ควันความร้อนที่ระเหยขึ้นมาจากแผงวงจรระบายความร้อนรุ่นเก่าพวยพุ่งผสมไปกับกลิ่นอับชื้นของสารหล่อเย็นสังเคราะห์ เสียงพัดลมไฮดรอลิกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสองเมตรกรีดร้องด้วยความเร็วกว่าหมื่นรอบต่อนาทีจนเกิดเสียงหอนแหลมสูงบาดหู ในห้องควบคุมใต้ดินระดับใต้ดินชั้นที่ห้าของมหานครนีโอ-โตเกียว แสงไฟสีแดงฉานจากระบบฉุกเฉินสะท้อนบนแว่นตานิกรีไซเคิลของผมจนเกิดเป็นเงายาวไหววับ
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสลับภารกิจระดับ SSS — "ผู้บุกรุกจากเงาความทรงจำ" กำลังเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายในรัศมี 50 เมตร... อัตราการรอดชีวิตประเมินไว้ที่ 0.03%]*
หน้าต่างแจ้งเตือนโฮโลแกรมสีแดงฉานยังคงกะพริบถี่รัวอยู่เบื้องหน้า ทว่าผมไม่มีเวลาแม้แต่จะหันไปมองมัน มือขวาที่สวมถุงมือคาร์บอนไฟเบอร์กำลังคีบไมโครชิปประมวลผลควอนตัมขนาดเท่าเล็บมืออย่างระมัดระวัง ปลายปากกาโซเดียมบัดกรีส250วัตต์พ่นประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบเพื่อเชื่อมต่อเส้นใยนาโนกราฟีนเข้ากับเมนบอร์ดหลักของระบบควบคุมเมืองที่กำลังจะล่มสลาย
"อัตราการไหลของพลังงานในแกนกลางลดลงไปอีกร้อยละสี่จุดสองแล้วนะครับ คิริน"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของเซร่าดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องจักร เธอไม่ได้หันมามองผม แต่ดวงตาสีอำพันใต้กรอบแว่นเลนส์หนากำลังกวาดมองหน้าจอควบคุมหลักสามสิบสองจอพร้อมกัน นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแป้นพิมพ์แสงฮาร์ดคลาสอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างไฟร์วอลล์จำลองถ่วงเวลาการรุกรานของระบบภายนอก เส้นผมสีเงินยวงที่รวบไว้หลวมๆ มีเหงื่อซึมตามไรผม แสดงให้เห็นถึงความกดดันที่เธอแบกรับอยู่ไม่แพ้กัน
"ผมทราบแล้วครับเซร่า..." ผมตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากงานตรงหน้า ปลายมีดผ่าตัดเลเซอร์ในมือซ้ายกรีดลงบนแผ่นฉนวนความร้อนอย่างแม่นยำในระดับไมครอน "ระบบควบคุมเมืองนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ไร้หัวใจตั้งแต่แรก... โครงสร้างอัลกอริทึมหลักที่พวกมันใช้ ถูกเขียนขึ้นทับซ้อนกันสามชั้น ชั้นแรกคือโค้ดตรรกะพื้นฐานเพื่อการบริหารจัดการเมือง ชั้นที่สองคือคำสั่งควบคุมประชากร และชั้นที่สาม... ชั้นที่สามคือจิตสำนึกเทียมที่ถูกฝังไว้เมื่อสิบปีก่อน"
เซร่าชะงักมือที่กำลังพิมพ์ เธอหันมามองผมด้วยแว่นตาที่สะท้อนแสงไฟสีแดง แววตาของอาจารย์สาวลึกลับเต็มไปด้วยความซับزซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง
"คุณกำลังจะบอกว่า... สิ่งที่เรากำลังซ่อมบำรุงอยู่ ไม่ใช่แค่เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ แต่เรากำลังผ่าตัดสมองของใครบางคนอยู่ใช่ไหมครับ"
"ถูกต้องครับ" ผมวางปากกาบัดกรีลง ถอนหายใจยาวเพื่อเรียกสมาธิ "และปัญหาคือ เจ้าของสมองคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นระบบ AI แม่ข่ายที่เคยดูแลครอบครัวของผมในอดีต... มันกำลังถูกลบความทรงจำโดยคำสั่งของใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่าในสภาบริหาร"
