"ถ้านายกดปุ่มนั้น อีออน... นายจะกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของข้อมูลที่ล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่าชั่วนิรันดร์ มันไม่ใช่การแก้ไข แต่มันคือการฆ่าตัวตายในรูปแบบที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา"
เสียงของดร.เวร่าเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งในอากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นโอโซนจากแผงวงจรขนาดยักษ์ เธอไม่ได้ขยับกายเข้ามาใกล้ แต่สายตาที่จ้องมองผ่านเลนส์แว่นนั้นคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด
อีออนไม่ตอบ เขายังคงรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรมที่สั่นไหว แสงสีฟ้าจัดจ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาที่เหนื่อยล้าจนเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจน ปลายนิ้วของเขาสั่นเพียงเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงสั่นสะเทือนจากควอนตัมฟลักซ์ที่กำลังพยายามฉีกกระชากตัวเขาออกเป็นอะตอม
"เศษเสี้ยวของข้อมูลยังดีกว่าการติดอยู่ในกรงขังที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังวิญญาณคนนับล้านนะ เวร่า" อีออนเค้นเสียงลอดไรฟัน "เธอเรียกมันว่าการลบเลือนความเจ็บปวด แต่ฉันเรียกมันว่าการลบตัวตน... เธอไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าใครควรลืม หรือใครควรจำ"
"ฉันทำเพื่อความสงบสุข!" เวร่าก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าส้นเข็มกระทบพื้นโลหะดังสนั่นราวกับเสียงเคาะโลงศพ "โลกที่ไร้ความทรงจำอันขมขื่น คือโลกที่มนุษยชาติจะก้าวไปข้างหน้าได้โดยไม่ฉุดรั้งกันไว้ด้วยบาดแผลเก่าๆ นายไม่เข้าใจหรอกว่าความสูญเสียมันทำลายโครงสร้างของจักรวาลได้มากแค่ไหน"
อีออนหยุดมือชั่วขณะ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาของเขาฉายแววเย้ยหยัน "ความสูญเสียคือเข็มทิศต่างหากล่ะ หากไม่มีมัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังเดินหลงทางอยู่ในวงจรเดิมซ้ำๆ จนมองไม่เห็นทางออก"
เขากลับไปรัวนิ้วอีกครั้ง ครั้งนี้รวดเร็วกว่าเดิม ข้อมูลมหาศาลทะลักเข้าสู่หน่วยประมวลผลหลักผ่านช่องโหว่ที่เขาเพิ่งค้นพบ มันไม่ใช่การแฮ็กแบบทั่วไป แต่มันคือการแทรกซึมเข้าไปใน 'หัวใจ' ของระบบควบคุมเวลา—จุดที่อัลกอริทึมต้นกำเนิดถูกเก็บรักษาไว้ในรูปแบบของสถานะควอนตัมซ้อนทับ (Quantum Superposition)
อีออนสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากปลายนิ้ว ทุกครั้งที่เขาเจาะเข้าสู่ชั้นถัดไป ภาพความทรงจำของ 'เอลิน่า' คนรักที่ตายไปในลูปที่ 42 ก็แล่นเข้ามาเหมือนกระแสไฟฟ้าแรงสูง มันคือความเจ็บปวดที่แหลมคมจนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงรสเลือดในลำคอ แต่เขาก็ไม่ยอมถอย
เขาใช้ความผิดพลาดของระบบที่เวร่ามองข้าม นั่นคือ 'ความปรารถนา' ที่ถูกฝังไว้ในซอร์สโค้ด เวร่าต้องการลบความเจ็บปวด แต่เธอกลับลืมไปว่า อัลกอริทึมที่ชาญฉลาดที่สุดย่อมต้องมี 'ความกลัว' เป็นกลไกป้องกันตัว
"นายกำลังทำอะไร..." เวร่าเริ่มมีอาการตื่นตระหนก เธอพยายามรัวคำสั่งบนแท็บเล็ตส่วนตัวเพื่อบล็อกสิทธิ์การเข้าถึง แต่ระบบกลับปฏิเสธคำสั่งของเธอ "หยุดเดี๋ยวนี้อีออน! ถ้าพอร์ตเชื่อมต่อนั่นทำงานพร้อมกัน นายจะกระตุ้นให้ระบบทำลายตัวเอง (Self-destruct) และเราทุกคนที่อยู่ในโซนนี้จะสูญหายไปจากไทม์ไลน์!"
