กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของลานจอดรถชั้นใต้ดินในยามวิกาลไม่ได้ทำให้พิมพ์พิศารู้สึกหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ส้นสูงเข็มสีดำสนิทของเธอก้าวทอดน่องไปตามพื้นคอนกรีตอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวสะท้อนเสียงก้องกังวานราวกับจังหวะนาฬิกาแห่งการพิพากษา ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดเดี่ยว และไร้ซึ่งเยื่อใยแบบที่เคยเป็นมาในอดีต
แต่ทว่า... เงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเสาปูนต้นใหญ่เบื้องหน้า กลับทำให้เธอต้องหยุดชะงัก
ปกรณ์ยืนขวางทางรถยนต์ส่วนตัวของเธอไว้ ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน เขายังคงดูสง่างามในชุดสูทแบรนด์ดังที่ยับย่นเล็กน้อยจากการทำงานล่วงเวลา แต่ภาพลักษณ์ที่เคยเย่อหยิ่งและเยือกเย็นจนน่าหมั่นไส้ในอดีต บัดนี้กลับถูกกัดเซาะด้วยความร้าวรานและความกระวนกระวายใจที่เขาพยายามปิดบังไม่มิด
“จะรีบไปไหนเหรอครับ พิศา...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้ออกคำสั่งและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอบัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ปกรณ์ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ทว่าพิมพ์พิศากลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง สีหน้าของเธอเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชา จนแทบจะแช่แข็งบรรยากาศรอบตัวให้กลายเป็นน้ำแข็ง
“กรุณาถอยไปด้วยค่ะ คุณปกรณ์ ฉันคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกันอีกแล้ว นอกเสียจากเรื่องเอกสารทางกฎหมายที่ให้ทนายความจัดการ” พิมพ์พิศาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ราวกับเขาก็เป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งบนท้องถนน
“ไม่มีอย่างนั้นเหรอ?” ปกรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและขมขื่น “เราอยู่กินด้วยกันมาสามปี พิศา... เธอแต่งงานกับผม ยอมทนทุกข์อยู่ใต้เงาของผม แล้วตอนนี้ทำเป็นทำตัวเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันเนี่ยนะ? เธอกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง!”
“แล้วคุณคิดว่าสามปีนั้นมันมีความหมายอะไรกับคุณบ้างล่ะคะ?” พิมพ์พิศาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความอ่อนแอและหยาดน้ำตา บัดนี้ลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกเก็บกดมานาน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว “วันที่ฉันต้องนอนร้องไห้คนเดียวในห้องนอนมืดๆ วันที่คุณพาผู้หญิงคนอื่นเข้าบ้าน หรือแม้แต่วันที่ฉันแท้งลูก... คุณอยู่ที่ไหนคะ คุณปกรณ์?”
ชื่อนั้น... คำว่า 'แท้งลูก' หลุดออกมาจากปากเธอราวกับมีดกรีดลงไปกลางใจของชายหนุ่ม ปกรณ์ชะงักกึก สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที ความทรงจำในอดีตที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไร้เยื่อใย ย้อนกลับมาทุบตีอกซ้ายของเขาอย่างรุนแรง
“เรื่องนั้น... พิศา ผมไม่ได้ตั้งใจ...” ปกรณ์พยายามก้าวเข้ามาหาเธออีกครั้ง มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อศอกเรียวของเธอไว้ แต่พิมพ์พิศาไวกว่า เธอปัดมือเขาออกอย่างไม่ลังเล แรงกระแทกนั้นทำเอาปกรณ์ต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกตะลึง
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!” น้ำเสียงของเธอเฉียบคมดั่งใบมีด “คุณไม่มีสิทธิ์นั้นอีกแล้ว ปกรณ์ คนอย่างคุณไม่เคยเสียใจเพราะสูญเสียฉันหรอค่ะ คุณแค่เสียหน้า... เสียฟอร์มที่ผู้หญิงคนที่คุณเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า บัดนี้สามารถยืนหยัดขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และกำลังจะแย่งชิงทุกอย่างที่คุณรักไปต่างหาก!”
