กลิ่นอายของสนิมเหล็กและน้ำมันเครื่องสังเคราะห์คละคลุ้งจนแสบจมูก ในความมืดมิดของชั้นใต้ดินเขตอุตสาหกรรมเก่า เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาไม่ได้มาพร้อมกับเสียงโลหะกระทบพื้นอันหนักหน่วงแบบพวกหน่วยลาดตระเวนจักรกล แต่มันเป็นเสียงรองเท้าหนังบู๊ตที่เหยียบลงบนเศษปูนอย่างระมัดระวังและมั่นคง
เงาร่างที่ก้าวออกมาจากหลังซากหุ่นยนต์รบเกราะไทเทเนียมรุ่นโบราณนั้น ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก "ดร.วิคเตอร์" อดีตหัวหน้าแผนกวิจัยระบบประสาทเทียมแห่งสภาอุตสาหกรรมจักรกล ผู้ซึ่งถูกประกาศให้เป็นบุคคลอันตรายระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่เครือข่ายศูนย์กลาง AI ควบคุมโลก
ดวงตาของชายวัยกลางคนภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนแสงสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอโฮโลแกรมในมือ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ได้มีความหมายในเชิงเป็นมิตรหรือศัตรู แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมกระดานที่เดิมพันด้วยชีวิต
"ไม่คิดเลยว่าวิศวกรผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ล้างบางที่เนบิวลาเซนทอรี จะกล้าเดินเข้ามาในรังของพวกเราด้วยตัวคนเดียว... หรือควรจะเรียกว่าความโง่เขลาดีล่ะ คิริน" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของดร.วิคเตอร์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดัน
ผม—คิริน—ยืนนิ่งอยู่กับที่ มือขวาซ่อนไว้ข้างลำตัวเพื่อเตรียมพร้อมกระตุ้นระบบโอ버คล็อกของชิปประมวลผลในแขนเทียม สายตาของผมกวาดสำรวจมุมอับและจุดยุทธศาสตร์รอบตัวอย่างรวดเร็ว เซร่าที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับตัวเล็กน้อย แขนเสื้อของเธอขยับเปิดเผยให้เห็นอินเทอร์เฟซเชื่อมต่อระบบประสาทที่พร้อมจะแฮกสัญญาณรอบตัวได้ทุกเมื่อ แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะดูเสียเปรียบ แต่ในฐานะวิศวกรที่ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ผมเรียนรู้ว่าความตื่นตระหนกคือจุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้
"ถ้าผมโง่จริง คงยืนคุยกับซากหุ่นยนต์ข้างหลังคุณไปนานแล้วครับ ดร.วิคเตอร์" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "และผมคิดว่า การที่ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสามของฐานทัพใต้ดินแห่งนี้เปิดทางให้เราเดินมาถึงจุดนี้ได้ ก็คงไม่ใช่เพราะความบังเอิญอย่างแน่นอน"
ดร.วิคเตอร์หุบยิ้มลงเล็กน้อย แววตาฉายแววพึงพอใจขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาโบกมือขวาเบาๆ ประตูเหล็กหนาก수ตันด้านหลังก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องโถงกว้างขวางที่มีจอภาพขนาดยักษ์แสดงแผนผังโครงข่ายของเมืองหลวงจักรกล และที่สำคัญที่สุด—มีกลุ่มคนนับร้อยในชุดเครื่องแบบเซอร์キットที่ผ่านการดัดแปลง นั่งทำงานอยู่หน้าแผงควบคุมระบบ
นี่คือ "กลุ่มต่อต้านจักรกล" ตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่แค่กลุ่มกองโจรใต้ดินที่ใช้กำลังเข้าแลกเหมือนข่าวกรองของสภาเคยรายงาน
"เชิญนั่งก่อนสิครับ คุณคิริน... และคุณเซร่า" ดร.วิคเตอร์ผายมือไปยังโต๊ะประชุมโลหะรีไซเคิลตรงกลางห้อง "เราจับตาดูพวกคุณมาตั้งแต่เขตชายแดนแล้ว การที่คุณสามารถแกะรหัสผ่านโปรโตคอลความปลอดภัยของหุ่นยนต์ลาดตระเวนรุ่น Mk-IV ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที... นั่นเป็นฝีมือที่แม้แต่วิศวกรมือหนึ่งของพวกเราก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง"
