เสียงรัวทุบประตูห้องชุดหรูใจกลางเมืองดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีคนจงใจใช้มันระบายความโกรธเกรี้ยวที่อัดอั้นมานานนับแรมปี พิมพ์พิศาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมเนื้อนุ่ม ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เธอนึกว่าเป็นลภัสที่ลืมของ หรือไม่ก็พนักงานส่งของด่วน แต่เมื่อเปิดประตูอ้าออกเพียงครึ่งเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่ยับยู่ยี่และหลุดลุ่ยก็พุ่งเข้ามาเบียดแทรกกายผ่านช่องว่างเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
ปกรณ์!
กลิ่นอายบุหรี่เจือจางปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงลอยกรุ่นจากตัวเขา บ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้ผ่านค่ำคืนอันตรายและเต็มไปด้วยความเครียดมาอย่างหนักหน่วง ดวงตาคมกริบทอประกายแดงก่ำด้วยพิษสุราและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม มันไม่ใช่สายตาของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลแห่งศิขรินทร์กรุ๊ปผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของสัตว์ป่าที่กำลังจนตรอกและโหยหาเหยื่อ
"คุณเข้ามาได้อย่างไร? ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจ!" พิมพ์พิศาถอยกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องรับแขกเย็นเยียบ ความตกใจวาบขึ้นในดวงตากลมโตเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นและเหยียดหยามเช่นเดิม
"ตำรวจหรือ? คิดว่ากฎหมายหรือเงินทองของเธอจะไล่สามีเก่าคนนี้พ้นหรือไง พิมพ์พิศา!" ปกรณ์คำรามต่ำในลำคอ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้างแล้วตรึงร่างบางไว้กับผนัง แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ริมฝีปากอิ่มกลับเม้มแน่น ไม่ยอมหลุดเสียงร้องครวญครางให้อีกฝ่ายได้ใจ
"ปล่อยฉัน! อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกของคุณ ปกรณ์ เราหย่ากันขาดแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์!"
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" เสียงหัวเราะเยาะหยันหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักหนาที่สั่นเทา ปกรณ์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดผิวแก้มเนียนนุ่ม "แล้วไอ้หน้าไหนที่มีสิทธิ์? ไอ้ลภัสอย่างนั้นรึ! มันให้เงินเธอเท่าไหร่ มันซื้อเรือนร่างและรอยยิ้มของเธอด้วยหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ถึงทำให้ผู้หญิงที่เคยซุกตัวร้องไห้ใต้ร่างฉัน กลกลายเป็นนางพญาผู้เย่อหยิ่งใส่หน้าฉันได้ทุกวันแบบนี้!"
"ใช่! ใครก็ดีกว่าคุณทั้งนั้น!" พิมพ์พิศาตอกกลับด้วยน้ำเสียงกร้าวร้าว ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ไฟแค้นที่สุมอกมาตลอดหลายเดือนปะทุขึ้นจนร้อนระอุ "คนที่เห็นแก่ตัว คนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคนของฉันจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อฉันด้วยซ้ำ!"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ปกรณ์สูญสิ้นความอดทนและสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ ความโกรธเกรี้ยว ความอับอายที่ถูกเธี่ยเหยียบอีโก้ และความโหยหาที่กัดกินหัวใจเขามาเนิ่นนานระเบิดออกมาพร้อมกัน
ริมฝีปากหยักร้อนพุ่งเข้าบด ริมฝีปากอิ่มของพิมพ์พิศาโดยปราศจากการปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือ "รอยจูบแห่งความชิงชัง" รสชาติของความเจ็บปวด ความแค้นเคือง และความปรารถนาอันบ้าคลั่งหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ปกรณ์ขบเม้มริมฝีปากเธอกระทั่งได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ พิมพ์พิศาดิ้นรนสุดแรงเกิด มือเรียวทุบตีอกกว้างเพื่อผลักไส แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับพละกำลังอันเหนือกว่าของอดีตสามี
มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนขึ้นไปล็อกท้ายทอยของเธอไว้แน่น บังคับให้รับรสจูบอันดุเดือดและเร่าร้อนนี้อย่างจำยอม ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อคลุมอาบน้ำสัมผัสผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความกระหายโหยหาอย่างไร้เหตุผล ร่างกายของเขาร่ำร้องหาเรือนร่างนี้ ร่ำร้องหาอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสแต่กลับโหยหาที่สุดในยามที่สูญเสียมันไป
"อื้อ... ปกรณ์... ปล่อย..." เสียงประท้วงของเธอกลายเป็นเสียงครางอู้อี้ในลำคอ เมื่อลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยครอบครอง สัมผัสที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนทำให้หัวใจของพิมพ์พิศากระตุกวาบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง แม้สมองจะสั่งให้เกลียดชัง แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนองต่อสัมผัสอันช่ำชองนั้นอย่างน่าละอาย
เสื้อคลุมผ้าไหมหลุดร่วงลงกองที่พื้น เผยให้เห็นสรีระเย้ายวนที่ผ่านการบ่มเพาะความมั่นใจและความงดงามจนถึงขีดสุด ปกรณ์ผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับมองสำรวจเรือนร่างของเธอด้วยความเร่าร้อนราวกับไฟสุม ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามแข่งกับเสียงสายฝนที่เริ่มโปรยปรายนอกหน้าต่าง
"เธอเกลียดฉันนักใช่ไหม พิมพ์พิศา..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก เคลือบไว้ด้วยหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยปริปากบอกใคร "งั้นก็จำรสชาติของสามีคนนี้เอาไว้... จำไว้ว่าไม่มีผู้ชายหน้าไหนบนโลกนี้ที่จะเติมเต็มร่างกายและจิตวิญญาณของเธอได้เท่ากับฉันอีกแล้ว!"