"ฉันรู้" อีออนตอบสั้นๆ เสียงของเขาราบเรียบจนน่ากลัว "นั่นคือทางรอดเพียงหนึ่งเดียวของเรา"
เขาดึงข้อมูลออกมาได้แล้ว... โครงสร้างอัลกอริทึมที่แท้จริงปรากฏขึ้นตรงหน้าเป็นภาพกราฟิกสามมิติที่ซับซ้อนจนแทบจะอ่านไม่รู้เรื่อง แต่สำหรับอีออน มันคือแผนที่นำทางสู่ประตูทางออกของลูปนี้ เขากำลังจะเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมของเวลาด้วยการฉีด 'ความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด' ลงไปในแกนกลาง
หากระบบถูกบังคับให้ต้อง 'จำ' สิ่งที่มันพยายามจะลบทิ้ง พลังงานที่ใช้ในการลบเลือนก็จะตีกลับและทำให้ระบบโอเวอร์โหลดจนพังทลายลง นี่คือดาบสองคมที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
เวร่าพุ่งตัวเข้ามาหมายจะผลักเขาออกจากคอนโซล แต่อีออนไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ในขณะที่มืออีกข้างเตรียมกดปุ่มยืนยันคำสั่งสุดท้าย
"ดูซะเวร่า" อีออนกระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นเครือ "นี่คือสิ่งที่เธอพยายามจะลบไปตลอดกาล..."
หน้าจอแสดงผลเปลี่ยนจากรหัสสีเขียวเป็นสีแดงฉาน ความทรงจำของอีออนที่ถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลควอนตัมเริ่มหลั่งไหลเข้าสู่ระบบหลัก มันคือภาพวันที่เอลิน่าเสียชีวิต ภาพที่เขากรีดร้องท่ามกลางฝนที่ตกกระหน่ำ ภาพความโดดเดี่ยวในลูปที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ระบบเริ่มส่งเสียงเตือนดังโหยหวนราวกับสัตว์บาดเจ็บ ผนังของห้องควบคุมเริ่มบิดเบี้ยว แสงไฟกะพริบถี่ๆ จนกลายเป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจอีออน ทุกอย่างกำลังจะแตกสลาย
ทันใดนั้นเอง หน้าจอก็หยุดนิ่ง รหัสทุกอย่างหายไป เหลือเพียงเคอร์เซอร์กระพริบสีขาวบนพื้นหลังสีดำสนิท ประโยคหนึ่งปรากฏขึ้นบนจอที่เวร่าไม่เคยเห็นมาก่อน
[ตรวจพบผู้แทรกแซงภายนอก: ยินดีต้อนรับกลับมา... อีออน]
อีออนชะงัก นิ้วของเขาทาบอยู่บนปุ่มกดแต่ไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป ความรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตวิ่งผ่านร่างจนเขาเกร็งไปทั้งตัว ขณะที่เวร่าทำหน้าตื่นตะลึงเมื่อเห็นชื่อของใครบางคนปรากฏขึ้นในช่องผู้ใช้งานระดับสูงสุด—ชื่อที่คนตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
ประตูเหล็กกล้าด้านหลังของห้องควบคุมเลื่อนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่เขาจดจำได้ดีกว่าลมหายใจของตัวเองลอยมาแตะจมูก
หวังว่าทุกท่านจะยังคงรักษาสมดุลของจิตใจไว้ได้ในขณะที่เผชิญกับความจริงที่โหดร้ายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 20
หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!