“หยุดมือของคุณซะ ดร.เวร่า... ก่อนที่สมการชุดนี้จะกัดกินตัวคุณจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของมนุษย์”
อีออนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องปฏิบัติการใต้ดิน เสียงของเขาเย็นเยียบแต่ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยจากการควบคุมอารมณ์ ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่เป็นเพียงแฟลชไดรฟ์บรรจุข้อมูลโค้ดดิ้งที่เขากลั่นกรองมาจากลูปนรกนับร้อยครั้ง
ดร.เวร่าไม่ได้หันมามอง เธอยังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงเส้นกราฟความน่าจะเป็นนับพันเส้นที่ซ้อนทับกันจนเป็นสีขาวโพลน นิ้วเรียวยาวของเธอขยับผ่านอากาศราวกับกำลังดีดเปียโนบนห้วงเวลา
“คุณเรียกมันว่าความสูญเสีย แต่อีออน... ผมเรียกมันว่า ‘การปรับแต่ง’” เธอแค่นหัวเราะ เสียงนั้นแหบแห้งแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ “จักรวาลนี้ไม่ได้ต้องการความเห็นใจจากเรา มันต้องการความสมบูรณ์แบบ และตราบใดที่ ‘ความทรงจำ’ ยังคงเป็นบั๊กในระบบ ลูปนี้ก็ยังต้องดำเนินต่อไปเพื่อคัดกรองขยะพวกนั้นออกไปเสีย”
“ขยะงั้นหรือ?” อีออนก้าวเท้าเดินเข้าไปในระยะประชิด แสงสีฟ้าจากเครื่องรันอัลกอริทึมสะท้อนบนใบหน้าซีกหนึ่งของเขา “คนที่คุณเรียกว่าขยะ คือลูกสาวของผม คือเพื่อนร่วมงานของเรา คือตัวคุณเองในวันที่คุณยังมีความฝัน! คุณกำลังลบตัวตนของเราทิ้งเพื่อแลกกับความเงียบงันที่ไม่มีวันจบสิ้น”
“ไม่มีใครจำได้หรอก ถ้ามันไม่มีอยู่จริง” เวร่าหันมาเผชิญหน้า ดวงตาของเธอว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง “คุณกับผมอยู่ในลูปที่ 412 แล้วอีออน คุณยังไม่ชินอีกหรือไง?”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนออกซิเจนจะหมดไป อีออนหยุดกึก สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยกล้าทำในลูปก่อนๆ เขาไม่ได้ยื่นแฟลชไดรฟ์ไปที่พอร์ตเชื่อมต่อหลัก แต่เขากลับวางมันลงบนโต๊ะข้างๆ แผงวงจรความร้อนแรงที่กำลังทำงานอยู่
เขากดปุ่มทำลายตัวเองของแฟลชไดรฟ์ด้วยจังหวะที่เงียบเชียบที่สุด
“คุณทำอะไร?” เวร่าชะงัก เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย—การเปลี่ยนแปลงที่นักคณิตศาสตร์ทั่วไปอาจมองข้าม แต่มันคือ ‘แรงกระเพื่อมของผีเสื้อ’ ที่เขาสร้างขึ้นอย่างจงใจ
“ผมไม่ได้มาเพื่อหยุดลูปของคุณ” อีออนยิ้ม มุมปากของเขาบิดเบี้ยวด้วยความขมขื่น “ผมมาเพื่อใส่อัลกอริทึมที่ผิดพลาดลงไปในจุดที่สำคัญที่สุดของกระบวนการ”
“คุณบ้าไปแล้ว! ถ้าคุณทำแบบนั้น ลูปจะพังทลายและพื้นที่นี้จะสูญเสียสถานะความเป็นจริง!” เวร่าถลาเข้ามาคว้าแขนของเขา แต่เธอก็หยุดกึกเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอเริ่มเต้นเร้าด้วยค่าที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
ค่าความน่าจะเป็นที่เคยพุ่งเป้าไปสู่การ 'ลบเลือน' กำลังบิดเบี้ยว ค่าตัวเลขเริ่มกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่มีใครนิยามได้ อีออนกุมขมับ ร่างกายของเขาเริ่มโปร่งแสงขึ้นทีละนิด ความเจ็บปวดจากการบิดเบี้ยวของกาลเวลาฉีกกระชากจิตวิญญาณของเขา แต่เขากลับหัวเราะออกมาเบาๆ