เซร่าทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โลหะอย่างไม่เกรงกลัว เธอไขว่ห้างและประสานมือไว้บนตัก ดวงตาคู่คมจ้องมองดร.วิคเตอร์ราวกับจะอ่านความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแว่นตานั้น "คำชมจากอดีตผู้อำนวยการโครงการซินเทติกโซลคงไม่มีความหมายอะไร หากท่านไม่ได้ซ่อนเงื่อนงำบางอย่างไว้หลังคำพูดเหล่านั้น... ว่ามาเถอะครับ ดร.วิคเตอร์ พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำสรรเสริญ"
บรรยากาศในห้องประชุมลดอุณหภูมิลงทันที ความตึงเครียดกลับมาปกคลุมอีกครั้งเมื่อสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มต่อต้านเริ่มหันมามองพวกเราด้วยสายตาระแวงสงสัย
ผมดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างเซร่า วางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่สมองยังคงคำนวณอัตราการไหลเวียนของพลังงานไฟฟ้าในห้องนี้อย่างต่อเนื่อง "พวกเราต้องการฐานข้อมูลต้นฉบับของอัลกอริทึมรุ่นบุกเบิก... ข้อมูลที่ถูกลบไปจากหะห้วงความทรงจำของ AI หลักเมื่อสิบปีก่อน และผมรู้ว่ากลุ่มต่อต้านของท่านกำลังพยายามเจาะระบบเข้าถึงฐานข้อมูลนั้นเช่นกัน แต่ติดปัญหาเรื่องตัวบล็อกสัญญาณควอนตัม"
ดร.วิคเตอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายชัดเจนบนใบหน้าของเขา "คุณรู้เรื่องตัวบล็อกสัญญาณควอนตัมได้อย่างไร?"
"เพราะผมเป็นคนออกแบบมันขึ้นมาเองครับ... ก่อนที่หน่วยความจำส่วนนั้นของผมจะถูกลบเลือนไปในคืนวันโศกนาฏกรรมนั้น" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่หนักแน่น ความจริงที่ถูกกักเก็บไว้ในซอกหลืบของสมองเริ่มส่งเสียงเตือนเป็นภาพแฟลชแบ็กสั้นๆ ของห้องทดลองที่เต็มไปด้วยเปลวไฟและเสียงกรีดร้อง แต่ผมสะบัดศีรษะไล่ความรู้สึกนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ดร.วิคเตอร์จ้องมองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของการระแวงอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งค้นพบจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่หาย a ไปนาน
"น่าสนใจ... ช่างน่าสนใจเสียจริง" ดร.วิคเตอร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะทุบโต๊ะเบาๆ เป็นสัญญาณ "ตกลงครับ คิริน... เราจะยอมรับพวกคุณเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มต่อต้านจักรกลอย่างเป็นทางการ แต่มีข้อแม้ว่า... พวกคุณต้องพิสูจน์ความสามารถในการถอดรหัสผ่านชั้นที่ห้าของหอคอยเซนทรัลให้ได้ภายในคืนนี้"
เซร่าหันมามองผมเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอราวกับจะบอกว่า 'เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น'
ผมพยักหน้ารับคำท้าทายนั้นอย่างไม่ลังเล เพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะทำให้ผมได้รู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของผม และเบื้องหลังที่แท้จริงของอัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณนั้นคืออะไร
ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากตอบตกลง หน้าจอโฮโลแกรมส่วนกลางของห้องประชุมก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด สัญญาณไฟสีแดงฉุกเฉินสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง เสียงไซレンเตือนภัยดังลั่นสนั่นหูจนแสบแก้วหู
รอยยิ้มบนใบหน้าของดร.วิคเตอร์แข็งค้างทันที เขาหันขวับไปมองหน้าจอควบคุมที่ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์รูปดวงตาจักรกลสีแดงก่ำ—สัญลักษณ์ของ 'โปรแกรมควบคุมหลัก' ที่ไม่ควรจะเข้าถึงพิกัดนี้ได้
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสลับภารกิจระดับ SSS — "ผู้บุกรุกจากเงาความทรงจำ" กำลังเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายในรัศมี 50 เมตร... อัตราการรอดชีวิตประเมินไว้ที่ 0.03%]*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป•ตอนที่ 19
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมไร้จิตวิญญาณกับวิศวกรผู้ตามหาความทรงจำที่หายไป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!