บรรยากาศในห้องควบคุมเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของการทำงานของฮาร์ดดิสก์ความจุสูงที่ดังระรัวราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำด้วยความหวาดกลัว World-building ของห้องใต้ดินแห่งนี้ถูกออกแบบมาอย่างแน่นหนา กำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กหนาสามเมตรบุด้วยแผ่นซับเสียงตะกั่วเพื่อป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ถึงกระนั้น เราก็ยังรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากการย่างก้าวของบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงฝั่บเท้าโลหะหนักหน่วงดังสะท้อนผ่านพื้นคอนกรีต มันไม่ใช่เสียงของหุ่นยนต์รบลาดตระเวนทั่วไป แต่มันคือเสียงกังวานของโครงสร้างโลหะผสมไทเทเนียมเกรดทหาร ที่ผ่านการปรับแต่งระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานปฏิกรณ์ฟิวชั่นขนาดเล็ก
*[คำเตือนระบบ: ระยะประชิด 30 เมตร... ผู้บุกรุกกำลังใช้ระบบเจาะทะลวงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า]*
หน้าจอด้านข้างของเซร่าดับวูบลงทีละจอราวกับโดนคลื่นความร้อนแผดเผา เธอหันขวับมามองผมทันที สีหน้าของเธอเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "คิริน... ไฟร์วอลล์ชั้นที่สองแตกแล้ว! มันไม่ได้มาเพื่อทำลายระบบ แต่มมันมาเพื่อดาวน์โหลด 'ข้อมูลชิ้นนั้น' ที่คุณเก็บไว้ในไดรฟ์สำรอง"
ผมก้มมองกระเป๋าโลหะกันกระแทกที่วางอยู่ข้างตัว ภายในนั้นบรรจุหน่วยความจำชีวภาพชิ้นสุดท้ายที่หลงเหลือจากเหตุการณ์วันล้างบางหุ่นยนต์เมื่อสิบปีก่อน มันคือชิ้นส่วนความทรงจำของพ่อผม วิศวกรผู้สร้างอัลกอริทึมนี้ขึ้นมา
"พวกเขาต้องการเอาความทรงจำของพ่อผมไป เพื่อลบมันทิ้งตลอดกาล..." ผมกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ไหวพริบและความรอบคอบที่ฝึกฝนมาตลอดชีวิตบอกผมว่า การปะทะตรงๆ กับผู้บุกรุกระดับ SSS ในสภาพที่อุปกรณ์ไม่พร้อมคือความตาย แต่ในฐานะวิศวกร ผมยอมตายได้แต่จะยอมให้ความทรงจำเดียวที่มีอยู่ถูกทำลายไม่ได้
"เซร่าครับ... ช่วยเบี่ยงเบนกระแสไฟจากระบบระบายความร้อนสำรองทั้งหมด ไปที่ประตูห้องนิรภัยชั้นที่สี่ทีครับ" ผมเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
"คุณจะทำอะไร คิริน? มันอันตรายเกินไปนะ!" เซร่าแย้งขึ้น ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"ผมจะทำให้มันเกิดการลัดวงจรแบบควบคุมได้ครับ..." ผมหันไปสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากเพื่อคลายความตึงเครียด "ในเมื่อพวกมันอยากได้ข้อมูลนัก ผมก็จะมอบ 'ไวรัสระเบิดตรรกะ' ให้พวกมันเป็นของขวัญต้อนรับการกลับมา..."
นิ้วมือทั้งสิบบนแป้นพิมพ์ของผมรัวลงไปด้วยความเร็วสูงสุด ชุดคำสั่งโค้ดนับพันบรรทัดถูกคอมไพล์ขึ้นใหม่ในเวลาเพียงสามวินาที เพื่อเปลี่ยนเครื่องควบคุมเมืองให้กลายเป็นกับระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ขนาดยักษ์
ในวินาทีที่ประตูห้องควบคุมถูกกระแทกเปิดออกด้วยแรงมหาศาล จนบานเหล็กหนากระเด็นหลุดจากราง เสียงฝ่าเท้าปริศนาก็ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้ากลุ่มควันหนาทึบ
ร่างเงาสูงใหญ่ภายใต้ผ้าคลุมกันความร้อนสีดำสนิทก้าวออกมา ปืนพลาสม่าขนาดใหญ่ในมือถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่เรา ทว่าสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาของผมใต้ฮู้ดสีดำนั้น... ไม่ใช่ใบหน้าของหุ่นยนต์ไร้จิตวิญญาณ
แต่มันคือดวงตาสีฟ้าคู่หนึ่งที่ผมคุ้นเคยดีที่สุด... ดวงตาที่ควรจะดับสลายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน
"พ่อ...?" ผมหลุดอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเหล็ก
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 20
การซ่อมบำรุงที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!