อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต•ตอนที่ 30

ตัดสินใจทิ้งอดีต

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"ถ้าฉันตอบตกลง นั่นหมายความว่าความทรงจำทั้งหมดที่เธอเคยมีเกี่ยวกับฉัน... จะต้องกลายเป็นเพียงค่าว่างในสมการที่ไม่มีวันถูกเติมเต็ม เธอเข้าใจผลลัพธ์นั้นจริงๆ ใช่ไหม เวร่า?" ผมบีบมือเธอตอบ แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอที่จะตอกย้ำว่าเราไม่ได้กำลังเล่นเกมกระดาน แต่กำลังเตรียมเผาทำลายกระดานนั้นทิ้งพร้อมกับชีวิตของพวกเราทั้งคู่ ห้องทดลองใต้ดินชั้นที่ลึกที่สุดสั่นสะเทือน เสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องเร่งอนุภาคควอนตัมดังสะท้อนผ่านโครงเหล็กกล้า ปลุกสัญชาตญาณความระแวงในตัวผมให้ตื่นเต็มตา ร่างของดร.เวร่าดูเล็กลงไปถนัดตาเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางหน้าจอโฮโลแกรมที่นับถอยหลังสู่จุดดับสูญของไทม์ไลน์นี้ แสงสีฟ้าเย็นเยียบสะท้อนบนใบหน้าที่เรียบเฉยของเธอ แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นกลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่กำลังสู้กับพายุ "ความทรงจำคือพันธนาการนะอีออน" เธอกล่าว น้ำเสียงของเธอราบเรียบจนน่ากลัว "นายยังไม่เข้าใจอีกหรือไง? เราวนเวียนอยู่ในลูปนี้เพราะเราต่างถืออีโก้และความเจ็บปวดไว้แน่นเกินไป การลบเลือนไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการรีบูตอัลกอริทึมของจิตวิญญาณ... นายพร้อมจะทิ้ง ‘อีออน’ คนที่แบกรับความสูญเสียไว้เบื้องหลังหรือยัง?" ผมปล่อยมือจากเธอแล้วเดินไปที่แผงควบคุม ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวโลหะที่เย็นเฉียบ ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่เลือกที่จะจ้องมองรหัสต้นกำเนิดที่ปรากฏบนหน้าจอ มันคือสูตรที่ผมใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตในการถอดรหัส และในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ผมต้องพิมพ์คำสั่งสุดท้ายเพื่อ ‘ลบ’ ตัวเองออกจากสมการโลก "ผมไม่เคยแบกความสูญเสียเพื่อความโศกเศร้าหรอกนะ" ผมพึมพำขณะนิ้วเรียวรัวบนคีย์บอร์ดเสมือนจริง "ผมแบกมันไว้เพื่อเตือนตัวเองว่า ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นมนุษย์ที่รู้จักรักใครสักคนจริงๆ" "รัก?" เวร่าแค่นหัวเราะ เสียงของเธอกลบเสียงเครื่องจักรที่กำลังเร่งจังหวะ "นายเรียกการติดอยู่ในลูปนรกนี้ว่าความรักเหรอ? อีออน นายมันก็แค่คนขี้ขลาดที่กลัวการสูญเสียจนยอมทำลายทุกอย่าง" "แล้วเธอล่ะ?" ผมหยุดมือแล้วหันไปจ้องหน้าเธอตรงๆ "ถ้าเธอมั่นใจในอุดมการณ์ของเธอขนาดนั้น ทำไมมือขวาของเธอถึงสั่นตอนที่เธอกดเปิดสวิตช์ระบบล้างสมมติฐาน?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เวร่าชะงัก เธอรีบซ่อนมือข้างนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ แววตาของเธอเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที—จากนักวิทยาศาสตร์ที่เย็นชา กลายเป็นหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวต่อสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้น นั่นคือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าลูปนี้ไม่ได้ทำลายเพียงแค่ความเป็นความตาย แต่มันกัดกินความเป็นคนไปทีละน้อย "เราไม่มีเวลาแล้วอีออน" เธอเปลี่ยนเรื่อง เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ "ความน่าจะเป็นในวินาทีที่ 720 