"ถ้าคุณก้าวต่อไปอีกก้าวเดียว อีออน ความเป็นเหตุเป็นผลของจักรวาลนี้จะถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี... คุณเข้าใจไหมว่านั่นหมายถึงอะไร?"
น้ำเสียงของดร. เวร่าสั่นเครือ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นตระหนกที่เห็นอัจฉริยะผู้เย็นชาตรงหน้ากำลังจะทำลาย 'ผลงานชิ้นเอก' ที่เธอใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างขึ้นมา
อีออนไม่ได้หยุดฝีเท้า เขาเพียงแค่ลดระดับความร้อนของเตาปฏิกรณ์ควอนตัมที่ข้อมือซ้ายลง แสงสีฟ้าอมม่วงที่เคยสว่างวาบเริ่มหรี่แสงลงจนเกือบดับสนิท เขายืนอยู่บนแพลตฟอร์มที่ลอยคว้างอยู่กลาง 'ศูนย์รวมแห่งความเป็นไปได้' ที่ซึ่งมิติเวลากำลังบิดเบี้ยวเหมือนกระจกที่แตกร้าว ขอบเขตของความจริงเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นห้วงความว่างเปล่าสีดำมืดที่หิวกระหายอยู่เบื้องหลัง
"ความหมายเหรอครับ?" อีออนแค่นยิ้มที่มุมปาก สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่จุดกึ่งกลางของแหล่งพลังงาน—ลูกทรงกลมมวลสารหนาแน่นที่เต้นตุบเหมือนหัวใจของจักรวาลที่กำลังจะหยุดทำงาน "ความหมายของมันคือการที่คุณพยายามจะขังทุกคนไว้ในกรงทองของความผิดพลาดที่ไม่มีวันจางหายยังไงล่ะ ดร. เวร่า คุณเรียกมันว่าการลบเลือนความเจ็บปวด แต่สำหรับผม... มันคือการฆาตกรรมทุกช่วงเวลาที่มีค่าที่ทำให้เราเป็นมนุษย์"
"เราไม่ได้ฆ่า!" เวร่าแผดเสียงก้องกังวานอยู่ในห้วงอวกาศจำลอง "เรากำลังรักษาสิ่งที่ดีที่สุดไว้! ถ้าไม่มีลูปนี้ ทุกอย่างที่คุณรักก็จะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านในหน้าประวัติศาสตร์!"
อีออนไม่ตอบโต้อีกต่อไป เขาทิ้งตัวลงไปในช่องว่างระหว่างมิติ ร่างของเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เหนือการคำนวณของอัลกอริทึมใดๆ ในห้องควบคุม ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของอนุภาคที่กำลังแตกตัว สิ่งที่เขามองเห็นไม่ใช่กราฟความน่าจะเป็นหรือสมการคณิตศาสตร์ที่เคยยึดถือ แต่มันคือใบหน้าของคนที่เขาพยายามช่วยชีวิตมานับพันครั้ง—ในทุกๆ ลูปที่เขาล้มเหลว
*สาม... สอง... หนึ่ง...*
เขานับจังหวะในใจ ไม่ใช่เพื่อความแม่นยำ แต่นับเพื่อรอคอยวินาทีที่ช่องว่างระหว่างมิติจะเปิดกว้างที่สุด
พริบตาที่อีออนสัมผัสเข้ากับแกนกลางพลังงาน ความเจ็บปวดมหาศาลแล่นผ่านเส้นประสาททุกเส้น ร่างกายของเขาถูกดึงยืดออกเป็นสายธารของแสง แต่อีออนกลับกัดฟันแน่น เขาดัน 'อัลกอริทึมสุดท้าย' ที่เขาสร้างขึ้นเองเข้าไปในจุดศูนย์กลางนั้น—มันคือไวรัสเชิงมิติที่จะทำลายโครงสร้างของเวลาลูปนี้ให้ย่อยยับ
"หยุดเดี๋ยวนี้! ถ้าคุณทำลายมัน ตัวคุณเองก็จะหายไปจากเส้นเวลาหลักด้วย!" เวร่ากรีดร้องผ่านระบบสื่อสาร ภาพของเธอที่หน้าจอเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนสัญญาณทีวีที่ถูกรบกวน
อีออนหันกลับไปมองหน้าจอภาพโฮโลแกรมเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสงบอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน
"ถ้าผมหายไป นั่นคือราคาที่ถูกที่สุดที่ผมยินดีจะจ่ายครับ เวร่า... เพราะอย่างน้อย ในโลกที่ไร้ลูปเวลา ทุกคนจะได้รับอนุญาตให้ใช้ชีวิตในแบบที่ไม่มีใครกำหนดได้อีกต่อไป"
ทันใดนั้น รอยร้าวบนอากาศก็ขยายตัวขึ้นจนกลายเป็นหลุมดำขนาดมหึมา ทุกอย่างรอบตัวเริ่มถูกดูดกลืนเข้าสู่จุดศูนย์กลาง เสียงคำรามของมิติที่กำลังแตกสลายดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าในจิตใจ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหลุดเข้าไปในความมืดมิดนั้นเอง มือข้างหนึ่งที่สวมถุงมือเหล็กกล้าก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น
อีออนเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึง—ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ระบบป้องกันของเวร่า ไม่ใช่เงาในอดีต แต่เป็นตัวเขาเอง... ตัวเขาเองในอนาคตที่แก่ชรากว่า และมีรอยแผลเป็นที่ดวงตาซ้าย
"อย่าเพิ่งทำลายมัน..." ชายชรากล่าวเสียงแหบพร่า แรงบีบที่ข้อมืออีออนนั้นหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความลับบางอย่าง "นายไม่ได้ทำลายลูปนี้เพื่อช่วยพวกเขาหรอก อีออน... แต่นายกำลังทำลาย 'ประตู' เพียงบานเดียวที่ขัง 'บางสิ่ง' ที่เลวร้ายกว่าลูปเวลาไว้ต่างหาก"
ชายชราขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะแตะกับหูของอีออน ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้เลือดในกายของอัจฉริยะหนุ่มเย็นเยียบจนถึงขีดสุด
"นายไม่ได้เป็นคนเดียวที่พยายามจะจบเรื่องนี้... และคนที่นายกำลังจะปล่อยออกมาจากกรงขังมิตินี้ ก็คือคนที่นายรักที่สุดที่ตายไปตั้งแต่วันแรก... เธอไม่ได้ตาย อีออน เธอแค่ถูกเปลี่ยนสถานะให้กลายเป็น 'อาวุธ' ที่รอเวลาพิพากษาจักรวาลนี้ต่างหาก"
ผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางที่แสนบีบคั้นของอีออนมาจนถึงวินาทีสำคัญนี้ด้วยความเคารพครับ
ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 35
รอยร้าวที่กลายเป็นช่องว่าง
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!