เสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาหวิวในห้องจัดเลี้ยงส่วน
ตัวของโรงแรมหรูใจกลางกรุง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบกายของปกรณ์อบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศยังเทียบไม่ได้กับความหนاتึบที่ก่อตัวขึ้นในทรวงอกของเขา
เมื่อภาพเบื้องหน้าคือพิมพ์พิศา อดีตภรรยาที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นได้แค่เงาไร้ค่า กำลังยืนเคียงคู่สนทนากับลภัส
นักลงทุนหนุ่มทรงอิทธิพลผู้กุมเส้นเลือดใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยรอยยิ้มพริမ်းพรายที่ทอดมองเธออย่างเปิดเผย
"ไม่คิดเลยว่าคุณพิศาจะให้เกียรติมาร่วมงานในฐานะแขกคนสำคัญของผม...
ชุดนี้ขับให้คุณดูโดดเด่นจนผมแทบละสายตาไม่ได้เลยครับ"
เสียงทุ้มต่ำของลภัสเอ่ยขึ้นพร้อมกับโน้มตัวลงกระซิบใกล้เรียวหูของหญิงสาว
จังหวะนั้นเองที่เสี้ยวหน้าของทั้งสองแนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
มันเป็นภาพบาดตาบาดใจที่ทำให้ปกรณ์ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ถึงกับกำก้านแก้วในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของทายาทหนุ่มแห่งศิขรินทร์กรุ๊ปหรี่แคบลง
รังสีความหึงหวงและโทสะที่พยายามกดทับไว้เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้น
เขายังจำได้แม่นยำ... ผู้หญิงคนนี้เคยเป็นของเขา เคยร้องไห้อยู่ใต้ร่างเขา
เคยต้องก้มหน้ารับฟังคำดูถูกเหยียดหยามจากปากเขาอย่างไร้สิทธิ์โต้แย้ง
แต่วันนี้ พิมพ์พิศาในชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทเปิดแผ่นหลังเนียน
กลับยืนสง่างามอยู่เหนือความคาดหมาย แถมยังมีผู้ชายระดับลภัสคอยอารักขาและให้ความสำคัญราวกับเธอคือไข่ในหิน
"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณลภัส... แต่พิศาว่าเราควรไปทักทายแขกท่านอื่นกันดีกว่านะคะ
ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนกำลังมองเราด้วยสายตาที่พร้อมจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวแล้วล่ะค่ะ"
พิมพ์พิศาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้าน
เธอเหลือบสายตาคมปลาบไปยังทิศทางที่ปกรณ์ยืนอยู่เพียงเสี้ยววินาที
ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งตรงไปให้อดีตสามีอย่างจงใจ
ปกรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความรู้สึกร้อนรุ่มตีฟูขึ้นในอกราวกับถูกไฟแผดเผา
เขาทนมองภาพความสนิทสนมนั้นต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ขายาวก้าวฉับเข้าไปหาเป้าหมายด้วยความเร็วที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์
ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่เคยค้ำคอมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า
เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ต้องการจะกระชากผู้หญิงของเขา (ในอามรณ์จิตใต้สำนึกที่เขายังหลงเหลือความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ) กลับคืนมาสู่อาณาจักรของตน
"พิมพ์พิศา!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ
ปกรณ์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองด้วยท่าทีคุกคาม
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของหญิงสาวทันทีโดยไม่สนสายตาใครในงาน
แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนพิมพ์พิศานิหน้าเล็กน้อย แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"อ้าว... คุณปกรณ์" ลภัสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
ทว่าแววตากลับเยียบเย็นและท้าทายอย่างยิ่งยวด
"ดูเหมือนคุณจะลืมมารยาทพื้นฐานในการเข้าสังคมไปหน่อยนะครับ
มาถึงก็กระชากลากถูคุณพิศาแบบนี้ มันดูไม่สุภาพเอาเสียเลยสำหรับทายาทตระกูลใหญ่อย่างคุณ"
"เรื่องของผมกับภรรยา... ไม่สิ อดีตภรรยา!
