ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 5

คำสบประมาทที่ต้องแลกด้วยราคาแพง

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงล็อกกลอนประตูห้องรับรอง VIP ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของปกรณ์ที่ก้าวเข้ามาอย่างถือดี บรรยากาศภายในห้องถูกโอบล้อมด้วยความเงียบงันและกลิ่นหอมเย็นเยียบของชาขาว พิมพ์พิศายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ดวงตาสีนิลภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรง Cat Eye ถูกถอดออกวางไว้บนโต๊ะเผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมที่ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ระ- ระคนความเย้ยหยันที่ฉายชัดจนคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาต้องชะงักฝีเท้า "คุณกล้ามากนะพิมพ์พิศา ที่เดินเข้ามาเหยียบอาณาจักรศิขรินทร์ด้วยท่าทางแบบนี้" ปกรณ์เปิดฉากด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกดต่ำ เขาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานกระจกใส ร่างกายสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามตามแบบฉบับของนักธุรกิจหนุ่มผู้ผูกขาดอำนาจ แต่วันนี้... มันใช้ไม่ได้ผลกับผู้หญิงที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีคนนี้อีกต่อไปแล้ว พิมพ์พิศาเพียงแค่ยกเรียวปากขึ้นแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา และเต็มไปด้วยความดูแคลนที่ทำให้อีโก้ของประธานหนุ่มสั่นสะเทือนได้อย่างน่าประหลาด "อาณาจักรเหรอคะคุณปกรณ์?" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกดังขึ้น เธอเอียงคอเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า "ฉันนึกว่ามันเป็นแค่ซากปรักหักพังที่กำลังรอวันพังทลายเสียอีก... ดูจากสีหน้าเคร่งเครียดของคุณในตอนนี้แล้ว ข่าวลือเรื่องสภาพคล่องของศิขรินทร์คงไม่ใช่เรื่องโกหกสินะคะ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้สันกรามของปกรณ์ขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขาก้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดเข้ามาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "ปากเก่งขึ้นนี่! ตั้งแต่ไสหัวออกไปจากชีวิตฉัน คิดว่าไปซุกหัวนอนอยู่กับผู้ชายคนไหนมาถึงได้กล้ากลับมาต่อปากต่อคำกับฉันแบบนี้ หืม? หรือคิดว่ามีไอ้ลภัสคอยหนุนหลังแล้วจะใหญ่มาจากไหน!" ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านในน้ำเสียงของเขา ทว่าพิมพ์พิศากลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อน ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทราคาแพงของเขาด้วยท่าทางเยือกเย็น ราวกับกำลังปัดฝุ่นให้เด็กชายตัวเล็กๆ "อย่าเอาความคิดสกปรกของคุณมาตัดสินคนอื่นค่ะคุณปกรณ์" เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "ผู้ชายอย่างคุณคงเข้าใจแต่เรื่องการใช้เงินซื้อความภักดีและการเหยียบย่ำคนอื่นให้จมดิน แต่ก็นั่นแหละค่ะ... คนที่เคยอยู่แต่จุดสูงสุด วันหนึ่งพอตกลงมาข้างล่าง คงไม่รู้ว่าควรเอาหน้าซุกไว้ที่ไหน" "พิมพ์พิศา!" ปกรณ์คำรามต่ำในลำคอ มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของเธออย่างแรงด้วยความบันดาลโทสะ แต่ทว่าดวงตาคู่สวยที่จ้องมองกลับมานั้นไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความเกลียดชังที่ลุกโชนสะท้อนเงาของเขา "จะบีบให้แหลکคามือเลยไหมคะ?" เธอท้าทายด้วยรอยยิ้มเยาะ "เหมือนกับที่คุณเคยทำกับหัวใจของฉันเมื่อสามปีก่อนไง... เสียดายนะคะที่คุณปกรณ์คนเก่งในวันนั้น ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยนอกจากความพาลและอีโก้ที่เปราะบางยิ่งกว่าเปลือกไข่" ความจริงอันเจ็บแสบที่ถูกพ่นออกมาทำให้ปกรณ์ชะงัก นิ้วมือที่บีบคางเธอคลายออกโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันที่เขาตั้งใจจะใช้ข่มขู่เธอกลับตีกลับเข้าหาตัวเขาเองอย่างรุนแรง จนหัวใจกระด้างกระเดื่องดวงนั้นกระตุกวาบ "คุณเปลี่ยนไป..." เขาพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลงอย่างไม่ตั้งใจ "ใช่ค่ะ ฉันเปลี่ยนไป..." พิมพ์พิศาปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับกลิ่นกายเย็นเยียบของเธอยิ่งทำให้ปกรณ์รู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด ความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ยากจะอธิบาย—ความรู้สึกโหยหาและพ่ายแพ้ต่ออดีตภรรยาที่เขาเคยทิ้งขว้าง "จำไว้ให้ดีนะคะคุณปกรณ์..." เธอกระซิบชิดริมหูเขา น้ำเสียงแผ่วเบาแต่มั่น100% "สิ่งที่คุณเคยทำกับฉันไว้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... และคำสบประมาทของคุณในอดีต กำลังจะย้อนกลับมากลืนกินคุณทีละส่วน จนกว่าคุณจะรู้ซึ้งถึงคำว่า 'พังทลาย' อย่างแท้จริง" พูดจบเธอก็หมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกไปจากห้อง โดยไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มที่ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหินอีกต่อไป ทว่า... ในวินาทีที่มือเรียวกำลังจะผลักบานประตูห้องออกไป เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่ประตูล็อกอัตโนมัติจะเปิดผางออกเผยให้เห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ดวงตากลมโตสุกใสราดด้วยขนตางอนยาว ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากปกรณ์อย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มซุกซนบนริมฝีปากเล็กๆ คล้ายกับพิมพ์พิศาราวกับแกะ "หม่าม้าฮะ! คุณลุงใจดีคนนั้นซื้อไอศกรีมให้ผมตั้งสองแท่งแน่ะ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที ร่างของปกรณ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับช็อกค้าง ดวงตาเบิกโพ้างPิ่งมองเด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นใบหน้าของเด็กชายชัดเจน—มันคือหน้าของเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! พิมพ์พิศาหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก มือที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าตัวลูกชายสั่นเทาเล็กน้อย เมื่อหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาของปกรณ์ที่กำลังมองสลับระหว่างเธอกับเด็กชายด้วยความตกตะลึงสุดขีด "เด็ก... เด็กคนนี้... เป็นใคร..." เสียงของปกรณ์สั่นพร่า หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดสามปีถูกเปิดเผยออกมาในจุดที่ไร้ทางหนีทีไล่ที่สุด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%