"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงกล้าเดินเข้ามาขวางทางผมในงานที่ศิขรินทร์กรุ๊ปเป็นเจ้าภาพ"
เสียงทุ้มต่ำของปกรณ์ดังลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์พิศาจนแผ่นหลังบางเฉียบของเธอสัมผัสกับกำแพงหินอ่อนเย็นเยียบของระเบียงจัดเลี้ยง แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟคริสตัลดวงโตเบื้องบนส่องกระทบใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยโทสะและร่องรอยของความกระหายที่จะได้รับคำตอบ
พิมพ์พิศาไม่ได้ถอยหนี เธอทำเพียงเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบคู่งามที่เคยอ่อนแสงและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาในอดีต บัดนี้กลับเปล่งประกายด้วยความทระนงและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอขยับปลายนิ้วไล้ขอบแก้วแชมเปญในมือช้าๆ ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่เธอเคยหลงรักจนหมดใจ
"คนที่จะเป็นเจ้าภาพร่วมในโปรเจกต์หมื่นล้านไงคะ คุณปกรณ์... หรือว่าความจำคุณสั้นจนลืมไปแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้"
"พิมพ์!" ปกรณ์กระแทกเสียงพลางบีบข้อมือเธอแน่นขึ้น แรงบีบนั้นไม่ได้ทำให้เธอกลัว แต่มันกลับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายความสะใจในอกพิมพ์พิศา "เลิกเล่นบทนางเอกผู้สูงส่งได้แล้ว ผมรู้ว่าคุณกำลังทำอะไร ลภัสไม่ได้ช่วยคุณเพราะความใจบุญหรอกนะ มันมีเหตุผลอื่นที่ผมยังหาไม่เจอ!"
พิมพ์พิศาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่กลับเย้ายวนใจจนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกับชะงัก เธอเอียงคอเล็กน้อยราวกับกำลังมองดูของเล่นที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกรงขัง
"เหตุผลเหรอคะ? หรือจริงๆ แล้วคุณแค่กลัว... กลัวว่าผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี จะเดินกลับมาพร้อมกับอำนาจที่จะทำลายอีโก้ของคุณให้จมดินต่อหน้าสังคมผู้ดีพวกนี้"
เธอก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกหนึ่งก้าว จนลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ผสานเป็นเนื้อเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนกายปกรณ์คลุกเคล้ากับกลิ่นกายหอมกรุ่นเย็นสะอาดของพิมพ์พิศา ความใกล้ชิดที่เคยเป็นอาวุธร้ายทำลายหัวใจเธอ บัดนี้เธอกำลังใช้มันย้อนกลับไปแผดเผาเขาแทน
"ปล่อยมือออกจากแขนฉันค่ะ คุณกรณ์" เธอสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจ "ถ้าไม่อยากให้แขกเหรื่อในงานเห็นภาพ 'ทายาทศิขรินทร์' กำลังทำตัวไร้มารยาทกับผู้ร่วมธุรกิจจนน่าสมเพช"
ปกรณ์มองใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของเธอด้วยความสับสน เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง พิมพ์พิศาคนเดิมที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา... ตายไปแล้วจริงๆ หรือ? ความเสียดายที่เคยเป็นเพียงความรู้สึกจางๆ บัดนี้กลับตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก เขาอยากจะกระชากเธอเข้ามาจูบให้หายแค้น อยากจะให้เธอแสดงอารมณ์ใดก็ได้ออกมา ไม่ใช่ความเย็นชาที่ทำร้ายเขาได้เจ็บปวดยิ่งกว่าคำด่าทอ