ของลูปนี้คือจุดที่เสถียรที่สุดในการสอดแทรกคำสั่งเข้าไป หากพลาดไปแม้แต่เสี้ยววินาที พลังงานย้อนกลับจะแผดเผาเราให้หายไปจากมิติเวลาอย่างถาวร โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะกลับไปเริ่มใหม่ที่จุดเริ่มต้น" ผมพยักหน้าเงียบๆ ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านไขสันหลัง การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการแก้สมการ แต่มันคือการ ‘เลือก’ ว่าเรายอมตายด้วยความทรงจำ หรือยอมมีชีวิตอยู่ด้วยความว่างเปล่า ผมเริ่มป้อนชุดคำสั่งสุดท้าย... นิ้วของผมเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่แม่นยำ ทุกตัวอักษรที่พิมพ์ลงไปเปรียบเสมือนการตัดเส้นด้ายแห่งโชคชะตาที่ผูกมัดเราไว้กับอดีต ผมเห็นภาพแฟลชแบ็กนับพันครั้งที่ผมเคยผ่านมา ทั้งตอนที่ผมแพ้ ทั้งตอนที่ผมเกือบจะช่วยเธอไว้ได้ ทั้งตอนที่ผมต้องเห็นเธอตายต่อหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ทั้งหมดกำลังถูกบีบอัดลงในรหัสเพียงไม่กี่บรรทัด "เวร่า" ผมเรียกเธอโดยไม่หันไปมอง "ถ้าหลังจากนี้เราจำอะไรไม่ได้เลย... ถ้าเรากลับไปเป็นคนแปลกหน้าต่อกันในจักรวาลที่ไม่มีใครรู้จักใคร... เธอคิดว่าเราจะยังคงเลือกทางเดินนี้ไหม?" เวร่าเดินเข้ามาใกล้ผมจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเธอ เธอไม่ได้ตอบ แต่เอื้อมมือมาวางทับบนมือของผมที่กำลังค้างอยู่บนแผงควบคุม แรงกดนั้นมั่นคงและเด็ดเดี่ยว "ถ้านั่นคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อไม่ให้ใครต้องเจ็บปวดกับลูปนี้อีก... ฉันยอมเป็นคนแปลกหน้าสำหรับนายตลอดไป" ผมกดปุ่ม ‘Execute’ ทว่าทันทีที่คำสั่งถูกส่งออกไป เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็แผดดังสนั่น แสงสีแดงฉานย้อมทั้งห้องทดลองจนกลายเป็นนรกสีเลือด หน้าจอโฮโลแกรมสั่นไหวและแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนที่ตัวเลขความน่าจะเป็นจะดีดตัวสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งเกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะคำนวณได้ "อีออน! ระบบป้องกันของลูปไม่ได้กำลังลบตัวตนของเรา... แต่มันกำลัง ‘ดึง’ อะไรบางอย่างกลับมา!" เวร่าตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดของแกนพลังงาน ผมมองดูหน้าจอที่กำลังแสดงผลลัพธ์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มันไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือภาพของบุคคลที่สาม... บุคคลที่ผมไม่เคยเห็นในลูปไหนมาก่อน กำลังเดินตรงเข้ามาในห้องทดลองนี้ผ่านประตูที่ควรจะถูกปิดตายไปนานแล้ว นั่นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่มันคือผมอีกคนหนึ่ง ในสภาพที่เลือดโชกไปทั้งร่างและมีดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำ เขาถืออุปกรณ์บางอย่างที่คล้ายกับเครื่องมือที่ผมกำลังใช้ แต่มันถูกดัดแปลงให้กลายเป็นอาวุธสังหาร เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากเราเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบจนแข็งค้าง "ฉันมาเตือนพวกเธอแล้ว... อย่ากดคำสั่งนั้น เพราะนั่นไม่ใช่ทางออก แต่มันคือการส่งมอบ 'กุญแจ' ให้กับสิ่งที่จะมาแทนที่ลูปนี้ในรูปแบบที่โหดร้ายกว่าเดิม" ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของอีออนมาจนถึงจุดพลิกผันนี้ครับ ควอนตัมคอร์
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้าย: วงจรลบเลือนแห่งอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%