คอร์เซอร์สีขาวกะพริบถี่กระชั้นชิดบนหน้าจอโฮโลแกรม ราวกับจังหวะหัวใจของคนที่กำลังตื่นตระหนก แสงสีฟ้าเย็นเยียบสะท้อนเข้ากับดวงตาที่แข็งค้างของอีออน เขาไม่ได้ขยับตัวมาหลายนาทีแล้ว ความเงียบภายในห้องแล็บใต้ดินใต้ฐานทัพควอนตัมดูจะกดทับจนอากาศรอบตัวหนาแน่นเหมือนตะกั่ว
*'หยุดการคำนวณซะ อีออน... ในลูปที่สี่สิบสี่นี้ เราไม่ได้มาเพื่อหาทางออก แต่เรามาเพื่อต้อนรับจุดจบที่แท้จริง'*
ข้อความนั้นยังคงแช่อยู่บนจอ มือของอีออนที่วางอยู่บนแป้นพิมพ์สั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อความผิดปกติที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
“ใคร...” เสียงของเขาแหบพร่า “ใครแฮกเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์แยกส่วนของฉัน?”
เขาพิมพ์คำสั่ง ‘Debug’ ลงไปอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วรัวกระทบแป้นพิมพ์เหมือนคนเล่นเปียโนในจังหวะที่คลุ้มคลั่ง ข้อมูลย้อนหลังใน System Log ไม่แสดงร่องรอยการบุกรุก ไม่มีไอพีแอดเดรส ไม่มีซิกเนเจอร์การเข้ารหัส ทุกอย่างสะอาดสะอ้าน ราวกับว่าข้อความนี้ไม่ได้ถูกส่งมาจากภายนอก แต่มันถูกเขียนขึ้นจาก... *ภายใน*
ประตูห้องแล็บเลื่อนเปิดออกพร้อมเสียงไฮดรอลิกที่ฟังดูเหมือนเสียงกระดูกลั่น ดร.เวร่าก้าวเข้ามา เธอไม่ได้สวมแว่นตาเหมือนทุกที แต่สวมสีหน้าเรียบเฉยที่อ่านไม่ออก แววตาของเธอหรี่ลงเมื่อเห็นอีออนที่ยังคงจ้องหน้าจอไม่วางตา
“ดูเหมือนผลลัพธ์ของสมการจะทำให้เธอสติหลุดไปแล้วนะ อีออน” เวร่าพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ วางมือลงบนโต๊ะทำงานของเขา “ฉันบอกเธอแล้วว่าการฝืนย้อนทวนความน่าจะเป็นซ้ำๆ มันจะทำให้สมองเธอเริ่มสร้างภาพหลอนจากความปรารถนาส่วนตัว”
อีออนเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเวร่า ราวกับจะค้นหาคำโกหก “ถ้ามันเป็นแค่ภาพหลอน ทำไมรหัสคีย์การเข้ารหัสถึงเป็นของฉัน? ทำไมลายมือที่เป็นเอกลักษณ์ในการเขียนโปรแกรมของฉันถึงปรากฏอยู่บนหน้าจอ โดยที่ฉันไม่ได้แตะต้องมันแม้แต่มิลลิวินาทีเดียว?”
เวร่าชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความเมตตา แต่มันคือความสมเพช
“เธอคิดว่าเธอคือคนเดียวที่เข้าถึงลูปนี้ได้งั้นเหรอ?” เวร่าขยับเข้ามาใกล้จนอีออนได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นโอโซนจางๆ จากตัวเธอ “อีออน ในจักรวาลควอนตัม ความจริงไม่ใช่เส้นตรง แต่มันคือการทับซ้อน... บางที ข้อความนั้นอาจไม่ได้มาจาก 'อดีต' หรือ 'อนาคต' แต่มันมาจาก 'ตัวเธอที่ล้มเหลว' ในลูปที่แล้วๆ มา”
“หยุดพูดจาไร้สาระสักที!” อีออนตวาด สลัดมือเธอออก “เธอคือคนสร้างระบบลูปนี้ เธอกำลังพยายามซ่อนอะไรอยู่? ทำไมต้องเป็นเลข 44? ทำไมต้องลูปที่ 44?”
