ปลายนิ้วของอีออนสั่นระริกอยู่เหนือแผงคีย์บอร์ดโฮโลแกรม แสงสีฟ้าจัดจ้านสะท้อนเข้ากับม่านตาที่เบิกกว้างของเขา เสียง ‘ติ๊ด’ ของคำสั่งยืนยันการลบระบบดังก้องในความเงียบงันราวกับเสียงระเบิดเวลา แต่ทว่า... ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีการพังทลายของมิติ ไม่มีแสงวาบสีขาวที่ควรจะกลืนกินทุกสิ่ง มีเพียงความเงียบที่หนาแน่นขึ้นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง
“นายคิดว่าการกดปุ่ม ‘Delete’ จะทำลายความเจ็บปวดได้จริงๆ งั้นเหรอ อีออน?”
น้ำเสียงราบเรียบของเวร่าดังขึ้นข้างหู แต่ไม่ใช่จากตำแหน่งที่เธอยืนอยู่ก่อนหน้า ปืนเลเซอร์ในมือเธอยังคงจ่ออยู่ที่เงาปริศนาหน้าประตู แต่สายตาของเธอ... สายตาที่ไร้แววของเธอกลับจ้องมองมาที่อีออนด้วยความสมเพชอย่างที่สุด
เงาที่ยืนอยู่หน้าประตูเริ่มขยับ มันก้าวพ้นจากเขตมืดของเงามืดเข้ามาในห้องแล็บ รูปลักษณ์ของมันค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจนอีออนแทบหยุดหายใจ ชายคนนั้น... มีใบหน้าเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าดูแก่กว่า มีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มซ้าย และสวมเสื้อโค้ทตัวยาวที่ขาดวิ่นราวกับผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน
“อย่าพยายามเลยอีออน” ชายคนนั้นกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “ปุ่มที่คุณกดน่ะ มันคือทางลัดไปสู่จุดเริ่มต้นของวันที่ 148 ที่คุณเพิ่งผ่านมาเมื่อสิบนาทีที่แล้วต่างหาก”
อีออนกัดฟันแน่น กรามของเขาขบกันจนได้ยินเสียง เขารู้สึกถึงความผิดปกติ ระบบลูปนี้ไม่ได้ทำงานตามอัลกอริทึมที่เขาสร้างขึ้น หากมีใครบางคน... หรือบางสิ่งที่แทรกซึมเข้ามาควบคุมช่องว่างระหว่างวินาที
“แกเป็นใคร?” อีออนเค้นเสียงถาม มือค่อยๆ เลื่อนลงมาหยิบอุปกรณ์เชื่อมต่อข้อมูลสำรองที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะ
“ฉันคือผลลัพธ์ที่เหลือรอดจากการทดลองของเวร่า เมื่อสิบปีที่แล้ว” ชายร่างนั้นตอบพลางก้าวเข้ามาใกล้ “เธอกำลังพยายามลบ ‘ข้อผิดพลาด’ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็สร้าง ‘ระบบรักษาความปลอดภัย’ ขึ้นมาครอบเราไว้อีกชั้น อีออน... ในขณะที่คุณกำลังนับถอยหลัง เธอกำลังนับจำนวนครั้งที่เธอจะ ‘ฆ่า’ คุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
เวร่าแค่นหัวเราะ เธอขยับปืนในมืออย่างใจเย็น “เขาเป็นแค่สัญญาณรบกวนในระบบนะ อีออน อย่าไปฟังมัน มันคือเศษเสี้ยวความทรงจำที่ฉันพยายามกำจัดทิ้งหลังจากที่ลูปครั้งแรกพังไม่เป็นท่า”
อีออนกวาดสายตาผ่านหน้าจอหลักที่เขายังคงเปิดค้างไว้ เส้นกราฟควอนตัมที่ควรจะเป็นแนวราบกลับเต้นเร่าเป็นจังหวะหัวใจ เขาไม่ได้กำลังแข่งกับเวลาเพียงอย่างเดียว แต่นี่คือการเล่นหมากรุกที่มีกระดานเป็นกาลเวลา โดยที่มี ‘ผู้สังเกตการณ์’ จ้องมองมาจากมิติที่ซ้อนทับกันอยู่
เขาเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง รอยเปื้อนสีดำบนพื้นห้องแล็บไม่ได้เกิดขึ้นจากเงา แต่มันคือ ‘รหัส’ ที่ถูกเขียนด้วยภาษาเครื่องที่เขากับเวร่าเคยใช้คุยกันตอนเริ่มโครงการ มันเป็นรหัสลับที่เขาสองคนเท่านั้นที่รู้... แต่เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นคนเขียนมัน
