"นายกำลังนับครั้งที่เท่าไหร่ อีออน?"
เสียงของดร. เวร่าก้องกังวานอยู่ในห้องสีขาวโพลนที่ไร้ขอบเขต เธอไม่ได้มองมาที่ผม แต่นิ้วเรียวยาวของเธอกำลังเลื่อนผ่านหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงกราฟความน่าจะเป็นนับล้านเส้นที่กำลังตัดกันจนกลายเป็นกลุ่มก้อนสีดำมืด
ผมไม่ได้ตอบในทันที มือของผมสั่นเทาอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ผมจ้องมองหยดเลือดที่แห้งกรังอยู่บนปลายนิ้ว—เลือดของผมเอง หรืออาจจะเป็นเลือดของ ‘อีออน’ ในลูปที่หนึ่งร้อยสี่สิบสอง ผมจำไม่ได้แล้วว่ามันเป็นของใครกันแน่
"หกแสนสี่หมื่นสองพันแปดร้อยสิบครั้ง" ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว เสียงของผมแหบพร่าราวกับเศษแก้วที่ถูกบดขยี้ "หรืออาจจะมากกว่านั้น ผมเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าความทรงจำไหนคือความจริง และความทรงจำไหนคือข้อมูลที่ระบบของคุณยัดเยียดให้"
ดร. เวร่าหันกลับมา แววตาของเธอคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด "นั่นไม่ใช่ความผิดของระบบ แต่มันคือความเป็นมนุษย์ที่กำลังแตกสลาย นายกำลังถูกกัดกินโดยความพยายามที่จะแก้ไขสิ่งที่ไม่มีวันแก้ไขได้ต่างหาก"
ผมลุกขึ้นยืน แรงโน้มถ่วงในห้องนี้ดูเหมือนจะแปรปรวนไปตามอารมณ์ของผม ผมก้าวเข้าหาเธอ ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว ผมเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในแว่นตาของเธอ—ใบหน้าที่ดูโทรม แววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ซึ่งความหวัง
"คุณพูดเรื่องมนุษย์ ทั้งที่คุณพยายามเปลี่ยนโลกให้กลายเป็นแค่สมการที่คำนวณซ้ำไปซ้ำมาน่ะหรือครับ" ผมแค่นหัวเราะ "คุณลบความเจ็บปวดไปจากลูปนี้ แต่คุณลืมไปว่าความเจ็บปวดนั่นแหละคือสิ่งที่นิยามว่าเราเป็นใคร"
"นายกำลังหลงทาง อีออน" เธอวางมือลงบนไหล่ผม สัมผัสนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "นายต้องการหยุดลูปนี้เพื่อช่วยคนที่นายรัก แต่ดูสิ... ตอนนี้นายยังจำชื่อเธอได้อย่างแม่นยำอยู่หรือเปล่า?"
คำถามนั้นกระแทกเข้าที่ใจผมเหมือนค้อนปอนด์ ผมนิ่งไป สมองของผมประมวลผลอย่างรวดเร็ว ผมพยายามเรียกหาชื่อ ‘เธอ’ ใบหน้าของเธอปรากฏขึ้นในความทรงจำ แต่มันกลับพร่าเลือนเหมือนภาพวาดที่โดนน้ำฝนชะล้างเหลือเพียงคราบสีที่ระบุตัวตนไม่ได้
นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด... ไม่ใช่การตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เป็นการค่อยๆ สูญเสียความเป็นตัวเองไปในกระแสน้ำวนแห่งเวลา
"ชื่อของเธอคือ..." ผมขมวดคิ้วแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นสู่สมองเหมือนไฟช็อต ผมกุมขมับไว้ ความว่างเปล่าเข้าครอบงำพื้นที่แห่งความทรงจำส่วนที่สำคัญที่สุด
"เห็นไหม" ดร. เวร่ากระซิบข้างหูผม "ข้อมูลของนายถูกแทนที่ด้วยอัลกอริทึมที่ซ้ำซาก นายไม่ใช่คนเดิมที่เริ่มลูปนี้อีกต่อไป อีออน นายเป็นเพียงแค่... โปรแกรมที่ทำงานผิดพลาด"
ผมสะบัดตัวออกห่าง กระแทกโต๊ะจนโฮโลแกรมสั่นไหว ผมหอบหายใจถี่ ในหัวของผมไม่ได้มีเพียงเสียงของเธอ แต่มันคือเสียงของลูปนับแสนที่ทับซ้อนกัน เสียงกรีดร้อง เสียงหัวเราะ เสียงที่ผมเคยสัญญาว่าจะปกป้อง
ผมต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่เพื่อชัยชนะ แต่เพื่อยืนยันว่าผมยังมีตัวตนอยู่
ผมล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบอุปกรณ์ชิ้นเล็กที่ผมแอบสร้างขึ้นด้วยเศษชิ้นส่วนของโปรเซสเซอร์ในลูปที่สามร้อย มันไม่ใช่ระเบิด แต่มันคือ ‘เครื่องทำลายความต่อเนื่อง’ หากผมใช้มันตอนนี้ ลูปจะหยุดทำงาน แต่ผลลัพธ์คือการรีเซ็ตตัวเองให้อยู่ในสถานะ ‘ศูนย์’—สถานะที่ไม่มีความทรงจำ ไม่มีตัวตน และไม่มีโอกาสที่จะกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกเลย
ผมเงยหน้าขึ้นมองดร. เวร่า เธอดูตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือผม
"คุณบอกว่าผมคือโปรแกรมที่ผิดพลาด" ผมยิ้ม เย็นชาและเด็ดเดี่ยว "งั้นวันนี้ ผมจะลบอัลกอริทึมสุดท้ายนี้ทิ้งเสียเอง"
ทว่า ก่อนที่นิ้วของผมจะกดลงบนปุ่มสั่งการ ประตูห้องทดลองก็เปิดออก ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นจางๆ ของดอกไลแลคที่ผมไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนในลูปนี้โชยมาแตะจมูก
หญิงสาวคนนั้นมีใบหน้าเดียวกับคนที่ผมพยายามนึกชื่อ เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่ดูสมจริงจนน่าใจหาย เธอเอื้อมมือมาแตะที่มือของผมที่ถือเครื่องทำลายความต่อเนื่องไว้
"อย่าทำแบบนั้นเลย อีออน" เธอเอ่ยเสียงเบา "ถ้านายลบมันทิ้ง... นายก็จะลบ ‘ฉัน’ ที่อยู่ในความทรงจำสุดท้ายของนายไปด้วย"
ผมตัวแข็งทื่อ นี่ไม่ใช่โปรแกรม นี่ไม่ใช่ลูป... หรือว่านี่คือกับดักที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่สับสนไปพร้อมกับผมนะครับ - ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 22
ความมืดมิดในหัวใจ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!