“คุณปกรณ์... นี่คือราคาที่ตระกูลศิขรินทร์ต้องจ่าย สำหรับการที่เคยเห็นคนอื่นเป็นเพียงฝุ่นใต้รองเท้า!”
เสียงแหลมสูงของท่านประธานอาวุโสแห่งบอร์ดบริหารดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ในห้องประชุมใหญ่ของศิขรินทร์กรุ๊ปวันนี้ บรรยากาศไม่ได้อบอวลด้วยความสำเร็จเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความพ่ายแพ้ที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ปกรณ์นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานตัวใหญ่ แผ่นหลังกว้างของเขายังคงเหยียดตรง สง่างามดุจรูปปั้นกรีกที่ไร้ความรู้สึก แม้ว่าปลายนิ้วที่ประสานกันบนโต๊ะไม้ราคาแพงจะจิกเกร็งจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนก็ตาม เขาไม่ตอบโต้ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นเพียงแค่จับจ้องไปยังกราฟหุ้นสีแดงที่ดิ่งลงเหวบนจอโปรเจกเตอร์
“พิมพ์พิศาไม่ได้แค่ซื้อหุ้นคืน แต่นางกำลังถอนรากถอนโคนอิทธิพลของเราจากวงใน” ลภัสที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด สายตาของเขาเหลือบมองไปยังปกรณ์ราวกับจะเยาะเย้ย “หรือท่านประธานมีแผนการอื่นที่เหนือชั้นกว่า... แผนที่ผมคาดไม่ถึง?”
“หุบปากของแกซะ ลภัส” ปกรณ์แค่นเสียงลอดไรฟัน รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนคนในห้องต้องขยับถอยห่าง
“ผมแค่เตือนด้วยความหวังดี ในฐานะที่ตอนนี้ฝ่ายกฎหมายของพิมพ์พิศาถือไพ่เหนือกว่าเราในทุกสัญญาจ้าง” ลภัสเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบ “เธอไม่ได้กลับมาเพื่อขอส่วนแบ่ง แต่เธอมาเพื่อยึดศิขรินทร์... ยึดทุกอย่างที่เคยเป็นของคุณ”
ความเจ็บปวดลึกๆ ในอกเริ่มก่อตัวขึ้น ปกรณ์นึกย้อนไปถึงอดีต—ในวันที่เขาเคยผลักไสพิมพ์พิศาให้ออกไปจากชีวิตด้วยคำพูดที่เฉือดเฉือนราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของเธอ เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ในแจกันที่เขาจะเด็ดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ทว่าวันนี้ ดอกไม้ดอกนั้นกลับกลายเป็นกุหลาบดำที่มีหนามแหลมคมพร้อมจะทิ่มแทงเขาให้มอดไหม้
“เลิกประชุม” ปกรณ์ลุกขึ้นกะทันหัน แรงกดดันรอบตัวทำให้ทุกคนในห้องต้องรีบเก็บเอกสารและก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบที่ไร้ผู้คนกลับทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวเกินกว่าจะรับไหว ปกรณ์เดินไปที่บานหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองดูตึกระฟ้าของศิขรินทร์ที่เคยรุ่งโรจน์ บัดนี้มันกลับดูเปราะบางเหมือนปราสาททรายที่กำลังถูกคลื่นซัดกระหน่ำ
เขากดโทรศัพท์หาอดีตภรรยา... ครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่าปลายสายกลับไร้การตอบรับ ความโหยหาที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้ความเย่อหยิ่งกำลังตีรวนขึ้นมาเป็นความรุ่มร้อนในกระแสเลือด
ในค่ำคืนนั้นที่คฤหาสน์ส่วนตัว ปกรณ์ดื่มเหล้าแรงจนใบหน้าคมสันเริ่มแดงก่ำ เขาเดินโซเซเข้าไปในห้องเก็บของที่เขาแทบจะไม่เคยเปิดเข้าไปดูนับตั้งแต่เธอจากไป ท่ามกลางกองเอกสารและเสื้อผ้าที่เธอเคยทิ้งไว้ เขาพบกับกล่องไม้ใบเก่าใบหนึ่ง
มือหนาสั่นเทาขณะเปิดมันออก ภายในไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องประดับราคาถูก แต่มันคือผลตรวจทางการแพทย์... และภาพถ่ายอัลตราซาวด์ใบหนึ่งที่เก่าจนกระดาษเริ่มเหลืองกรอบ
หัวใจของเขากระตุกวูบเหมือนถูกกระชากออกจากร่าง สายตาของเขาจ้องมองไปยังข้อความตัวอักษรบนใบรับรองที่เขาเพิ่งทำความเข้าใจได้ในตอนนี้—วันที่ระบุบนใบตรวจ คือวันที่เขาสั่งให้เธอออกไปจากชีวิต... ในขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์