"คุณไม่มีทางหนีผมพ้นพิมพ์ พิมพ์พิศา" ปกรณ์กระซิบเสียงพร่า สอดมือข้างหนึ่งเข้าไปรั้งท้ายทอยเธอไว้แน่น บังคับให้เธอแหงนหน้าขึ้นรับสัมผัสจากสายตาที่ร้อนระอุ "แม้แต่ความลับที่คุณพยายามซ่อนไว้ในดวงตาคู่นั้น ผมก็จะขุดมันขึ้นมาให้ได้... ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่มีก็ตาม"
"งั้นก็เชิญลองดูนะคะ" เธอตอบโต้ทันควัน ดวงตาสีเข้มดุจกุหลาบดำของเธอวาวโรจน์ "เพราะถ้าคุณพลาดขึ้นมา คนที่จะต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา... จะเป็นคุณ ไม่ใช่ฉัน"
ขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงปรารถนาและความแค้นที่ผสมปนเปกันอย่างยากจะแยกออก ลภัสเดินตรงเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นทางการ เขาวางมือลงบนไหล่ของพิมพ์พิศาอย่างถือสิทธิ์ในฐานะพาร์ทเนอร์ สายตาของเขามองปกรณ์ด้วยความเย้ยหยันที่ถูกปิดไว้อย่างมิดชิด
"ขอโทษที่รบกวนครับคุณปกรณ์ แต่ดูเหมือนทางคณะกรรมการจะรอพบคุณอยู่ทางด้านใน... ส่วนพิมพ์ ผมว่าเราควรไปเตรียมตัวสำหรับการประกาศดีลคืนนี้ดีกว่าครับ"
ปกรณ์ขบกรามแน่นจนนูนขึ้นเป็นสัน เขาจำใจต้องปล่อยมือจากเธอ สายตาดุดันจ้องมองพิมพ์พิศาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผละจากไป ทิ้งให้เธอยืนนิ่งอยู่กับลภัส
"เขาเริ่มคลุ้มคลั่งแล้ว พิมพ์" ลภัสเอ่ยเสียงต่ำ "ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผน... แต่อย่าลืมว่าความแค้นไม่ใช่สิ่งเดียวที่เขาต้องการ"
พิมพ์พิศาไม่ตอบ เธอเดินเลี่ยงออกมาจากระเบียง มุ่งหน้าไปยังมุมเงียบของคฤหาสน์เพื่อสูดลมหายใจ แต่ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวผ่านซุ้มประตูเข้าไปยังโถงทางเดินส่วนตัว สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยวัยห้าขวบที่กำลังวิ่งซุกซนผ่านมาทางประตูข้าง
เด็กน้อยหยุดชะงักเมื่อเห็นเธอ ดวงตากลมโตคู่สวยนั่น... คิ้วที่เรียวได้รูปและสันจมูกที่ถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างชัดเจนจนพิมพ์พิศาใจหายวาบ เธอรีบคว้าข้อมือเด็กน้อยไว้เพื่อไม่ให้เขาวิ่งไปทางห้องจัดเลี้ยงที่มีปกรณ์อยู่
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของปกรณ์ที่เพิ่งผละจากงานเลี้ยงมาด้วยความหงุดหงิด เขาสังเกตเห็นร่างของเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างพิมพ์พิศา แล้วหยุดกึกราวกับถูกสาป
สายตาของเขากวาดมองไปที่ใบหน้าของเด็กน้อยสลับกับพิมพ์พิศา ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนั้น ปกรณ์เบิกตากว้าง มือหนาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อความทรงจำในอดีตกับความจริงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเริ่มปะติดปะต่อกัน
พิมพ์พิศาหน้าซีดเผือด เธอรู้ตัวว่าพลาดมหันต์ แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร ปกรณ์ก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเด็กน้อย แล้วเอื้อมมือไปคว้าจี้ห้อยคอเล็กๆ ที่เด็กน้อยสวมอยู่ขึ้นมาดู... จี้รูปศิขรินทร์ที่เขามอบให้กับภรรยาเมื่อห้าปีก่อนในวันแต่งงาน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เพลิงกุหลาบดำ
ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 8
ค่ำคืนแห่งการเย้ยหยัน
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!