ปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยกดลงบนแป้นโฮโลแกรม แสงสีฟ้าจัดจ้าสาดกระทบใบหน้าด้านชาของอีออน ในขณะที่หน้าจอหลักแสดงข้อความเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่ระรัว—ข้อความมรณะจากตอนที่แล้วที่ยังคงหลอกหลอนประสาทสัมผัส
*‘พบผู้สังเกตการณ์แปลกปลอมในระบบ... เริ่มกระบวนการกำจัด... อีออน, นายถูกลบออกจากสารบบเรียบร้อยแล้ว’*
ความเจ็บปวดแปลบป๊าดแล่นริ้วผ่านเส้นประสาทเทียมตรงต้นคอ ราวกับมีกระแสไฟฟ้านับพันโวลต์วิ่งพล่านผ่านสมองซีกซ้าย แต่นี่ไม่ใช่ความตาย... นี่คือจุดเริ่มต้นของการรวนเรครั้งใหญ่ในโครงสร้างควอนตัม ลูปเวลากำลังรีเซ็ตตัวเองอย่างบ้าคลั่ง สัญชาตญาณของนักฟิสตรอนกบอกเขาว่า หากเขาปล่อยให้ระบบทำตามขั้นตอนเดิม ความทรงจำของเขาจะถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลีในรอบถัดไป
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้องกังวานมาจากทางเดินมืดทึบเบื้องหลัง ประตูนิรภัยห้องปฏิบัติการหลักกำลังถูกทำลายด้วยรังสีพลาสม่า ความร้อนแผดเผาเข้ามาจนอากาศรอบตัวแห้งผาก ดร.เวร่ามาเร็วกว่าที่การคำนวณความน่าจะเป็นระบุไว้ถึงส'ี่นาทีสิบสองวินาที ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นจากตัวแปรเดียว—ตัวเขาเอง
"นายกำลังดิ้นรนกับความว่างเปล่า, อีออน" เสียงหวานเย็นเยียบของเวร่าดังผ่านระบบสื่อสารภายใน น้ำเสียงนั้นไร้ซึ่งความโกรธเกลียว มีเพียงความเยือกเย็นของอัลกอริทึมที่ทำตามหน้าที่ "การลบเลือนคือความเมตตา ทำไมถึงไม่ยอมรับมันแต่โดยดี?"
อีออนไม่ตอบ สายตาคมกริบกวาดมองไปที่แผงควบคุมควอนตัมตรงหน้า ในลูปที่แล้ว เขาวางตารางเวลาการเปิดใช้งานอุปกรณ์เหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กไว้ที่นาทีที่ 45 ของชั่วโมง แต่ในครั้งนี้... เขาตัดสินใจขยับมันเร็วขึ้นเพียงเศษเสี้ยววินาที—การเปลี่ยนแปลงที่ดูไร้ความหมายบนหน้ากระดาษ แต่ในจักรวาลคู่ขนาน มันคือการสั่นสะเทือนของปีกผีเสื้อที่ทรงพลังพอจะพายุเฮอร์ริเคน
ปลายนิ้วกระแทกลงบนปุ่มยืนยันคำสั่ง
*คลิック.*
เสียงกลไกภายในเครื่องจักรดังขึ้นทึบๆ แรงโน้มถ่วงรอบตัวบิดเบี้ยวชั่วขณะ ภาพห้องปฏิบัติการตรงหน้าสั่นกระพริบราวกับโทรทัศน์สัญญาณขาดหาย ผนังโลหะอัลลอยด์สีเทาเข้มเกิดรอยร้าวเป็นเส้นใยเรืองแสงสีทองคำขาว แตกแขนงออกไปราวกับใยแมงมุม นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... แต่มันคือ "รอยร้าวในกำแพงเวลา" ที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นด้วยมือของตนเอง
ดร.เวร่าก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามาในห้อง ปืนเลเซอร์ในมือเธอยกขึ้นเล็งตรงกลางหน้าผากของเขา ทว่า ทันทีที่เธอเหยียบย่างเข้ามาในรัศมีของรอยร้าวสีทอง ร่างกายของเวร่ากลับชะงักงวน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก สีหน้าไร้ความรู้สึกที่เธอสวมใส่มาตลอดพังทลายลง
"แก... ทำอะไรลงไป?" เวร่าอุทาน เสียงของเธอสั่นพร่า ลมหายใจติดขัดราวกับออกซิเจนในห้องลดฮวบลงครึ่งหนึ่ง "ตัวเลขความน่าจะเป็นทั้งหมด... มันเปลี่ยนไปแล้ว! ทำไมประวัติศาสตร์ถึงกำลังเขียนทับตัวเอง?"
อีออนค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ความเจ็บปวดที่ต้นคอจะยังคงเล่นงาน แต่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาที่ถูกเซ็ตไว้ล่วงหน้า
"เพราะนายคิดว่าความเจ็บปวดคือบั๊กของระบบที่ต้องลบออก, เวร่า" อีออนก้าวเข้าไปหาเธอทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "แต่สำหรับฉัน... ความเจ็บปวดในอดีตคือหลักฐานเดียวที่ยืนยันว่าเรายังมีตัวตนอยู่จริง และฉันจะไม่ยอมให้ลูปบ้าๆ นี่พรากมันไปจากฉันอีกเป็นครั้งที่สอง"
เขายื่นมือออกไปสัมผัสรอยร้าวสีทองบนอากาศ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความทรงจำที่ควรจะถูกลบเลือนกลับทะลักทลายเข้ามาในหัวสมองของเขาอย่างรุนแรง ภาพของรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และหยาดน้ำตาของคนที่เขาเคยสูญเสียไหลย้อนกลับมาครบถ้วน แต่มันไม่ได้จบลงแค่นั้น... ในมิติเวลาที่ถูกบิดเบี้ยว ภาพเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกลับปรากฏขึ้นซ้อนทับ
เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง—คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับการระเบิดของห้องทดลองเมื่อสามปีก่อน—ยืนอยู่ท่ามกลางเศษซากของเวลา เธอกำลังมองตรงมาที่อีออนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเอ่ยคำพูดที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจ
*"พ่อคะ... ตัวตนจริงๆ ของพ่อ ถูกลบไปตั้งแต่ลูปที่สามแล้วนะคะ..."*
อีออนชะงักกкаก ลลมหายใจสะดุดกะทันหัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อตระหนักว่า ร่างกายที่เขากำลังใช้งานอยู่ และความทรงจำทั้งหมดที่เขาพยายามปกป้อง อาจไม่ใช่ของมนุษย์ที่มีชีวิตจริงๆ ตั้งแต่แรก
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาไปด้วยกันครับ - ควอนตัมคอร์*
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 5
รอยร้าวในกำแพงเวลา
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!