*‘พิศา... นี่เธอ...’*
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ที่หน้าประตูห้องทำให้เขาต้องชะงัก ปกรณ์หันไปพบกับร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พิมพ์พิศาในชุดเดรสสีเข้มเน้นทรวดทรงดูสง่างามและเยือกเย็น ดวงตาคู่สวยของเธอไร้ซึ่งความอบอุ่นที่เขาเคยได้รับ แต่กลับมีความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงกระดูก
“ยังอยากรู้อะไรอีกไหมคะ?” พิมพ์พิศาเอ่ยขึ้น เสียงของเธอเรียบเรื่อยทว่าสั่นไหวเล็กน้อย “หรือจะให้ฉันทำลายมันให้หมดไปเลย เหมือนกับที่คุณเคยทำกับความรักของฉันในวันนั้น”
ปกรณ์ก้าวเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นเหล้าจางๆ ผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นความดิบเถื่อน เขาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่นก่อนจะดึงเธอเข้าหาตัวจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับกำแพง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผา
“ทำไมไม่บอกฉัน...” เขาคำรามเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนรดรินอยู่ข้างใบหูเธอ “ทำไมต้องให้ฉันกลายเป็นปีศาจในสายตาเธอขนาดนี้ พิศา!”
พิมพ์พิศาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนมุมปาก “เพราะปีศาจอย่างคุณ... ไม่คู่ควรจะรับรู้อะไรทั้งนั้น นอกจากความสูญเสีย!”
ปากบางของเธอถูกปิดสนิทด้วยจูบที่ไม่ได้มาด้วยความนุ่มนวล หากแต่เป็นความดิบเถื่อนที่ผสมผสานกับความเจ็บปวด ปกรณ์กดจูบลงไปหนักหน่วง มือหนึ่งเลื่อนลงไปโอบรัดเอวบางแน่น ส่วนอีกมือหนึ่งเชยคางเธอขึ้นเพื่อบังคับให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่เขาโหยหามาตลอด
ความเงียบในคฤหาสน์ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ พิมพ์พิศาพยายามจะผลักไส แต่ในวินาทีที่เขาสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปควานหาความหวานล้ำภายใน มือของเธอที่เคยตั้งท่าจะตบเขากลับกลายเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น... สัญชาตญาณความต้องการที่ถูกกดทับมานานกำลังตื่นขึ้น
ทว่าท่ามกลางความวาบหวามที่กำลังพุ่งทะยานสู่ขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของลภัสที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของปกรณ์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ปกรณ์ผละออกจากเธอเพียงครึ่งก้าว สายตาของเขาเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความที่ส่งเข้ามาในแอปพลิเคชันลับ...
[ท่านครับ... เราเจอตัวเด็กคนนั้นแล้ว เด็กที่หน้าตาเหมือนคุณไม่มีผิดเพี้ยน ตอนนี้อยู่ที่คอนโดฯ หรูย่านใจกลางเมือง และดูเหมือนว่า 'พิมพ์พิศา' จะไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้ไว้อีกต่อไปแล้วครับ]
ปกรณ์แข็งค้างไปทั้งตัว สายตาที่เคยเร่าร้อนด้วยตัณหาแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกสุดขีด เขามองไปที่พิมพ์พิศาที่ยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง... ก่อนจะพบว่าดวงตาของเธอไม่ได้มีความหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย
ทว่ากลับเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคมนั้น พร้อมกับคำพูดที่ทิ้งระเบิดใส่หัวใจเขาจนแหลกสลาย...
"อยากรู้ไหมคะว่าลูกของ 'ใคร' ที่คุณกำลังตามหาอยู่... เพราะคนที่คุณคิดว่าใช่ อาจจะไม่ใช่คนที่คุณควรจะห่วงมากที่สุดในตอนนี้ก็ได้นะ"
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดไปกับเพลิงกุหลาบดำนะคะ
ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 9
รอยร้าวในบ้านศิขรินทร์
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!