เสียงก "คลิก" ของกลไกควอนตัมนาฬิกาทรงกลม ดังสะท้อนก้องกังวานในความว่างเปล่าราวกับเสียงกะโหลกศีรษะที่กำลังแตกร้าว
"ขอโทษนะครับ... ที่นี่คือที่ไหน และทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือน... กำลังรอใครบางคนอยู่ตลอดเวลา?"
คำถามนั้นไม่ใช่เสียงกระซิบ แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนระดับความถี่ปองกาเรที่ทำเอาโครงสร้างพิกัดเวลา $t_0$ ทั้งหมดสั่นสะเทือน ดร.เวร่า ชะงักฝีเท้า ปลายรองเท้าบูทหนังสีดำของเธอหยุดลงห่างจากแกนกลางของเซิร์ฟเวอร์หลักเพียงไม่กี่เซนติเมตร หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่กระพริบเตือนสถานะ *CRITICAL OVERLOAD* สะท้อนลงบนแว่นตาไร้กรอบของเธอจนดูราวกับเลือดสดๆ ที่กำลังไหลริน
อีออนยืนอยู่เบื้องหลัง ห่างออกไปสามเมตร ลมหายใจของเขาถูกสะกดไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟิสิกส์เชิงอนุพันธ์ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องควบคุมทรงโดมที่เคยยิ่งใหญ่ ตอนนี้มันกำลังสูญเสียความหนาแน่นเชิงมวล อากาศรอบตัวเริ่มเจือจางจนเกิดเป็นละอองแสงสีฟ้าครามระยิบระยับ—ผลึกข้อมูลที่หลุดรอดออกมาจากรอยแยกของวงจรลูปที่กำลังพังทลายลงทีละน้อย
"เธอจำอะไรไม่ได้เลยสินะครับ" อีออนเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเรียաբนิ่งทว่าเจือด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานับร้อยนับพันวัฏจักร ดวงตาของชายหนุ่มจ้องมองร่างโปร่งแสงของหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างเวร่า หล่อนคือตัวแปรที่หลุดรอด... หรือพูดให้ถูกคือ ตัวแปรหลักที่เวร่าพยายามซ่อนไว้ใต้พรมแห่งความทรงจำมาตลอด
เวร่าค่อยๆ หันกลับมา รอยยิ้มเย้ยหยันที่มักประดับอยู่บนมุมปากของเธอบัดนี้เลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัว เธอดันกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อยด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา
"แกคำนวณผิดพลาดไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อีออน" เวร่าหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเวิ้งว้าง "แกคิดว่าการย้อนเวลากลับมาแก้ไขจุดเริ่มต้น จะทำให้แกสามารถปลดปล่อยทุกคนออกจากลูปนี้ได้งั้นเหรอ? โง่เง่าสิ้นดี... ลูปนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักขัง แต่รักษามันไว้เพื่อไม่ให้โลกใบนี้ 'สูญสลาย' ต่างหาก"
"ความเจ็บปวดที่ถูกลบเลือนไม่ใช่การปกป้อง แต่มันคือการฆาตกรรมทางจิตวิญญาณครับ ดร.เวร่า" อีออนก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง รองเท้าบูทเหยียบย่ำลงบนพื้นกระจกควอนตัมที่มีรอยร้าวรานราวกับใยแมงมุม "คุณสร้างอัลกอริทึมนี้ขึ้นมาเพื่อลบความทรงจำของเธอ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับความผิดพลาดในอดีต... วันที่ห้องปฏิบัติการนั้นระเบิด และคุณเลือกที่จะวิ่งหนีออกมาก่อนที่เธอจะกดปุ่มปิดระบบ"
