แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ปกรณ์ไม่เคยคิดเลยว่ากระดาษเพียงไม่กี่แผ่นที่เลขาฯ นำมาวางไว้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน จะทำให้อาณาจักรธุรกิจที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยความหยิ่งทะนงสั่นคลอนได้ถึงเพียงนี้
ดวงตาคมกริบของทายาทแห่งศิขรินทร์กรุ๊ปจดจ้องตัวอักษรบนรายงานการตรวจสอบย้อนหลัง บรรทัดแล้วบรรทัดเล่า... เอกสารระบุชัดเจนถึงรายการสั่งซื้อวัตถุดิบและบัญชีโครงการเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พิมพ์พิศาถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินบริษัทและเป็นต้นเหตุทำให้โครงการล่มสลาย
ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าประหนึ่งคมมีดกรีดลงกลางใจผู้ชายที่เคยคิดว่าตนเองถือความถูกต้องไว้เหนือใคร
*ไม่ใช่เธอ...*
เสียงก้องสะท้อนในอกซ้ายของปกรณ์อย่างหน่วงหนับ ลายเซ็นปลอมแปลงที่แนบมาพร้อมหลักฐานทางการเงินจากต่างประเทศยืนยันอย่างไร้ข้อกังขาว่า พิมพ์พิศาอดีตภรรยาที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็น ‘ผู้หญิงโลภมาก’ คือผู้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง เธอกำลังปกปิดความผิดพลาดของบอร์ดบริหารชุดเก่าเพื่อรักษาหน้าให้เขา... สามีที่แม้แต่หางตาก็ไม่เคยชายตามอง
ปลายนิ้วแข็งแกร่งกำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกราวกับมีก้อนสะเก็ดไฟร้อนๆ เผาไหม้ลมหายใจ แต่ทิฐิอันสูงส่งและอีโก้ที่ค้ำคอมาตลอดชีวิตกลับทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังไม่ให้เขายอมรับความพ่ายแพ้นี้ง่ายๆ
“คุณเข้าใจผิดมาตลอดเหรอครับคุณกรณ์... หรือว่าคุณแค่ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองโง่กันแน่” เสียงเยาะเย้ยของตัวเองในอดีตย้อนกลับมาหลอนหลอน ปกรณ์หลับตาลงช้าๆ พยายามกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ภาพของพิมพ์พิศาในวันที่เธออุท้องโตเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลศิขรินทร์ด้วยสายตาว่างเปล่าและเปื้อนคราบน้ำตา ปักลึกอยู่ในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ในเวลานั้น เขามองว่าหยดน้ำตาของเธอก็แค่ “มารยา” ของผู้หญิงหวังเกาะตระกูลดัง ทว่าในวันนี้ หยดน้ำตาเหล่านั้นกลับกลายเป็นเครื่องประหารที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเขาจนพรุน
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดึงสติปาฏิหาริย์ให้เขากลับมาสู่โลกความเป็นจริง เลขานุการสาวก้าวเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน รายงานสถานการณ์ล่าสุดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านประธานคะ... ทางคุณลภัสและคุณพิมพ์พิศา เพิ่งส่งหมายศาลแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทและใส่ร้ายป้ายสีในอดีต ส่งตรงถึงสำนักงานใหญ่แล้วค่ะ ทุกสำนักข่าวเตรียมตีแผ่เรื่องนี้ในวันพรุ่งนี้แล้วด้วยค่ะ”
ปกรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความตระหนักรู้ที่ว่าเขาอาจเข้าใจอดีตภรรยาผิดไปถูกแทนที่ด้วยความระอุของสถานการณ์ที่บีบคั้นเข้ามาทุกด้าน พิมพ์พิศากำลังเอาคืน เขาเห็นรอยยิ้มเยือกเย็นและแววตานิ่งสนิทของเธอในงานเลี้ยงครั้งล่าสุด—แววตาของผู้หญิงที่ไม่หลงเหลือเยื่อใยให้อดีตสามีผู้นี้อีกต่อไปแล้ว
*เธอตั้งใจจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาให้จมดินจริงๆ สินะ...*
ทว่า ในขณะที่ไฟแค้นและความรู้สึกผิดกำลังตีรวนอยู่ในอกของชายหนุ่ม เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผדเสียงกังวานขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์แปลกจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ปกรณ์ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น
“พูดครับ”
(“สวัสดีค่ะคุณปกรณ์ ใช่คุณปกรณ์ ศิขรินทร์ หรือเปล่าคะ พอดีทางเราโทรมาจากแผนกฉุกเฉิน... มีเด็กชายวัยประมาณสามขวบเศษประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยจากการพลัดตกจากจักรยานค่ะ ในกระเป๋าเป้ของน้องมีบัตรประชาชนสำเนาของคุณและเอกสารระบุชื่อผู้ปกครองคือคุณพิมพ์พิศา ทางเราพยายามติดต่อคุณพิศาแล้วแต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงต้องโทรแจ้งคุณในฐานะ...”)
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ชื่อของเด็กชายและนามสกุลที่คุ้นเคยพุ่งเข้ากระแทกโสตประสาทของปกรณ์อย่างรุนแรงจนลมหายใจสะดุดกึก ภาพเด็กผู้ชายหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับแกะที่เขาเคยบังเอิญเห็นอยู่เคียงข้างพิมพ์พิศาก่อนหน้านี้ ผุดวาบขึ้นมาในหัวสมองราวกับสายฟ้าฟาด
หัวใจของทายาทหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกระหน่ำเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกจากอก ความจริงครึ่งใบจากเอกสารในมือถูกเติมเต็มด้วยจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่อันตรายและสั่นสะเทือนยิ่งกว่าสิ่งใด
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดมนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 17
ความจริงครึ่งใบ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!