เวร่าถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว เธอหมุนตัวเดินไปที่ผนังห้องซึ่งเต็มไปด้วยผังโครงสร้างของเวลา เธอชี้ไปที่ตัวเลขที่ถูกลบซ้ำไปมาจนรอยกระดาษเกือบขาด
“เพราะนั่นคือจำนวนครั้งที่ฉันพยายามจะช่วยเธอ แต่ละครั้งที่เธอกดรีเซ็ต เธอจะเสียความทรงจำส่วนหนึ่งไปเสมอ อีออน เธอเชื่อว่าเธอคือวีรบุรุษที่กำลังจะกอบกู้โลก แต่ความจริงแล้ว เธอก็แค่ตัวหมากในเครื่องจักรที่วนเวียนหาคำตอบที่ไม่มีวันมีอยู่จริง”
อีออนนิ่งงัน คำพูดของเธอเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงความมั่นใจที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายเดือน เขาหันกลับมาที่จอโฮโลแกรมอีกครั้ง พยายามเรียกไฟล์ย้อนหลัง (Snapshot) ของระบบขึ้นมา แต่สิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น
รหัสโปรแกรมที่เขาเห็นบนจอเริ่มบิดเบี้ยว ตัวเลขควอนตัมไหลย้อนกลับ กลายเป็นภาษาแปลกๆ ที่เขาสร้างขึ้นมาเองเมื่อสิบปีก่อน—ภาษาที่เป็นรหัสลับที่เขาใช้คุยกับ 'ใครบางคน' ในจดหมายที่เขาส่งถึงตัวเองในวัยเด็ก
มันไม่ใช่การแฮก แต่มันคือการเขียนทับ (Overwriting)
อีออนรีบพิมพ์คำสั่ง ‘Trace Source’ อีกครั้ง ครั้งนี้หน้าจอโฮโลแกรมไม่แสดงที่มาของไฟล์ แต่กลับแสดงตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบัน... มันชี้ไปที่เครื่องสแกนชีวภาพที่เขากำลังยืนอยู่
เขารีบคว้าอุปกรณ์สแกนมาตรวจสอบที่ต้นคอของตัวเอง ลมหายใจเขาติดขัดทันทีเมื่อสแกนเนอร์ส่งเสียงเตือนยาวๆ บ่งบอกถึงการมีอยู่ของชิปนาโนขนาดจิ๋วที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งเขาไม่เคยจำได้เลยว่ามันมาอยู่ที่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่
“นี่มันอะไร...” อีออนพึมพำ มือสั่นเทาขณะที่เขามองเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่เพิ่งจะเผยตัวออกมาจากการขยายภาพของสแกนเนอร์
เวร่ายืนกอดอก มองดูเขาด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งในช่องฟรีซ “เธอไม่ได้อยู่แค่ในลูป อีออน... ตัวเธอทั้งระบบคือลูป เธอคืออัลกอริทึมที่เดินได้ และหน้าที่ของเธอไม่ใช่การทำลายลูป แต่เป็นการทำให้ลูปนี้สมบูรณ์แบบเพื่อที่...”
จู่ๆ ไฟในห้องแล็บก็ดับลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากระบบสำรองฉุกเฉิน ข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เปลี่ยนไปอีกครั้ง ไม่ใช่คำพูดของเขาเองอีกต่อไป แต่มันคือรายการจำนวนของตัวแปรที่เหลืออยู่
*‘สถานะปัจจุบัน: ลูปที่ 44 | เป้าหมาย: ลบตัวแปรอีออนทิ้งเพื่อรีเซ็ตระบบ 0%’*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องแล็บ มันไม่ใช่เสียงของเวร่า เพราะเวร่ากำลังยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นอยู่ตรงหน้าเขา แต่เงาที่ทอดผ่านประตูเข้ามากลับยาวและสูงใหญ่ผิดปกติ
เสียงกลอนประตูห้องแล็บถูกกระชากออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงที่อีออนจำได้ดีที่สุดในชีวิต... เสียงของตัวเขาเองที่ตะโกนมาจากด้านนอกประตู
“อย่าเชื่อสิ่งที่มันพูด อีออน! ชิปนั่นไม่ได้มีไว้เพื่อควบคุมเธอ แต่มันมีไว้เพื่อฆ่าเธอในวินาทีที่เธอถอดรหัสความลับนี้ได้!”
อีออนหันไปมองประตูที่ค่อยๆ เปิดอ้าออก ในขณะที่เวร่าดึงปืนพกเลเซอร์ออกมาจากใต้เสื้อกาวน์ จ่อไปที่เงาที่ยืนอยู่หน้าประตู และเขาก็ตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิต... เขาเอื้อมมือไปกด ‘Delete’ ระบบลูปทั้งหมดโดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาเอง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซับซ้อนของห้วงเวลานี้ครับ – ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 3
รหัสที่ซ่อนอยู่ในควอนตัม
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!