บรรยากาศในห้องควบคุมดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ร่างของหญิงสาวผู้ไร้ความทรงจำหันมองระหว่างคนทั้งสองด้วยความสับสน แววตาของหล่อนฉายแววหวาดระแวงและเจ็บปวดอย่างประหลาด ราวกับมีเศษเสี้ยวความทรงจำที่พยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใต้สำนึก
"ฉัน... ฉันเป็นใครกันแน่?" เสียงนั้นสั่นพร่า
"เธอคือตัวตนที่แท้จริงของอัลกอริทึมนี้ครับ" อีออนหันไปสบตากับหญิงสาว น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด—ความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยแสดงให้เวร่าเห็นเลยตลอดการเดินทางข้ามมิตินี้ "ชื่อของคุณคือ 'ไอรีน' คุณคือนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ค้นพบว่า เวลาไม่ใช่เส้นตรง แต่มันคือวงกลมที่สามารถบิดงอได้ และเวร่า... เพื่อนร่วมงานของคุณ คือคนที่ขโมยงานวิจัยนั้นไปเพื่อสร้างระบบลูปกาลเวลานี้ขึ้นมา"
"หยุดนะ อีออน!" เวร่าคำรามเสียงดังลั่น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเรียวบางกดลงบนแผงควบคุมหลักอย่างรุนแรงจนไฟเตือนเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม—สีของระบบทำลายตัวเองขั้นเด็ดขาด
*警告:ระบบกำลังเข้าสู่กระบวนการลบเลือนสมบูรณ์ (Total Eradication Protocol)*
*เวลาที่เหลือ: 03:42... 03:41... 03:40...*
เสียงสังเคราะห์ของระบบดังขึ้นเป็นระยะ มันคือเสียงนับถอยหลังที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้ เวร่าหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายของเธอเริ่มโปร่งแสงทีละน้อย เนื่องจากโครงสร้างตัวตนของเธอผูกติดอยู่กับเซิร์ฟเวอร์หลักแห่งนี้
"ถ้าฉันต้องสูญสลายไป... โลกใบนี้และพวกแกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะจดจำอะไรได้ทั้งสิ้น!" เวร่ายิ้มเหี้ยมเกรียม "ลูปนี้จะรีเซ็ตอีกครั้งในอีกสามนาทีข้างหน้า และพวกแกทุกคนก็จะกลับไปเป็นศูนย์... วนเวียนอยู่ในความมืดมิดนี้ไปชั่วนิรันดร์!"
อีออนไม่แม้แต่จะชายตามองความบ้าคลั่งของเวร่า นิ้วเรียวยาวของเขาเคลื่อนไหวบนอากาศอย่างรวดเร็ว เขากำลังป้อนชุดคำสั่งทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ—อัลกอริทึมแก้ทางที่เขาใช้เวลาคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านความตายมานับพันครั้ง
หน้าจอโฮโลแกรมแสดงผลสมการความน่าจะเป็นที่กระโดดขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง จาก 0.01% พุ่งขึ้นเป็น 15.4%, 43.8% และหยุดชะงักอยู่ที่ 89.2% แต่ปัญหาก็คือ... มันยังขาดตัวแปรสุดท้าย
ตัวแปรที่จะทำให้สมการนี้สมบูรณ์แบบคือ 'เจตจำนงเสรี' ของไอรีน
"ไอรีนครับ" อีออนหันไปมองหญิงสาว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเวทนาและความเด็ดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน "กุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การทำลายลูปด้วยกำลัง แต่มันอยู่ที่การยอมรับความจริง... ความเจ็บปวดในอดีตอาจจะโหดร้าย แต่มันคือสิ่งพิสูจน์ว่าเราเคยมีชีวิตอยู่จริงๆ คุณยินดีที่จะก้าวออกไปเผชิญกับโลกที่เจ็บปวดแต่เป็นความจริงร่วมกับผมไหมครับ?"
