ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 18

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาบนโต๊ะประชุมไม้สักทองดังสนั่น หักล้างความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกในห้องประชุมใหญ่ของศิขรินทร์กรุ๊ป "คุณปกรณ์บริหารงานจนบริษัทลูกสามแห่งจมดิ่งสู่ภาวะวิกฤต หุ้นร่วงลงติดต่อกันเจ็ดวันทำการ ความเสียหายระดับนี้ต่อให้มีนามสกุล 'ศิขรินทร์' ค้ำคออยู่ ก็ไม่เพียงพอที่จะปกป้องเก้าอี้ประธานของคุณหรอกนะคะ!" เสียงของกรรมการอาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยแววตาสะใจ ลอบมองบุรุษผู้เคยเย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลที่สุดในตึกนี้ด้วยความสมเพชเวทนา ปกรณ์นั่งนิ่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นและสง่างาม ใบหน้าคมคายไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะบีบให้เขาหลังชนฝาแล้วก็ตาม ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าบรรดาผู้ถือหุ้นและกรรมการบริหารทีละคนอย่างเชือดเฉือน เขารู้ดีว่านี่คือการ 'รัฐประหาร' ทางธุรกิจที่ถูกวางแผนมาอย่างแยบยล และคนวงในเท่านั้นที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง "ถ้าคิดว่าผมจะยอมลงจากตำแหน่งง่ายๆ ล่ะก็... พวกคุณคงประเมินศิขรินทร์ต่ำไปหน่อย" ปกรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น จนอีกฝ่ายถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ "หมดเวลาเล่นเกมแล้วค่ะคุณปกรณ์" เสียงบานประตูห้องประชุมเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของผู้หญิงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ท่าทางมั่นใจและรอยยิ้มเยาลึกที่ประดับบนริมฝีปากฉาบลิปสติกสีแดงกุหลาบดำ ทำให้ทุกลมหายใจในห้องนั้นสะดุดกึก พิมพ์พิศา... อดีตภรรยาที่เขาเคยทอดทิ้งให้อยู่ในความมืดมนและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี บัดนี้เธอก้าวเข้ามาในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคนใหม่ ผ่านการกว้านซื้อหุ้นที่ร่วงหล่นผ่านกองทุนเงาของลภัส ปกรณ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งเมื่อเห็นร่างบางที่เขาเคยจำฝังใจว่าอ่อนแอและไร้ค่า ยืนสง่างามอยู่เบื้องหน้าในฐานะ 'ผู้กุมชะตาชีวิต' ของเขาอย่างแท้จริง อีโก้ที่เคยค้ำคอเขามาตลอดชีวิตร้าวรานลงจนแทบไม่เหลือชิ้นดี "พิศา..." เขาลอบกระซิบชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ "ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะคุณปกรณ์ ดิฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อร่วมวงเหยียบย่ำคุณให้จมดินเหมือนที่พวกเขาทำ... แต่อยากจะยื่น 'ความช่วยเหลือ' ให้ต่างหากล่ะคะ" พิมพ์พิศากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก เธอกวาดสายตามองบรรดากรรมการที่เริ่มหน้าถอดสี ก่อนจะหันมาสบตากับอดีตสามีที่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพึ่งพาเธอ "คุณจะช่วยผม... ด้วยเงื่อนไขอะไร" ปกรณ์เค้นเสียงถาม รlสชาติความพ่ายแพ้ในปากมันขื่นขมจนแสบคอ เขารู้ดีว่าไม่มีของฟรีบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะจากผู้หญิงที่เขาเคยทำลายชีวิต พิมพ์พิศาก้าวเข้าไปใกล้เขาเรื่อยๆ จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าอันเป็นเอกลักษณ์ลอยแตะจมูก เธ้มโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยถ้อยคำที่ทำให้เลือดในกายของทายาทตระกูลใหญ่เย็นเฉียบ "ช่วยได้ค่ะ... ฉันสามารถเซ็นชื่อค้ำประกันหนี้และเทขายหุ้นพยุงศิขรินทร์ในทันที แต่มีข้อแม้ว่า... คุณต้องยอมเซ็น 'สัญญายกสิทธิ์ขาด' ทุกอย่างในตัวคุณให้ฉัน ไม่ว่าจะเป็นอำนาจบริหาร ทรัพย์สินส่วนตัว... แมกระทั่งอิสรภาพทางกายของคุณเอง ตลอดเวลาสามปีต่อจากนี้... คุณต้องเป็นสุนัขรับใช้ที่เชื่องที่สุดใต้เงาของฉันค่ะ ปกรณ์" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้งอย่างน่ากลัว ปกรณ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธเกรี้ยว ความอับอาย และความปรารถนาที่จะเอาชนะตีรวนอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก แต่เมื่อมองไปยังตัวเลขความเสียหายบนหน้าจอโปรเจคเตอร์ เขาก็รู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด พิมพ์พิศายื่นปากกาให้เขาด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์แบบ รุ่งขึ้น บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองที่เคยเป็นอาณาจักรส่วนตัวของปกรณ์ กลับแปรเปลี่ยนเป็นกรงขังอันหรูหรา แสงไฟสลัวจากยามค่ำคืนสาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่สะท้อนร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง แก้ววิสกี้ในมือสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกกรุ่น เสียงเปิดประตูนิรภัยดังขึ้น พิมพ์พิศาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีผ่อนคลาย เธอถอดสูทตัวนอกออกเผยให้เห็นชุดเดรสผ้าไหมเข้ารูปสีดำที่ขับเน้นสรีระเย้ายวนและน่าค้นหา เธอมองดูอดีตสามีที่ตอนนี้ตกเป็นเบี้ยล่างในกำมืออย่างสมบูรณ์ด้วยแววตาพึงพอใจ "ดื่มหนักขนาดนี้... กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีแรงมาเซ็นเอกสารโอนทรัพย์สินส่วนที่เหลือให้อีกเหรอคะ" พิมพ์พิศาเอ่ยเย้า แหวกสะโพกเดินเข้าไปใกล้ หยิบแก้วเหล้าออกจากมือเขาแล้ววางลงบนโต๊ะกระจก ปกรณ์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟแห่งความปรารถนาและความคับแค้นที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างบางเซถลาเข้าสู่อ้อมอกกว้าง "เธอสะใจมากใช่ไหมพิมพ์พิศา? ที่ได้เห็นฉันกลายเป็นคนไม่มีค่า... คนที่ต้องก้มหัวแทบเท้าเธอแบบนี้" ปกรณ์เค้นเสียงถามชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง พิมพ์พิศาไม่แม้แต่จะหวาดกลัว เธอยกมือขึ้นแตะใบหน้าครึ้มหนวดเคราของเขาเบาๆ ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามแนวสันกรามคมคายที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเย้ายวน "ไม่มีค่าเหรอคะ? คุณพูดถูกส่วนหนึ่ง... แต่คุณยังมี 'ร่างกาย' ที่มีประโยชน์อยู่นะคะ ปกรณ์" เธอกระซิบเสียงพร่า "ในเมื่อคุณตกเป็นของฉันตามสัญญาแล้ว... ลองแสดงให้ฉันเห็นหน่อยสิคะ ว่าอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งคนนี้ จะปรนเปรอฉันได้ดีแค่ไหน เพื่อแลกกับการต่อลมหายใจให้บริษัทที่คุณรัก" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ปกรณ์คำรามต่ำในลำคอด้วยความเร่าร้อนที่ถูกปลุกเร้า เขาพลิกร่างบางกดลงโซฟานุ่มตัวใหญ่โดยไม่รอช้า ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากอิ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดุดันและโหยหาถ่ายทอดความเจ็บปวด อัดอั้น และความต้องการที่สะสมมานานนับปี พิมพ์พิศาเผยริมฝีปากรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นอย่างเต็มใจ ความพึงพอใจฉายชัดในแววตา เธอยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งเขาให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งเร้าบรรยากาศให้พุ่งทะยานสู่จุดเดือด มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสผ้าไหมเนื้อดี ความนุ่มมือและสรีระที่เขาเคยสัมผัสแต่กลับทำลายมันด้วยความโง่เขลาในอดีต บัดนี้กลับมาอยู่ตรงหน้าและเปิดโอกาสให้เขาได้ชดใช้ ปرกรณ์ขบเม้มซอกคอขาวผ่องจนเกิดรอยสีกุหลาบจางๆ เสียงครางแผ่วเบาด้วยความเสียวซ่านเล็ดลอดริมฝีปากของหญิงสาว ยิ่งเพิ่มความคลุ้มคลั่งให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง ชุดเดรสถูกปลดเปลื้องออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว ร่างกายของทั้งสองแนบสนิทอย่างไร้รอยต่อ ความอบอุ่นและแรงปรารถนาที่โหมกระหน่ำทำให้ห้องทั้งห้องร้อนระอุขึ้นมาทันที ปกรณ์มอบบทรักที่ทั้งเร่าร้อนและลึกซึ้ง ดึงดิ่งทั้งเธอและเขาสู่ห้วงอารมณ์อันวาบหวามและเต็มอิ่มสมจริง ทุกสัมผัส ทุกจังหวะการสอดประสาน และเสียงครางระคนความสุขสมสะท้อนก้องไปทั่วเพนต์เฮาส์ เป็นการประกาศศักดาและการครอบครองที่ไม่มีวันยอมปล่อยมือ ท่ามกลางความสุขสมที่ยังคงค้างคาอยู่บนเตียงนอนกว้าง ปกรณ์กอดร่างเปลือยเปล่าของพิมพ์พิศาไว้แนบอก ขณะที่เธอกำลังเคลิ้มหลับไปในอ้อมแขน สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารของเธอที่เปิดอ้าทิ้งไว้บนพรม บัตรกระดาษแผ่นหนึ่งร่วงหล่นออกมาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาล ด้วยความสงสัย เขาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดูอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้เธอตื่น ทว่า... ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาคมกริบของปกรณ์ก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อพบว่าสิ่งที่พิมพ์พิศาปกปิดไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่เรื่องหุ้นของบริษัท... แต่มันคือใบรับรองการเกิดของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน และท้ายเอกสารนั้นระบุสถานะไว้อย่างชัดเจนว่า 'บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย' พิมพ์พิศาลืมตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากท่ามกลางความมืด เธอกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างหูเขาที่กำลังช็อกค้างกับหลักฐานชิ้นสำคัญ "เซอร์ไพรส์ไหมคะคุณพ่อ... ลูกชายคนนี้ คือเดิมพันชิ้นสุดท้าย ที่คุณไม่มีวันชนะฉันได้เลยค่ะ" - เพลิงกุหลาบดำ -
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%