อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 18

ความล้มเหลวครั้งที่ร้อย

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
“ถ้าคุณกดปุ่มนั้น... นั่นไม่ใช่การกอบกู้โลกหรอกครับอีออน แต่มันคือการประกาศความพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาที่คุณสร้างขึ้นเอง” เสียงของดร.เวร่าก้องกังวานอยู่ในห้วงมิติที่บิดเบี้ยว ร่างของเธอเลือนรางเหมือนภาพโฮโลแกรมที่สัญญาณขาดหาย แต่สายตาที่จ้องมองมานั้นกลับคมกริบและเต็มไปด้วยความสมเพช อีออนยืนนิ่ง มือที่สั่นเทาของเขาค้างอยู่เหนือแผงควบคุมโฮโลแกรมสีครามตรงหน้า อากาศรอบตัวหนาวเหน็บจนแทบจะกลายเป็นผลึกแก้ว อีออนไม่ได้หันไปมองเธอ ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีเศษแก้วบาดอยู่ในปอด เขาแค่นยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ปราศจากความรู้สึก มีเพียงความว่างเปล่าที่หยั่งรากลึก “ความพ่ายแพ้เหรอครับ?” อีออนทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่า “ผมผ่านความตายมาแล้วหนึ่งร้อยครั้ง เวร่า... ในทุกครั้งที่ผมพยายามจะแก้ไข ทุกครั้งที่ผมพยายามจะเซฟชีวิตพวกเขาไว้ ผลลัพธ์สุดท้ายกลับกลายเป็นสุสานแห่งความทรงจำที่ผมเป็นคนขุดขึ้นมาเอง” เขากดนิ้วลงไปบนอากาศ ปลายนิ้วแตะสัมผัสกับเส้นกราฟความน่าจะเป็นที่พุ่งดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด ตัวเลขสีแดงฉานกะพริบถี่รัว: *อัตราความสำเร็จ 0.0000004%* “มันจบแล้ว” เขากระซิบ “มันยังไม่จบถ้าคุณยังหายใจอยู่” เวร่าก้าวเข้ามาใกล้ เงาร่างของเธอยืดขยายผ่านห้วงเวลาที่แตกร้าว “คุณกำลังกลัว... กลัวว่าหากทำลายลูปนี้ไป ความเจ็บปวดที่คุณแบกไว้จะไม่มีค่าอะไรเลยใช่ไหมครับ? คุณพยายามยื้อเวลาเพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าได้ทำอะไรบางอย่าง แม้ว่าสิ่งที่ทำลงไปมันจะทำให้โลกทั้งใบต้องพังทลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตาม” อีออนกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน ความท้อแท้ไม่ได้ถาโถมเข้ามาเป็นคลื่น แต่มันซึมลึกเหมือนยาพิษที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในกระแสเลือด ความล้มเหลวครั้งที่หนึ่งร้อยนี้มันหนักหนากว่าครั้งไหนๆ เพราะในลูปนี้... เขาเกือบจะทำสำเร็จแล้ว หากไม่ใช่เพราะการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีที่เขาเลือกจะปกป้องคนคนหนึ่งแทนที่จะกดคำสั่งล้างบางระบบ ภาพความทรงจำย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว: เลือดสีอุ่นที่เปื้อนมือเขา แววตาของหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่มองมาด้วยความผิดหวังในวินาทีสุดท้ายก่อนโลกจะดับสูญ เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นมิติที่ไร้น้ำหนัก ศีรษะพิงกับคานเหล็กของเครื่องจักรแห่งอนาคต ดวงตาที่เคยเฉียบคมดุจกล้องวงจรปิดบัดนี้ดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความคิดที่ว่า ‘ถ้าเขายอมแพ้เสียตอนนี้ ทุกอย่างก็จะจบสิ้น’ วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา “ผมเหนื่อยเหลือเกินเวร่า” อีออนเอ่ยเบาๆ “ผมไม่ได้สู้เพื่อชนะอีกต่อไปแล้ว ผมแค่สู้เพื่อที่ว่าในตอนจบ... ผมจะได้ไม่ต้องเห็นใครต้องตายด้วยน้ำมือของตัวเองอีก” “งั้นก็ลองมองดูนี่สิครับ” เวร่าไม่ได้ตอบโต้ด้วยความโกรธ เธอเพียงแต่โบกมือเปิดหน้าต่างข้อมูลลึกลับที่อีออนไม่เคยเห็นมาก่อน หน้าต่างนั้นไม่ได้แสดงค่าความน่าจะเป็น แต่มันแสดงภาพของ 'อีออน' อีกคน—คนที่ไม่ใช่เขา—กำลังยืนอยู่ในห้องทดลองเดียวกัน แต่อีกฝ่ายไม่ได้กดปุ่มสังหารระบบ กลับกัน เขาคนนั้นกำลังใส่รหัสบางอย่างที่อีออนไม่เคยรู้จักเข้าสู่แกนกลางของควอนตัมคอร์ อีออนเบิกตากว้าง ความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจที่ปะทุขึ้นในอก “นั่น... นั่นคืออะไร? คุณซ่อนข้อมูลนี้ไว้ทำไม!” “เพราะคุณยังไม่พร้อมที่จะเห็นมันจนกว่าจะถึงความล้มเหลวครั้งที่ร้อยยังไงล่ะครับ” เวร่าตอบ พลางขยับยิ้มที่ดูเยือกเย็น “ทุกลูปที่คุณสร้างขึ้น คือการรวบรวมข้อมูลเพื่อสร้าง 'กุญแจ' ดอกสุดท้าย หากคุณกดปุ่มนั้น คุณก็จะแค่รีเซ็ตวงจรไปจุดเริ่มต้น แต่หากคุณเลือกปุ่มที่ซ่อนอยู่... อดีตที่พังทลายจะถูกเขียนทับด้วยความเป็นจริงใหม่ที่ไม่มีใครต้องจากไป” อีออนลุกขึ้นยืนช้าๆ ความมุ่งมั่นที่เคยดับมอดไปเริ่มจุดประกายขึ้นอีกครั้งราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกลมพัด เขาเดินตรงไปยังแผงควบคุม นิ้วของเขาแตะที่ปุ่มสีดำสนิทที่เพิ่งปรากฏขึ้นจากการถอดรหัสของเวร่า “ถ้าผมกดปุ่มนี้ แล้วมันยังคงเป็นความล้มเหลวอีก...” อีออนหันไปมองเวร่า สายตาของเขามีความหมายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง “ผมจะข้ามผ่านทุกจักรวาลเพื่อไปลากคอคุณมาจัดการด้วยตัวเองครับ” เวร่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ในจักรวาลนี้ไม่มีใครจัดการใครได้หรอกครับอีออน มีแต่คนที่รอดไปถึงตอนจบ... กับคนที่ถูกลบหายไป” อีออนไม่รอช้า เขาซัดฝ่ามือลงบนปุ่มสั่งการนั้นทันที เสียงแผดร้องของเครื่องจักรดังลั่นจนมิติโดยรอบสั่นสะเทือน อะตอมในอากาศเริ่มแยกตัวออกจากกัน แสงสีขาวเจิดจ้ากลืนกินทุกสิ่งจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยสีแดงฉานก็ดับวูบลง ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยจะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา—ไม่ใช่เสียงของเวร่า ไม่ใช่เสียงของระบบ แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่เขาจำได้ดีที่สุด “ขอบคุณที่พาฉันกลับมานะ... แต่ดูเหมือนคุณจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เสียแล้วล่ะ” อีออนหันกลับไปตามเสียงนั้น ท่ามกลางหมอกควันสีขาวที่ค่อยๆ จางลง ร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ร่างที่เขาเพิ่งเห็นตายไปต่อหน้าต่อตาในลูปที่ร้อย แต่สิ่งที่ทำให้อีออนตัวแข็งทื่อจนขยับไม่ได้ คือดวงตาของคนตรงหน้าที่บัดนี้ไม่ใช่สีน้ำตาลที่เขาคุ้นเคย แต่มันกลับเป็นสีเงินวาวโรจน์ของ ‘ระบบควบคุมควอนตัม’ ที่ไม่มีวันกะพริบตา ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งความล้มเหลวไปพร้อมกับผมนะครับ - ควอนตัมคอร์
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%