ไอรีนมองมือที่ยื่นออกมาของอีออน มือคู่นั้นเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการต่อสู้และการคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่า หล่อนก้มมองมือของตัวเองที่เริ่มโปร่งแสงลงทุกที เสียงหัวใจเต้นของหล่อนดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงของข้อมูล แต่เป็นเสียงของเลือดเนื้อและวิญญาณจริงๆ
*01:15... 01:14... 01:13...*
เวลาเหลือน้อยลงทุกที แรงโน้มถอนภายในห้องเริ่มแปรปรวน ข้าวของลอยเคว้งคว้างในอากาศ เศษเสี้ยวความทรงจำของลูปเก่าๆ ไหลผ่านเข้ามาในหัวของไอรีนราวกับภาพยนตร์ความเร็วสูง ความสุข ความสูญเสีย น้ำตา และรอยยิ้ม ทุกสิ่งทุกอย่างหลั่งไหลเข้ามาจนสมองแทบระเบิด
เวร่ากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อร่างของเธอเริ่มสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีแดง "แกไม่มีวันชนะหรอกอีออน! ไม่มีใครหนีพ้นจากวงจอนี้ได้!"
อีออนไม่ได้สนใจเสียงโหยหวนนั้น สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่ไอรีนอย่างไม่ละสายตา เขารู้ดีว่าการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้จะกำหนดชะตากรรมของทุกจักรวาล
ไอรีนสูดลมหายใจเข้าลึก3 หล่อนเงยหน้าขึ้น สบตากับอีออนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เพิ่งถูกค้นพบ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหล่อน
"ฉันจำได้แล้ว..." เสียงของไอรีนก้องกังวาน ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังหนวกหู "ฉันจำได้ทุกอย่างแล้ว... อีออน"
ปลายนิ้วเรียวของไอรีนเอื้อมไปแตะสัมผัสกับฝ่ามือของอีออนทันที
*เปรี้ยง!*
เกิดระเบิดคลื่นกระแทกควอนตัมสีทองสว่างวาบไปทั่วทั้งมิติ พื้นที่รอบตัวแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหนักๆ หน้าจอระบบทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนระบบระดับสูงสุดจะดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ไม่ใช่เสียงเตือนภัยสีแดงอันตรายอีกต่อไป แต่เป็นเสียงระฆังใสกระจ่างดังก้องกังวาน
*System Notification: ยืนยันรหัสผ่านเสร็จสมบูรณ์*
*ตรวจพบเจตจำนงเสรี... ทำลายวงจอลูปกาลเวลาสำเร็จ*
*กำลังเริ่มต้นระบบใหม่: วันที่ 1 ของโลกแห่งความเป็นจริง*
*ภารกิจระดับ SSS: "วินาทีที่ศูนย์" สำเร็จลุล่วง*
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อีออนรู้สึกได้ถึงสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านผิวแก้มเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี—ไม่ใช่ลมจำลองจากระบบ แต่เป็นอากาศบริสุทธิ์ของโลกภายนอกจริงๆ ดวงตาสีเข้มกวาดมองไปรอบตัว โดมทดลองพังทลายลงแล้ว เผยให้เห็นท้องฟ้ายามเช้าสีครามสดใสที่ปราศจากร่องรอยของโค้ดโปรแกรม
เขาก้มลงมองมือข้างที่เคยว่างเปล่า บัดนี้มันอบอุ่นขึ้นด้วยความรู้สึกที่แท้จริง
ทว่า... ก่อนที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะจะได้ระบายลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากซากปรักหักพังเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะคุ้นหูที่เอ่ยทักทายขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
"ทำได้ไม่เลวนี่... เจ้าหนู อีออน"
อีออนชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อหันกลับไปพบกับบุคคลที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควัน... ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีขาวเปื้อนฝุ่น ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกซ่อนอยู่ใต้เงาหมวก และในมือข้างขวาของเขากำลังถืออุปกรณ์ควอนตัมรุ่นต้นแบบ... รุ่นที่ควรจะถูกทำลายไปพร้อมกับลูปแรกสุดเมื่อพันปีก่อน
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 34
วินาทีที่ศูนย์
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!