ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 6

พันธมิตรในความมืด

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาหวิวในห้องจัดเลี้ยงส่วน ตัวของโรงแรมหรูใจกลางกรุง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบกายของปกรณ์อบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศยังเทียบไม่ได้กับความหนاتึบที่ก่อตัวขึ้นในทรวงอกของเขา เมื่อภาพเบื้องหน้าคือพิมพ์พิศา อดีตภรรยาที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นได้แค่เงาไร้ค่า กำลังยืนเคียงคู่สนทนากับลภัส นักลงทุนหนุ่มทรงอิทธิพลผู้กุมเส้นเลือดใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยรอยยิ้มพริမ်းพรายที่ทอดมองเธออย่างเปิดเผย "ไม่คิดเลยว่าคุณพิศาจะให้เกียรติมาร่วมงานในฐานะแขกคนสำคัญของผม... ชุดนี้ขับให้คุณดูโดดเด่นจนผมแทบละสายตาไม่ได้เลยครับ" เสียงทุ้มต่ำของลภัสเอ่ยขึ้นพร้อมกับโน้มตัวลงกระซิบใกล้เรียวหูของหญิงสาว จังหวะนั้นเองที่เสี้ยวหน้าของทั้งสองแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มันเป็นภาพบาดตาบาดใจที่ทำให้ปกรณ์ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ถึงกับกำก้านแก้วในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของทายาทหนุ่มแห่งศิขรินทร์กรุ๊ปหรี่แคบลง รังสีความหึงหวงและโทสะที่พยายามกดทับไว้เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้น เขายังจำได้แม่นยำ... ผู้หญิงคนนี้เคยเป็นของเขา เคยร้องไห้อยู่ใต้ร่างเขา เคยต้องก้มหน้ารับฟังคำดูถูกเหยียดหยามจากปากเขาอย่างไร้สิทธิ์โต้แย้ง แต่วันนี้ พิมพ์พิศาในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทเปิดแผ่นหลังเนียน กลับยืนสง่างามอยู่เหนือความคาดหมาย แถมยังมีผู้ชายระดับลภัสคอยอารักขาและให้ความสำคัญราวกับเธอคือไข่ในหิน "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณลภัส... แต่พิศาว่าเราควรไปทักทายแขกท่านอื่นกันดีกว่านะคะ ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนกำลังมองเราด้วยสายตาที่พร้อมจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวแล้วล่ะค่ะ" พิมพ์พิศาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน เธอเหลือบสายตาคมปลาบไปยังทิศทางที่ปกรณ์ยืนอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งตรงไปให้อดีตสามีอย่างจงใจ ปกรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความรู้สึกร้อนรุ่มตีฟูขึ้นในอกราวกับถูกไฟแผดเผา เขาทนมองภาพความสนิทสนมนั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ขายาวก้าวฉับเข้าไปหาเป้าหมายด้วยความเร็วที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่เคยค้ำคอมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ต้องการจะกระชากผู้หญิงของเขา (ในอามรณ์จิตใต้สำนึกที่เขายังหลงเหลือความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ) กลับคืนมาสู่อาณาจักรของตน "พิมพ์พิศา!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ ปกรณ์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยท่าทีคุกคาม มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของหญิงสาวทันทีโดยไม่สนสายตาใครในงาน แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนพิมพ์พิศานิหน้าเล็กน้อย แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "อ้าว... คุณปกรณ์" ลภัสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแววตากลับเยียบเย็นและท้าทายอย่างยิ่งยวด "ดูเหมือนคุณจะลืมมารยาทพื้นฐานในการเข้าสังคมไปหน่อยนะครับ มาถึงก็กระชากลากถูคุณพิศาแบบนี้ มันดูไม่สุภาพเอาเสียเลยสำหรับทายาทตระกูลใหญ่อย่างคุณ" "เรื่องของผมกับภรรยา... ไม่สิ อดีตภรรยา! คนนอกอย่างคุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาเกี่ยว" ปกรณ์ตวัดสายตาดุดันมองลภัส ก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวที่เขาเคยเหยียบย่ำ "ตามฉันมานี่ พิมพ์พิศา เรามีเรื่องต้องคุยกันให้รู้เรื่อง" "ปล่อยค่ะคุณปกรณ์..." พิมพ์พิศาสบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ใยดี เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเย็นชาบนเรียวปากอิ่มทำให้ปกรณ์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน "เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ สถานะระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่สัญญานรกใบนั้นถูกฉีกทิ้ง และกรุณาอย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกของคุณอีก!" คำว่า 'มือสกปรก' ทำเอาปกรณ์ถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความหึงหวงบ้าคลั่งที่กำลังครอบงำจิตใจ เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำตาย เมื่อเห็นผู้หญิงที่เคยเป็นของตายในกำมือ บัดนี้กำลังก้าวเดินออกไปสู่อ้อมกอดของชายอื่น "พิศา... เธอคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะประชดฉันสำเร็จงั้นเหรอ?" ปกรณ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าตัวเธออีกครั้ง แต่ทว่า... ลภัสกลับก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "คุณปกรณ์ครับ ดูเหมือนคุณจะเข้าใจอะไรผิดไปถนัดเลยนะครับ" ลภัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "คุณพิศาไม่ได้กำลังประชดใครหรอกครับ... เพราะในเมื่อคุณเป็นคนผลไสไล่ส่งเธอเองในอดีต คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหึงหวง หรือแม้แต่จะมีสิทธิ์ยืนอยู่ใกล้เธอในตอนนี้ด้วยซ้ำ" คำพูดของลภัสเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ปกรณ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาสดสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนหึงหวง เขากัดฟันกรอด จ้องมองหน้าคู่แข่งทางธุรกิจและหัวใจอย่างเอาเรื่อง บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ พิมพ์พิศายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสะใจที่เอ่อล้นทะลักอก นี่แหละคือรสชาติของการถูกเหยียบย่ำอีโก้... เธอต้องการให้ผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งและใจร้ายคนนี้ ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดทรมานจากการสูญเสียสิ่งที่ไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้ หญิงสาวแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ลภัส ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่ตั้งใจให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน "ไปกันเถอะค่ะคุณลภัส... ตรงนี้อากาศมันเป็นพิษ หายใจไม่ค่อยออกเลยค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์พิศาก็ก้าวเดินคล้องแขนนักลงทุนหนุ่มออกไปจากตรงนั้นอย่างสง่างาม ปล่อยให้ปกรณ์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความระอุในอกที่ไม่มีวันดับลง เขายืนมองแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปทีละน้อย ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก รสชาติความขมปร่าแล่นพล่านไปทั่วริมฝีปาก ทว่า... ก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวตามไปเพื่อฉุดรั้งเธอไว้ให้รู้แล้วรู้รอด โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ปกรณ์หยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง แต่สายตาเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอ... เป็นเบอร์ของเลขาส่วนตัวที่ส่งข้อความภาพถ่ายด่วนเข้ามา นิ้วแกร่งกดเปิดดูภาพนั้นด้วยความไม่สบอารมณ์ ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพเด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบในจอ ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากพิมพ์พิศาและตัวเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า... *"เด็กชายคนนี้... คือทายาทลับที่คุณพิศาซ่อนไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมาครับคุณปกรณ์"* หัวใจของปกรณ์หยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวลึกอย่างไร้ก้นบึง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%