ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 4

เกมกระดานแรกเริ่มขึ้น

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะทำงานหินอ่อนราคาแพงระยับดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ของศิขรินทร์กรุ๊ป ปกรณ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นAสันนูนชัดเจน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทของอดีตภรรยาด้วยความเกรี้ยวกราดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "พิมพ์พิศา! คุณบ้าไปแล้วหรือไง ถึงกล้าใช้อำนาจผู้ถือหุ้นใหญ่ระงับโปรเจกต์เมกะพาร์กนั่น! รู้ไหมว่าบริษัทเสียหายวันละเท่าไหร่!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้สั่งการคนทั้งบริษัทตวาดลั่นด้วยความเหลืออด ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่ค้ำคอมาตลอดชีวิตของประธานหนุ่มแห่งศิขรินทร์กำลังถูกเหยียบย่ำให้จมดินด้วยลายเซ็นเพียงบรรทัดเดียวของผู้หญิงที่เขาเคยเขี่ยทิ้งราวกับไม่มีค่า พิศาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับเสียงคำรามนั้นแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ปลายเรียวลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมาจากนรก เธอกวาดสายตามองชายหนุ่มผู้เคยเป็นสามีด้วยความสมเพชเวทนา มือเรียวบางยกขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตนเองอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ "เสียหายหรือคะกรณ์? น่าแปลกนะคะที่คุณเพิ่งจะมาเดือดร้อนเอาตอนนี้ ทั้งที่ตอนที่คุณเซ็นอนุมัติงบประมาณก้อนโตให้บริษัทนอมินีของชู้รักคุณ คุณกลับไม่เห็นความเสียหายของบริษัทเลยสักนิด" น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ หล่อนเน้นย้ำทุกถ้อยคำด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ปกรณ์หน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้จุดดำมืด "เรื่องส่วนตัวมันคนละเรื่องกับธุรกิจ! โปรเจกต์นั้นผมทุ่มเททั้งแรงกายและเวลาเพื่อศิขรินทร์..." "ศิขรินทร์งั้นหรือคะ?" พิศาตัดบทด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน หล่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าหาอดีตสามีช้าๆ ส้นสูงเสียงกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อก... ก๊อก... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของเขา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความเย้ายวนลึกล้ำโชยแตะจมูกปกรณ์จนเขาสะท้านเฮือก เผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "จำไม่ได้หรือไงคะ ว่าบริษัทนี้ครึ่งหนึ่งเติบโตมาได้เพราะหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของตระกูลฉัน... ตระกูลที่คุณเหยียบย่ำและถีบหัวส่งเมื่อสามปีก่อนไงล่ะคะ" ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความอ่อนแอและหยาดน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับเปล่งประกายความอำมหิตและเด็ดเดี่ยวจนปกรณ์รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง รัศมีรอบตัวของพิมพ์พิศาในยามนี้ช่างทรงพลังและกดดันเสียจนทายาทตระกูลใหญ่ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างเขา รู้สึกราวกับตัวเองเป็นเพียงมดปลวกตัวเล็กๆ ที่อยู่ในอุ้งมือของเธอ "คุณเกลียดผม..." ปกรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่สายตาคมก้มมองริมฝีปากอิ่มที่เคยตกอยู่ภายใต้การครอบครองของตนเอง ความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาทำร้าย ยามที่เขาเคยรังแกเธออย่างไร้ความปรานี ยามที่เธอนอนร้องไห้สะอื้นอยู่บนเตียงกว้างโดยที่เขาไม่เคยแยแสแม้แต่น้อย "คุณทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นผมสินะ พิศา" "แก้แค้นหรือคะ?" พิศาหัวساในลำคอ เสียงหัวساนั้นช่างเย็นเยียบและไร้ซึ่งความอบอุ่น "คำว่าแก้แค้นมันดูน้อยเกินไปด้วยซ้ำสำหรับสิ่งที่ฉันต้องเจอ ฉันแค่กำลังทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของฉัน และกำลังจะกระชากหน้ากากคนสารเลวอย่างคุณให้ตกลงมานอนคลุกฝุ่นต่างหากล่ะคะ" ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว อกแกร่งของปกรณ์กระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ เขาส Aกเข้าประชิดตัวเธอตามสัญชาตญาณดิบเถื่อน มือหนาเอื้อมหมายจะควบกำข้อมือเรียวเล็กไว้เช่นอดีตเพื่อข่มขวัญ แต่ทว่า... ไวกว่าแสง พิศาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับยกมือขึ้นตบเข้าที่ข้างแก้มสากของเขาอย่างเต็มแรง! เพียะ! เสียงตบดังสนั่นก้องห้องประชุม ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ปกรณ์หน้าหันไปตามแรงกระแทก รอยฝ่ามือสีแดงปรากฏเด่นชัดบนผิวแก้มของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง เขาค่อยๆ หันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความช็อกและระอุด้วยเพลิงโทสะ เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนตบมาก่อนในชีวิต โดยเฉพาะผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ! "อย่าบังอาจแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกของคุณอีก ปกรณ์" พิศากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเฉียบขาด แววตาแข็งกร้าวไร้ความปรานี "จำใส่สมองของคุณไว้ ว่าเกมกระดานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และฉันนี่แหละ... จะเป็นคนต้อนคุณให้จนมุมจนไม่มีแผ่นดินจะยืน" พูดจบ พิศาก็สะบัดหน้าเดินเลยผ่านร่างสูงใหญ่ของเขาไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ปกรณ์ยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปรรosด้วยความแค้นสุมอก ความโกรธเกรี้ยวและอีโก้ที่ถูกทำลายแหลกละเอียดทำให้เขาแทบคลั่ง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความโกรธ คือหัวใจที่กลับเต้นระรัวอย่างไร้เหตุผลยามที่ได้กลิ่นกายหอมกรุ่นและแววตาดุดันคู่นั้นของเธอ ปกรณ์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานด้วยความหงุดหงิด เขายกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างแรง ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความเครียดจัด ก่อนที่เสียงเคาะประตูกระจกจะดังขึ้นเบาๆ ขัดจังหวะความคิด ก๊อก ก๊อก ก๊อก "เข้ามา!" ปกรณ์ตวาดลัดลาน ประตูเปิดออก พร้อมกับเลขาหนุ่มที่เดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดเข้ามาส่งให้ผู้เป็นนายทันที "ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ทางตลาดหลักทรัพย์และกลุ่มทุนใหญ่เบื้องหลังคุณพิศา... พวกเขาเพิ่งปล่อยข่าวเทคโอเวอร์หุ้นรอบใหม่ และตอนนี้..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "และตอนนี้ มีพินัยกรรมลับฉบับหนึ่งถูกยื่นต่อบอร์ดบริหารแล้วครับ!" ปกรณ์ขมวดคิ้วมุ่น คว้าแท็บเล็ตมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย สายตาคมกวาดมองตัวอักษรบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อพบว่าผู้ถือหุ้นใหญ่อีกรายที่ถือหุ้นลับถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ของศิขรินทร์กรุ๊ป... ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นชื่อของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบคนหนึ่ง... เด็กชายที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเสียยิ่งกว่าพิมพ์เดียวกัน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%