เขากดร่างบางลงบนโซฟาตัวยาวในห้องรับแขก น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้เธออีกต่อไป หากแต่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวพิมพ์พิศาให้ลุกโชนขึ้นเช่นกัน ในเมื่อเขาอยากเล่นเกมทำลายล้างนี้ เธอจะสนองให้อย่างสาสม!
มือเรียวที่เคยทุบตี เปลี่ยนเป็นยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาแทน เล็บคมจิกข่วนลงบนแผ่นหลังกว้างผ่านเนื้อผ้าจนเกิดรอยแดง รอยยิ้มเย้ายวนผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม แม้ริมฝีปากจะบวมเจ่อจากรสจูบเมื่อครู่ "ถ้าคิดว่าคุณยังมีค่าพอจะทำลายฉันล่ะก็... ลองดูสิคะ ปกรณ์ ทำให้ฉันดูสิว่าคุณแน่แค่ไหน!"
คำท้าทายนั้นทำให้ปกรณ์คำรามในลำคอด้วยความคลุ้มคลั่ง บทเพลงรักอันดุเดือดและเร่าร้อนท่ามกลางความชิงชังเริ่มต้นขึ้นอย่างไร้ความปรานี ทุกสัมผัสคือการลงทัณฑ์ ทุกรอยจูบคือการครอบครอง และทุกเสียงครางคือหลักฐานของความพ่ายแพ้ที่ทั้งคู่ต่างมอบให้แก่กันและกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ท่ามกลางความเงียบงันที่หลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้าน ปกรณ์นอนทอดกายอยู่เคียงข้างร่างระหงที่ถูกคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนา แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนและลุ่มหลง เขาเอื้อมมือหมายจะแตะต้องเรือนเนียนแก้มของอดีตภรรยาที่นอนหันหลังให้ ทว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยจากสมาร์ตโฟนบนโต๊ะข้างเตียงกลับดังขึ้นทำลายความเงียบ
พิมพ์พิศาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบเหลือบมองหน้าจอที่มีข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักของเธอเอง ภาพบนหน้าจอแสดงให้เห็นร่างสูงโปรดปรานของลภัส ที่กำลังยืนกดกริ่งอยู่หน้าประตูพร้อมกับช่อกุหลาบขาวในมือ และข้อความตัวอักษรที่เด้งขึ้นมาตามหลังว่า...
*“ผมขึ้นมาหาคุณแล้วนะพิศา เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ”*
หัวใจของพิมพ์พิศากระตุกวูบ เธอหันกลับมามองหน้าปกรณ์ที่กำลังขมวดคิ้วมองจอโทรศัพท์ในมือเธอด้วยแววตาวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความหึงหวงและโทสะที่กำลังปะทุขึ้นรอบใหม่
"มันมาทำอะไรที่นี่เวลานี้!" ปกรณ์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด
พิมพ์พิศายิ้มเยาะที่มุมปาก เธอลุกขึ้นยืนโดยไม่สะทกสะท้านต่อเรือนร่างเปลือยเปล่าที่สะท้อนในกระจกเงา น้ำเสียงเยือกเย็นและบาดลึกเอ่ยออกมาทำลายสติสัมปชัญญะของอดีตสามีจนย่อยยับ
"ก็มาหาเจ้าของตัวจริงของห้องนี้น่ะสิคะ... สามีเก่าอย่างคุณควรจะรีบไสหัวออกไปทางระเบียงได้แล้ว ก่อนที่สามีใหม่ของฉันจะเปิดประตูเข้ามาเห็นสภาพอุบาทว์ของคุณในห้องนี้!"
*(ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดมนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ)*
ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 11
รอยจูบแห่งความชิงชัง
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!