“ไม่ใช่แบบนั้นนะ!” ปกรณ์ตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้น ทnนพุ่งเข้าประชิดตัวเธอแล้วใช้สองมือยันขอบประตูรถด้านหลังของเธอไว้ เป็นการกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย “ใช่... ยอมรับว่าผมเคยโง่ เคยใจร้าย เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกเหลว แต่ตลอดเวลาที่เธอหายไป... เธอรู้ไหมว่าผมต้องทนอยู่กับนรกบนดินแค่ไหน ทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนั้นมีแต่เงาของเธอ พิศา... กลับมาเถอะนะ ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ไถ่บาปในสิ่งที่เคยทำกับเธอ”
ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงดึงดูดบางอย่างที่หลงเหลือมาจากอดีต ปกรณ์มองลึกลงไปในดวงตาของเธอ เว้าวอน อ้อนวอน และยอมจำนนต่อหน้าอดีตภรรยาอย่างหมดรูป
ทว่า... พิมพ์พิศากลับไม่มีความรู้สึกสงสารเลยแม้แต่น้อย หัวใจของเธอถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งหนามานานเกินกว่าจะละลายด้วยคำว่า 'ขอโทษ' เพียงไม่กี่คำ
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว
“ชดใช้เหรอคะ?” พิมพ์พิศาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “แล้วความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับตลอดสามปีล่ะคะ ใครจะคืนมันให้ฉัน? ลูกที่ตายไปจากความละเลยของคุณ ใครจะเอาเขากลับมาได้? คำขอโทษของคุณมันไร้ค่า... ปกรณ์ มันไม่มีราคาค่างวดอะไรเลยในโลกธุรกิจและความเป็นจริงที่คุณเป็นคนสอนให้ฉันรู้จัก”
ปกรณ์นิ่งอึ้ง หัวใจของเขาชาหนึบไปหมด คำพูดของเธอมันคือคมหอกที่ทิ่มแทงเข้ากลางอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ดีว่าความผิดที่เขาก่อมันหนักหนาเกินกว่าจะให้อภัย แต่เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวได้ถึงเพียงนี้
“ถ้าเธอต้องการความพินาศของศิขรินทร์... เธอก็เอาไปสิ พิศา” ปกรณ์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความยอมจำนนอย่างแท้จริง “เอาบริษัทไป เอาทุกอย่างไปเลยก็ได้... ขอแค่เธอกลับมา... กลับมาอยู่ข้างๆ ผมเหมือนเดิม”
พิมพ์พิศานิ่งไปชั่วขณะ เธอจ้องมองชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยรักสุดหัวใจ แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่า เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำพูดบ้าคลั่งนั้น ทว่า...
*พรึบ!*
แสงไฟสปอตไลท์จากรถยนต์คันหรูที่เพิ่งแล่นเข้ามาใหม่สาดส่องเข้ามาในลานจอดรถอย่างกะทันหัน บังคับให้ทั้งสองต้องหันไปมอง พร้อมๆ กับที่ประตูรถคันนั้นเปิดออก และร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวลงมา
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ พิศา?”
เสียงนุ่มทุ้มแต่ทรงอำนาจของ **ลภัส** ดังขึ้น พร้อมกับที่เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างพิมพ์พิศาอย่างสนิทสนม มือหนาของลภัสวางลงบนเอวบางของเธออย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ สายตาคมกราบกวาดมองปกรณ์ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก “ดูเหมือนคุณปกรณ์จะลืมตัวไปหน่อยนะครับว่า... ตอนนี้คุณพิศาไม่ใช่คนในครอบครัวของคุณอีกแล้ว”
ปกรณ์ผละออกจากพิมพ์พิศาทันที ดวงตาสดสีเพลิงจ้องมองมือของลภัสที่โอบเอวอดีตภรรยาของตนด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวและหึงหวงที่พุ่งพล่านจนแทบจะคลั่ง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“เสือกอะไรด้วยวะ! เรื่องนี้มันเรื่องของผัวเมีย!” ปกรณ์คำรามเสียงต่ำ พุ่งตัวเข้าหาลภัสหมายจะซัดหมัดใส่หน้า ทว่าพิมพ์พิศากลับก้าวขึ้นมาขวางกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไว้เสียก่อน
“พอได้แล้วค่ะ! คุณปกรณ์!” พิมพ์พิศาตะคอกลั่น ลานจอดรถตกอยู่ในความเงียบงันทันที เธอหันไปมองอดีตสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “เลิกทำตัวเป็นเด็กไร้เหตุผลสักที ฉันจะไปไหน จะอยู่กับใคร มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณอีกต่อไปแล้ว!”
เธอยกยิ้มมุมปากอีกครั้ง รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะและอำนาจเหนือกว่า ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ดึงสติของปกรณ์ให้ดิ่งลงเหว
“และจำใส่สมองของคุณเอาไว้ด้วยนะคะ... ว่าเกมนี้ ผู้ชนะที่แท้จริง ไม่ใช่คุณ”
พูดจบ พิมพ์พิศาก็หันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอซบกายลงข้างกายของลภัส ทั้งสองก้าวขึ้นรถยนต์คันหรูและขับออกไปจากลานจอดรถทันที ทิ้งให้ปกรณ์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและความเย็นยะเยือกของค่ำคืน
เขาคุกเข่าทรุดลงกับพื้นคอนกรีตอย่างหมดแรง กำปั้นทุบลงไปที่พื้นซ้ำๆ ด้วยความคับแค้นใจ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะสติแตกนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ปลิวตกลงมาจากแฟ้มเอกสารของพิมพ์พิศาที่หล่นอยู่ใกล้ๆ
ปกรณ์รีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา
ภายใต้แสงไฟสลัวของลานจอดรถ... สิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจอย่างที่เขาคิด แต่มันคือ *'ใบรับรองแพทย์ผลการตรวจสุขภาพประจำปี'* และภาพถ่ายอัลตราซาวนด์ใบเล็กๆ ที่ระบุอายุครรภ์ชัดเจน... ทว่าวันที่ในใบรับรองแพทย์นั้น... มันคือเมื่อหเดือนก่อน... ตอนที่เธอยังอยู่กับเขา!
ร่างของปกรณ์ชาวาบไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดกกค้าง ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อตัวอักษรบนใบลดระบุชื่อบิด1ของเด็กในครรภ์...
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดมนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 16
การปะทะคารมที่แผดเผา
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!