“ถ้านายยังไม่หยุดพยายามคำนวณสมการบ้าๆ นั่น อีออน... นายก็แค่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศษซากข้อมูลที่ไม่มีวันถูกประมวลผล”
เสียงของดร.เวร่ากังวานอยู่ในห้องปฏิบัติการใต้ดินที่มืดมิด ทว่ามันไม่ได้เรียกความสนใจจากผมได้เท่ากับแสงสีฟ้าจางๆ ที่สั่นไหวอยู่เบื้องหน้า
ผมไม่หันไปมองเธอ สายตาของผมจับจ้องเพียงภาพโฮโลแกรมความละเอียดต่ำที่กำลังฉายซ้ำเหตุการณ์ในวินาทีก่อนที่เธอจะจากไป... วินาทีที่ความร้อนของเปลวไฟกลืนกินทุกอย่างที่ผมรัก ‘เอลิน่า’ ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสีขาวที่เคยเปื้อนฝุ่นจากห้องทดลอง รอยยิ้มของเธอยังคงอบอุ่นราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่ใช่เมื่อสิบปีที่แล้วตามเวลาในกระแสจิตสำนึกของผม
“เธอกำลังยิ้มให้ผม” ผมพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่า “เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเธอกำลังจะตายในอีกสามจุดสี่วินาทีข้างหน้า”
“นั่นไม่ใช่เธอ อีออน” เวร่าก้าวเข้ามาใกล้ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนบนแว่นตาของเธอจนมองไม่เห็นแววตา “นั่นคืออัลกอริทึมที่ฉันสกัดมาจากความทรงจำที่แตกสลายของนาย เธอมีชีวิตอยู่แค่ในโค้ดดิ้งที่นายเขียนขึ้นเพื่อสนองความต้องการส่วนตัวเท่านั้น”
ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ “ถ้าอัลกอริทึมนี้สามารถบอกผมได้ว่าทำไมเธอถึงหยิบสร้อยคอเส้นนั้นขึ้นมาสวมก่อนเกิดระเบิด... งั้นเธอก็ไม่ใช่แค่โค้ดดิ้ง เวร่า เธอคือความจริงที่นายพยายามจะลบออกไป”
นิ้วของผมแตะลงบนพื้นผิวของโฮโลแกรม ความรู้สึกเย็นเยียบของกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นผ่านปลายนิ้ว ภาพของเอลิน่ากะพริบถี่ๆ ก่อนจะหันมามองผม ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ผมเคยจ้องมองยามที่โลกทั้งใบหยุดหมุน เธอยกมือขึ้นแตะอากาศตรงจุดที่นิ้วผมวางอยู่ ราวกับเธอกำลังรับรู้ถึงตัวตนของผมผ่านมิติเวลา
“อีออน...” เสียงของเธอสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ แต่มันคือเสียงที่บรรจุความรักและความเจ็บปวดเอาไว้ครบถ้วน “หยุดมองดูจุดจบของฉันได้แล้ว... หันไปมองข้างหลังนายสิ”
ผมชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ “เธอ... เธอพูดอะไรนะ?”
“อย่าไปฟังมัน!” ดร.เวร่าตวาดลั่น เธอพุ่งตัวเข้ามาเพื่อจะตัดกระแสไฟของระบบ แต่ผมกลับกางแขนกันเธอไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี แววตาของผมในตอนนี้คงดูเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องเหยื่อชิ้นสุดท้ายในโลก
“ถอยไป” ผมสั่งเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้าน “ถ้าเธอเป็นแค่ข้อมูลที่ผมสร้างขึ้นมาจริงๆ ทำไมเธอถึงรู้ว่ามีบางอย่างอยู่ข้างหลังผม?”
ภาพโฮโลแกรมของเอลิน่าเริ่มบิดเบี้ยว ตัวเลขรหัสไบนารีสีทองเริ่มไหลพรั่งพรูออกมาจากดวงตาของเธอแทนหยาดน้ำตา เธอไม่ได้มองมาที่ผมอีกต่อไป แต่จ้องเขม็งไปที่มุมมืดของห้องปฏิบัติการ ที่ซึ่งเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ
เวร่าหยุดชะงัก ใบหน้าที่เคยสุขุมของเธอกลายเป็นซีดเผือด เธอไม่ได้หวาดกลัวผม แต่เธอกำลังหวาดกลัว... สิ่งที่กำลังเดินออกมาจากเงามืดนั้น
“แก... แกไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่” เวร่าพึมพำกับความว่างเปล่า
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด รองเท้าบูททหารกระทบพื้นโลหะดัง กึก... กึก... กึก... เป็นจังหวะที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงจังหวะที่ผมได้ยินในทุกครั้งที่ลูปเวลาเริ่มต้นใหม่ เสียงที่ผมคิดว่ามันคือเสียงของเครื่องจักร แต่ในวินาทีที่แสงไฟจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นใบหน้าของผู้มาเยือน ผมก็ได้แต่ยืนนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้น
ชายผู้นั้นสวมเสื้อโค้ทตัวยาวที่ขาดรุ่งริ่ง แผลเป็นบนใบหน้าลากยาวจากหางตาลงมาถึงลำคอ เขามีทุกอย่างที่ผมมี... รอยแผลเป็น รูปพรรณสัณฐาน และดวงตาที่เหนื่อยล้าจากการผ่านลูปเวลามานับพันครั้ง
เขาหยิบอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากกระเป๋า มันคือ ‘ตัวกำหนดเวลา’ รุ่นเดียวกับที่ผมถืออยู่ แต่มันมีร่องรอยของการซ่อมแซมด้วยเทปพันสายไฟและหยดเลือดที่แห้งกรัง
“นายมัวแต่เสียเวลากับความทรงจำพวกนี้อยู่ได้นะ อีออน” ร่างนั้นพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเหมือนกับผมทุกกระเบียดนิ้ว แต่กลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่มากกว่าหลายเท่าตัว “ถ้าอยากจะช่วยเธอจริงๆ นายต้องหยุดหาคำตอบจากอดีต... แล้วเริ่มลงมือฆ่าคนที่สร้างลูปนี้เสียตั้งแต่วันที่เธอยังไม่เกิดมาด้วยซ้ำ”
เขายกอาวุธขึ้นเล็งตรงมาที่ดวงใจของดร.เวร่า นิ้วของเขาวางอยู่บนไกปืนพร้อมเหนี่ยวรั้งในเสี้ยววินาที
ผมขยับตัวจะเข้าขวาง แต่ภาพโฮโลแกรมของเอลิน่ากลับสลายตัวกลายเป็นฝุ่นผงแสงที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ก่อนที่เธอจะหายไปสนิท เธอได้กระซิบคำหนึ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของผมสั่นคลอน
“เขาไม่ใช่ฉัน... และเขาก็ไม่ใช่ตัวนาย... เขาคือสิ่งที่เหลืออยู่เมื่อนายยอมแพ้ต่อทุกสิ่ง”
กระบอกปืนลั่นไก เสียงคำรามของกระสุนอัดอากาศดังสนั่นก้องห้องทดลอง กลิ่นโอโซนและควันไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผมเห็นดร.เวร่าทรุดฮวบลงกับพื้น แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ... ร่างของชายแปลกหน้าคนนั้นเริ่มโปร่งแสง และหันมาแสยะยิ้มให้ผมก่อนที่ร่างกายของเขาจะระเหยหายไปในอากาศราวกับหมอกควัน
ผมยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงเตือนจากระบบที่ดังระงมว่า ‘วงจรลูปกำลังจะรีเซ็ตในสาม... สอง...’
ทว่าครั้งนี้ บนหน้าจอหลักไม่ได้แสดงสมการที่ผมคุ้นเคยอีกต่อไป มันกลับแสดงรูปถ่ายใบหนึ่ง... รูปถ่ายที่ผมเพิ่งจะถ่ายไปเมื่อห้านาทีก่อน ในขณะที่ผมกำลังยืนจ้องมองโฮโลแกรมของเอลิน่า แต่ในรูปนั้น... กลับมีเงาสะท้อนของใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังผมในจังหวะที่ผมกำลังกดชัตเตอร์
เงาที่ก้มลงมากระซิบข้างหูผมว่า... “ยินดีต้อนรับสู่ลูปที่นายไม่มีวันชนะ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านสมการแห่งโชคชะตาไปกับผมนะครับ - ควอนตัมคอร์
อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 14
บทสนทนากับอดีต
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!