เขาสบตากับตัวเองในร่างที่ดูแก่กว่า ชายคนนั้นกะพริบตาถี่ๆ ส่งสัญญาณบางอย่างผ่านจังหวะการเคลื่อนไหวของม่านตา นั่นคือรหัสมอร์ส
*‘เธอกำลังดูอยู่’*
อีออนหัวใจเต้นรัว นี่ไม่ใช่แค่การลูปเวลา แต่มันคือการถูกคุมขังโดยผู้สังเกตการณ์ที่มองไม่เห็น ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังอัลกอริทึมของเวร่าอีกทีหนึ่ง เวร่าไม่ได้สร้างลูปนี้ขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว เธอทำสัญญาบางอย่างกับบางสิ่งที่เหนือกว่านั้น เพื่อให้ได้รับอำนาจในการแก้ไขอดีต
“เราคุยกันมามากพอแล้ว” เวร่าลดปืนลงเล็กน้อย “อีออน นายต้องตัดสินใจ... จะยอมให้ฉันลบความทรงจำที่เจ็บปวดนั้นทิ้ง แล้วเริ่มใหม่ในฐานะผู้ช่วยของฉัน หรือจะให้ฉันปล่อยให้เขาสังหารนายเพื่อเริ่มลูปใหม่ในรูปแบบที่นรกยิ่งกว่าเดิม”
อีออนสูดลมหายใจลึก เขาไม่ได้มองไปที่เวร่าหรือชายปริศนา แต่เขามองไปที่ ‘รหัสสีดำ’ บนพื้นอีกครั้ง เขาตระหนักได้ทันทีว่ารหัสเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ชายคนนั้นเขียน แต่มันคือสิ่งที่มีไว้เพื่อเตือนเขา
เขาไม่ได้ถูกกักขังในลูป แต่เขาถูกกักขังในกรงที่มองไม่เห็นที่ชื่อว่า ‘การทดลองของพระเจ้า’
เขากำอุปกรณ์ในมือแน่น ก่อนจะหันไปทางเวร่าด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบกว่าเดิม “คุณบอกว่าลบความเจ็บปวดทิ้งได้ใช่ไหม เวร่า? งั้นมาดูกันว่า ถ้าผมทำลาย ‘ตัวสังเกตการณ์’ ของคุณทิ้ง ทั้งลูปและตัวคุณจะเหลืออะไร”
อีออนไม่ได้กดปุ่มลบที่เขาคิดไว้ตอนแรก แต่เขาป้อนคำสั่ง ‘Override’ เข้าสู่แกนกลางของระบบที่เชื่อมต่อกับสมองของเวร่าโดยตรง ผ่านสัญญาณไวเลสที่เขาลอบวางไว้ในชุดกาวน์ของเธอตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์นี้
ทันใดนั้น แสงไฟในห้องแล็บก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เสียงไซเรนที่ไม่ได้ยินมาก่อนดังแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก เวร่ากรีดร้องและกุมขมับ ร่างของเธอสั่นสะท้านราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงแล่นผ่าน
ชายปริศนาคนนั้นยิ้มกว้าง ก่อนจะเริ่มเลือนหายไปเหมือนหมอกควัน “ยินดีด้วย... อีออน นายเพิ่งดึงความสนใจของ ‘มัน’ มาไว้ที่นี่ได้สำเร็จ”
อีออนเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นกลางห้องแล็บ มันไม่ใช่เทคโนโลยี แต่มันคือความว่างเปล่าที่ค่อยๆ กัดกินมิติของห้องนี้ไปทีละส่วน เสียงกระซิบหลายล้านเสียงดังขึ้นพร้อมกันในหัวของเขา ประโยคเดียวที่ดังชัดเจนที่สุดคือ...
*‘พบผู้สังเกตการณ์แปลกปลอมในระบบ... เริ่มกระบวนการกำจัด... อีออน, นายถูกลบออกจากสารบบเรียบร้อยแล้ว’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิติไปกับผมครับ - ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 4
ผู้สังเกตการณ์ที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!