“ในลูปนี้... ผมไม่ใช่คนที่พยายามจะช่วยทุกคนอีกต่อไปแล้วเวร่า” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ผมคือไวรัส... คือความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในซอฟต์แวร์ของคุณ ผมเลือกที่จะ ‘จำ’ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แม้ว่านั่นจะหมายถึงการที่ผมต้องแตกสลายไปตลอดกาลก็ตาม”
“หยุดเดี๋ยวนี้! ถ้าคุณทำแบบนั้น...” เวร่าเบิกตากว้าง ความมั่นใจของเธอเริ่มพังทลายเมื่อเห็นกราฟสีขาวโพลนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ราวกับเลือดที่กำลังไหลเวียนอยู่ในจักรวาลที่ตายไปแล้ว
“ถ้าผมทำแบบนี้ อนาคตจะไม่มีวันเหมือนเดิม” อีออนเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าจอโฮโลแกรมที่บิดเบี้ยว นิ้วของเขาผ่านทะลุตัวอักษรเหล่านั้นไป “ไม่ว่าคุณจะพยายามรีเซ็ตลูปกี่ครั้งก็ตาม อัลกอริทึมที่คุณสร้างขึ้นจะจำ ‘ความผิดพลาด’ นี้ได้ และมันจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกว่าคำตอบสุดท้ายจะปรากฏขึ้น... คำตอบที่ไม่มีใครในพวกเราคาดถึง”
ทันใดนั้น เสียงเตือนดังสนั่นไปทั่วทั้งอาคาร ผนังห้องเริ่มแยกออกจากกัน เผยให้เห็นห้วงอวกาศที่ว่างเปล่าและบิดเบี้ยวอยู่ภายนอก เวร่าถอยหลังไปจนติดผนัง เธอหวีดร้องด้วยความตระหนกเมื่อเห็นเงาของตัวเองในกระจกเงาข้างห้องเริ่ม ‘แยกออก’ เป็นสองร่าง—ร่างหนึ่งที่กำลังร้องไห้ และอีกร่างที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
อีออนหลับตาลง เตรียมรับแรงปะทะจากความล่มสลายของมิติเวลา แต่ก่อนที่เขาสติจะเลือนหายไปจนหมดสิ้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหลังเขา
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของเวร่า และไม่ใช่ของเขาเอง
“เธอทำได้ดีมากอีออน...” เสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานดังขึ้นที่ข้างหูของเขา “แต่เธอคิดจริงๆ หรือว่าลูปนี้... เป็นของเธอเพียงคนเดียว?”
อีออนลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในขณะที่โลกกำลังพังทลาย ไม่ใช่เวร่า ไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือตัวเขาเอง... ในเวอร์ชันที่แก่ชรากว่า และสวมชุดเครื่องแบบที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ พร้อมกับถืออุปกรณ์ที่เขารู้จักดีที่สุดในฐานะ ‘ผู้สร้าง’
เขายื่นมือมาข้างหน้า พร้อมกับยื่นกุญแจดอกหนึ่งที่ทำจากแสงให้แก่อีออน
“ถึงเวลาที่นายต้องตื่นจากการหลับใหลที่เรียกว่าอนาคตได้แล้ว... ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังม่านของอัลกอริทึมสุดท้าย กำลังรอการพิพากษาจากนายอยู่”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันบิดเบี้ยวไปพร้อมกับผมจนถึงตอนนี้ครับ - ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 21
แรงกระเพื่อมของผีเสื้อ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!