เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพง ก้องกังวานทำลายความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของศิขรินทร์กรุ๊ปจนแทบสะเทือน ปกรณ์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองผู้บริหารระดับสูงที่นั่งคอตกอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกราวกับจะระเบิดเป็นจุล
"อธิบายมาสิครับ... ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในมือของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย ทำไมจู่ๆ มันถึงหลุดไปอยู่ในนามของ 'บริษัท พิศาลำไพ โฮลดิ้ง' ได้ในชั่วข้ามคืน!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็น บัดนี้เจือไปด้วยความเกรี้ยวกราดจนสั่นพร่า ไม่มีใครกล้าสบตาประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ ทุกคนรู้ดีว่านี่คือวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปกรณ์ก้าวขึ้นมาุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้านแห่งนี้
ความจริงอันน่าเจ็บปวดกระแทกเข้ากลางใจของทายาทตระกูลใหญ่ เมื่อชื่อของเจ้าของบริษัทคู่แข่งรายใหม่ที่เข้าซื้อหุ้นล็อตใหญ่จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับสอง... ไม่ใช่ใครอื่น ไกล แต่มันคือชื่อของอดีตภรรยาผู้หญิงคนที่เขาเคยเฉดหัวไล่ออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงคนที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดีเมื่อสามปีก่อน
พิมพ์พิศา... ในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงเงาอันน่าสมเพชที่เขาเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว เธอกลับมาพร้อมกับคมเขี้ยวที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มเยືือกเย็น และตอนนี้เธอกำลังใช้มันฝังลงบนเส้นเลือดใหญ่ของศิขรินทร์กรุ๊ปอย่างเลือดเย็น
"ท่านประธานครับ... ทางเราพยายามติดต่อคุณหญิงมาลีและกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมแล้ว แต่พวกเขาบอกว่าทางนั้นให้ราคาสูงกว่ามูลค่าตลาดถึงสามเท่า แถมยังมีเงื่อนไขพิเศษ..." เลขานุการส่วนตัวละล่ำละลักรายงานด้วยความหวาดผวา
"เงื่อนไขอะไร!" ปกรณ์ตวาดลั่น นัยน์ตาดุดันวาวโรจน์
"เงื่อนไขที่ว่า... ผู้ถือหุ้นใหม่ต้องการสิทธิ์ในการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังทุกโครงการ และ... และ..." เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "และต้องการให้มีการทบทวนตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในการประชุมสามัญประจำปีนี้ด้วยครับ"
ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปเล็กน้อย ราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างจัง ปกรณ์แค่นหัวเราะออกมาในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากแต่ดวงตากลับไร้ซึ่งความขบขัน มันคือเกม... พิมพ์พิศากำลังเล่นเกมสงครามประสาทที่เธอเป็นคนกำหนดกติกาขึ้นมาเองทั้งหมด และเธอกำลังต้อนเขาให้จนมุมทีละก้าวอย่างช้าๆ
ในขณะเดียวกัน ณ เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองที่สามารถมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้แบบ 360 องศา พิมพ์พิศายืนจิบไวน์แดงรสเลิศริมกระจกใสบานยักษ์ ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวผ่องและรูปร่างเพรียวระหงให้ดูทรงอำนาจและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ลภัสจะก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มรายงานความคืบหน้าในมือ รอยยิ้มพึงใจระบายอยู่บนใบหน้าคมคายของนักลงทุนหนุ่มผู้เป็นทั้งพันธมิตรและเงาตามตัวของเธอ
"ผมเพิ่งได้รับรายงานจากตลาดหลักทรัพย์ หุ้นของศิขรินทร์กรุ๊ปวันนี้ร่วงลงไปเกือบแปดเปอร์เซ็นต์หลังจากข่าวเรื่องการเปลี่ยนมือของกลุ่มผู้ถือหุ้นรั่วออกไป ปกรณ์คงกำลังคลุ้มคลั่งจนแทบจะกินหัวคนทั้งบริษัทแล้วล่ะตอนนี้" ลภัสกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย พลางวางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์บาร์
พิมพ์พิศาหันกลับมา ชายตามองเอกสารในมือของชายหนุ่มด้วยแววตานิ่งสงบ เธอจิบไวน์อีกอึกหนึ่งก่อนจะเอื้อiนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าฟัง
"แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่ฉันต้องเจอในอดีต... คุณลภัส" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตทอประกายความเจ็บปวดที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยความแค้น "เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความพินาศที่แท้จริงมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น"
"คุณมั่นใจนะว่าแผนขั้นต่อไปจะไม่ทำให้คุณต้องเจ็บปวดเองเสียก่อน... พิศา" ลภัสขยับเข้าไปใกล้ขึ้น สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นและความปรารถนาที่พยายามสะกดกลั้นไว้ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคล้าดวงหน้าสวยอย่างทะนุถนอม "ผมพร้อมจะทำทุกอย่างตามที่คุณต้องการ แต่ผมไม่ชอบเวลาที่เห็นแววตาเศร้าๆ ของคุณเลย"
พิมพ์พิศาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา เธอยอมรับว่าลภัสคือคนที่คอยดึงเธอขึ้นมาจากหลุมศพทางความรู้สึกในวันที่เธอกำลังจะตายทั้งกลม เขามอบโอกาส มอบอำนาจ และมอบความเคารพที่ปกรณ์ไม่เคยคิดจะให้ แต่หัวใจของเธอในยามนี้มันด้านชาเกินกว่าจะมอบความรักให้ใครได้อีก
"ฉันไม่เจ็บหรอกค่ะ... มีแต่เขาต่างหากที่ต้องชดใช้ให้สาสม" เธอเบี่ยงตัวหลบสัมผัสที่เกินเลยนั้นอย่างสุภาพ แต่ยังคงรักษารอยยิ้มไว้บนใบหน้า "ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะลภัส ถ้าไม่มีคุณ... แผนการวันนี้คงไม่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีขนาดนี้"
คืนนั้น... ท่ามกลางความเงียบสงบของค่ำคืน ปกรณ์ไม่ยอมกลับคฤหาสน์ตระกูลศิขรินทร์ เขาเลือกที่จะขังตัวเองไว้ในห้องทำงานมืดทึบที่ชั้นบนสุดของบริษัท แสงไฟจากตึกสูงรอบข้างสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่าง เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเคร่งเครียด
เขาเปิดลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงาน นิ้วเรียวหยิบกรอบรูปเก่าๆ ขึ้นมาดู ในนั้นคือภาพถ่ายวันแต่งงานของเขากับพิมพ์พิศา ภาพที่เขาไม่เคยแม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำในตอนนั้น ภาพที่เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ยืนเคียงข้างเขาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ และแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง
ในตอนนั้น... เขาคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่ผู้ใหญ่หามาให้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เป็นตัวถ่วงที่คอยเกะกะสายตา และเป็นคนที่เขาจะทำร้ายจิตใจอย่างไรก็ได้ตามอำเภอใจ
แต่ในวันนี้... เมื่อไม่มีเธออยู่เคียงข้างอีกต่อไป เมื่อบัลลังก์ที่เขายืนอยู่กำลังจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของเธอ เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาได้ทำลายสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตทิ้งไปโง่ๆ ด้วยมือของตัวเอง
ปกรณ์หลับตาลงช้าๆ หยาดน้ำลูกผู้ชายซึมอยู่ที่หางตา รlาวกับหัวใจถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็กที่ร้อนระอุ เสียงสะท้อนในหัวก้องกังวานด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ปกรณ์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขายังไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้ามาในเวลานี้
"ใคร..." เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด
ประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเลขาฯ คนเดิมที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีหวาดหวั่น มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลยื่นมาตรงหน้าประธานหนุ่มด้วยอาการมือไม้สั่นเทา
"ท่านประธานครับ... มีคนส่งพัสดุด่วนพิเศษนี้มาที่แผนกต้อนรับ จ่าหน้าซองถึงคุณโดยเฉพาะ และ... และทางนั้นย้ำว่าต้องให้คุณเปิดอ่านทันทีในคืนนี้ครับ"
ปกรณ์มองซองเอกสารในมือด้วยความสงสัยระคนระแวง เขารับมันมาก่อนจะใช้มือฉีกปากซองออกอย่างไม่สบอารมณ์ เอกสารแผ่นแรกถูกดึงออกมา... ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความและภาพถ่ายที่แนบมาด้วย
นั่นไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ... แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิมพ์พิศาจงใจส่งมาเพื่อตบหน้าเขาโดยตรง และมันกำลังจะพลิกกระดานชีวิตของเขาไปตลอดกาล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 7
กับดักทางธุรกิจ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!