คนนอกอย่างคุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาเกี่ยว" ปกรณ์ตวัดสายตาดุดันมองลภัส
ก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวที่เขาเคยเหยียบย่ำ
"ตามฉันมานี่ พิมพ์พิศา เรามีเรื่องต้องคุยกันให้รู้เรื่อง"
"ปล่อยค่ะคุณปกรณ์..." พิมพ์พิศาสบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ใยดี
เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเย็นชาบนเรียวปากอิ่มทำให้ปกรณ์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน
"เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วค่ะ สถานะระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่สัญญานรกใบนั้นถูกฉีกทิ้ง
และกรุณาอย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกของคุณอีก!"
คำว่า 'มือสกปรก' ทำเอาปกรณ์ถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก
ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความหึงหวงบ้าคลั่งที่กำลังครอบงำจิตใจ
เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำตาย เมื่อเห็นผู้หญิงที่เคยเป็นของตายในกำมือ
บัดนี้กำลังก้าวเดินออกไปสู่อ้อมกอดของชายอื่น
"พิศา... เธอคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะประชดฉันสำเร็จงั้นเหรอ?"
ปกรณ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าตัวเธออีกครั้ง
แต่ทว่า... ลภัสกลับก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก
แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"คุณปกรณ์ครับ ดูเหมือนคุณจะเข้าใจอะไรผิดไปถนัดเลยนะครับ" ลภัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก
"คุณพิศาไม่ได้กำลังประชดใครหรอกครับ... เพราะในเมื่อคุณเป็นคนผลไสไล่ส่งเธอเองในอดีต
คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหึงหวง หรือแม้แต่จะมีสิทธิ์ยืนอยู่ใกล้เธอในตอนนี้ด้วยซ้ำ"
คำพูดของลภัสเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง
ปกรณ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ดวงตาสดสีแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนหึงหวง
เขากัดฟันกรอด จ้องมองหน้าคู่แข่งทางธุรกิจและหัวใจอย่างเอาเรื่อง
บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
พิมพ์พิศายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสะใจที่เอ่อล้นทะลักอก
นี่แหละคือรสชาติของการถูกเหยียบย่ำอีโก้...
เธอต้องการให้ผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งและใจร้ายคนนี้ ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดทรมานจากการสูญเสียสิ่งที่ไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้
หญิงสาวแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ลภัส ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานที่ตั้งใจให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจน
"ไปกันเถอะค่ะคุณลภัส... ตรงนี้อากาศมันเป็นพิษ หายใจไม่ค่อยออกเลยค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น พิมพ์พิศาก็ก้าวเดินคล้องแขนนักลงทุนหนุ่มออกไปจากตรงนั้นอย่างสง่างาม
ปล่อยให้ปกรณ์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความระอุในอกที่ไม่มีวันดับลง
เขายืนมองแผ่นหลังบางที่เดินห่างออกไปทีละน้อย
ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก รสชาติความขมปร่าแล่นพล่านไปทั่วริมฝีปาก
ทว่า... ก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวตามไปเพื่อฉุดรั้งเธอไว้ให้รู้แล้วรู้รอด
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ปกรณ์หยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง
แต่สายตาเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอ... เป็นเบอร์ของเลขาส่วนตัวที่ส่งข้อความภาพถ่ายด่วนเข้ามา
นิ้วแกร่งกดเปิดดูภาพนั้นด้วยความไม่สบอารมณ์
ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพเด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบในจอ
ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากพิมพ์พิศาและตัวเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า...
*"เด็กชายคนนี้... คือทายาทลับที่คุณพิศาซ่อนไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมาครับคุณปกรณ์"*
หัวใจของปกรณ์หยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายดิ่งวูบลงสู่ห้วงเหวลึกอย่างไร้ก้นบึง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 6
พันธมิตรในความมืด
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!