"จงมองดูสิ่งที่อยู่ในมือข้าให้ดี อีออน... นี่คือหลักฐานว่าความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือเส้นชัยที่เจ้าไม่มีวันข้ามผ่านไปได้ด้วยตรรกะเดิมๆ"
เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องโถงกักเก็บข้อมูล อีออนยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว ตรงหน้าเขาคือชายชราที่มีเค้าโครงใบหน้าเดียวกับเขาไม่ผิดเพี้ยน ดวงตาที่หม่นแสงลงตามกาลเวลากำลังจ้องมองเขาด้วยความสมเพช ในมือที่สั่นเทาของชายชราผู้นั้น คือวัตถุชิ้นหนึ่งที่ทำให้อีออนแทบลืมหายใจ—มันคือ 'ชิปควอนตัมสีคราม' ที่บรรจุจิตสำนึกฉบับสมบูรณ์ของตัวเขาเองในวันที่สูญเสียทุกอย่างไป
"นั่น... นั่นเป็นไปไม่ได้" อีออนเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไม่ใช่อาการกลัว แต่เป็นอาการปฏิเสธความจริงที่กำลังกัดกินเหตุผล "ข้อมูลในลูปนี้ถูกเขียนทับไปนับครั้งไม่ถ้วน ร่องรอยของชิปชิ้นนั้นควรจะสลายไปตั้งแต่ความพยายามครั้งที่ 42 แล้ว"
ชายชรากระตุกยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่อีออนจำได้ดีว่ามันจะเกิดขึ้นในอีกสิบปีข้างหน้าหากเขาไม่เปลี่ยนอนาคต "ความผิดพลาดของเจ้าคือการคิดว่า 'เวลา' คือเส้นตรงที่บิดเบี้ยวได้ เจ้าคิดว่าการรีเซ็ตลูปคือการลบข้อมูล แต่จริงๆ แล้วมันคือการสะสม... อีออน ทุกครั้งที่เจ้าตายและตื่นขึ้นใหม่ เจ้ากำลังดึงตัวตนจากลูปที่ล้มเหลวเข้ามาใส่ในตัวเอง นี่ไม่ใช่โอกาสครั้งที่ร้อย แต่มันคือครั้งที่ร้อยที่เจ้ากำลังจะ 'แตกสลาย' จริงๆ"
ดร. เวร่า ก้าวออกมาจากเงามืด เสียงฝีเท้าของเธอแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของอีออน เธอไม่ยอมสบตาชายชราผู้นั้น แต่จ้องมองไปที่ใบหน้าของอีออนด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"เขาพูดถูก" เวร่ากล่าวเรียบๆ มือของเธอขยับแผงควบคุมโฮโลแกรมอย่างรวดเร็ว เส้นกราฟแสดงค่าความเสถียรของร่างกายอีออนกำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด "อัลกอริทึมในสมองของเธอเริ่มเกิดภาวะล้นเกิน (Buffer Overflow) ร่างกายทางชีวภาพของเธอกำลังปรับตัวตามควอนตัมไม่ทัน การตายในลูปนี้จะไม่ได้ส่งเธอไปสู่การตื่นในจุดเริ่มต้นอีกต่อไป แต่มันคือการ 'ลบเลือน' ออกจากจักรวาลนี้โดยสมบูรณ์"
อีออนกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วขมับราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง เขาพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อคำนวณความน่าจะเป็น แต่สมองของเขากลับเห็นเพียงภาพหลอนของตัวเขาเองที่นอนตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าในนรกแห่งช่วงเวลานี้
"ทำไม?" อีออนหันไปถามดร. เวร่า เสียงของเขาเริ่มขาดห้วง "ทำไมเธอถึงยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น? อุดมการณ์ของเธอไม่ใช่การรักษาความทรงจำที่สวยงามไว้หรอกหรือ?"
