลายตัวผมทิ้งก็ตาม" ร่างในชุดคลุมสีดำยกมือขึ้น แสงสีครามพุ่งออกมาจากฝ่ามือตรงเข้าหาพวกเขาพร้อมกับเสียงระเบิดกัมปนาทที่ทำให้ผืนดินสั่นสะเทือนไปทั่วคฤหาสน์ ภัทรินกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นเงาของธันวาเริ่มจางหายไปในแสงนั้น และความมืดมิดที่แท้จริงก็เข้าครอบงำทุกสรรพสิ่ง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดแห่งอดีตไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%