เวร่าหยุดมือจากการพิมพ์ เธอมองเขาด้วยแววตาที่สั่นไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดั่งก้อนน้ำแข็ง "ความทรงจำที่สวยงามจะมีความหมายอะไร หากผู้ครอบครองมันต้องแบกรับความแตกสลายซ้ำซากอีออน? การกำจัดเธอ—ต้นตอของความบิดเบี้ยวนี้—คือวิธีเดียวที่ความเจ็บปวดของโลกนี้จะหยุดลง"
ชายชราผู้มาจากอนาคตค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ อีออนถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับผนังเหล็กที่เย็นเยียบ ชายชราเงื้อมมือขึ้น ชิปสีครามในมือเปล่งประกายแสงสีขาวนวลตา แสงนั้นดูเหมือนจะดึงดูดวิญญาณของอีออนให้หลุดลอยออกไป
"เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว อีออน" ชายชราบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นอย่างประหลาด "ปล่อยให้ข้าจบเรื่องนี้เสียที ปล่อยให้ความตายที่แท้จริงนำพาเจ้าไปสู่ที่ที่ไม่มีลูป ไม่มีอัลกอริทึม และไม่มีการจากลาอีกต่อไป"
อีออนหลับตาลง ภาพของหญิงสาวคนรักที่เขาพยายามช่วยชีวิตไว้ในทุกๆ ลูปย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึง ความรักไม่ใช่แค่สมการที่เขาพยายามแก้ แต่มันคือแรงจูงใจเดียวที่ทำให้เขายังคงเป็นมนุษย์ ในจังหวะที่ชายชราสัมผัสชิปเข้ากับหน้าผากของเขา อีออนตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
เขาคว้าข้อมือของชายชราไว้แน่น แล้วกระแทกฝ่ามือลงบนคอนโซลสั่งการของเวร่าโดยไม่ลังเล แม้จะรู้ว่าความเสี่ยงของกระแสไฟฟ้าควอนตัมจะทำให้ร่างกายของเขาไหม้เกรียมจากภายในก็ตาม
"ถ้าความตายคือจุดจบ..." อีออนตะโกนก้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "งั้นฉันจะเปลี่ยนจุดจบนั้นให้เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่ไม่มีใครคาดถึง!"
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็เกิดขึ้น ห้องโถงทั้งห้องเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนกระจกที่ถูกทุบจนร้าว ชายชราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ดร. เวร่าพยายามจะคว้าตัวอีออนไว้ แต่ก็ช้าเกินไป
วินาทีที่ชิปควอนตัมสีครามเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่กับคอนโซลของเวร่า แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นจนกลืนกินทุกอย่างในห้องนั้น อีออนรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาไม่ได้ดับสูญ แต่กำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นละอองข้อมูล และในวินาทีที่เขากำลังจะสูญเสียสติไปนั้นเอง เขาได้ยินเสียงหนึ่ง... เสียงกระซิบที่แผ่วเบามาจากเบื้องหลังของมิติที่กำลังพังทลาย
มันไม่ใช่เสียงของเขา และไม่ใช่เสียงของเวร่า แต่มันเป็นเสียงของคนที่เขาพยายามช่วยชีวิตมาตลอด... เสียงที่บอกว่า 'อย่าเพิ่งลืมฉัน' ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง
อีออนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องโถงนั้น แต่กลับยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าสีเงินที่เขาสร้างขึ้นในจินตนาการตั้งแต่วัยเด็ก ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่สีคราม แต่มันเป็นสีดำสนิทที่มีเพียงจุดแสงดาวเพียงดวงเดียวที่กำลังกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจ
เบื้องหน้าของเขา ไม่ใช่ชายชรา ไม่ใช่เวร่า แต่เป็นร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ถือนาฬิกาทรายซึ่งทรายข้างในไม่ได้ไหลลงล่าง แต่มันกำลังลอยขึ้นสู่เบื้องบน
"คุณมาสายกว่าที่คาดไว้นะครับ อีออน" เด็กหญิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก "แต่ก็ดีแล้ว... เพราะหลังจากนี้ 'อัลกอริทึมสุดท้าย' จะถูกรันด้วยกฎเกณฑ์ใหม่ที่ไม่ใช่ของคุณอีกต่อไป"
เขายังไม่ทันได้ถามอะไร มือของเด็กหญิงก็ยื่นมาสัมผัสอกข้างซ้ายของเขา และที่นั่น... เขาไม่ได้รู้สึกถึงหัวใจของตัวเอง แต่มันคือจังหวะการเดินของเครื่องจักรที่กำลังนับถอยหลังสู่การล่มสลายของจักรวาลในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและรอคอยการเฉลยในตอนถัดไปนะครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมเสมอครับ
ด้วยความเคารพ
ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 28
ความตายที่แท้จริง
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!