เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานราคาแพงดังระรัวติดต่อกันราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังเร่งเร้าจังหวะความพินาศ ปกรณ์ตวัดสายตาคมกริบมองตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบเตือนความเสียหายบนกราฟหุ้นของศิขรินทร์กรุ๊ป ตัวเลขมูลค่าบริษัทร่วงดิ่งลงเหวอย่างไร้แรงพยุง ราวกับตึกระฟ้าสิบชั้นกำลังพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่กี่วินาที
"ท่านประธานครับ ทางตลาดหลักทรัพย์โทรมาสอบถามเรื่องข่าวลือการทุจริตภายใน และกลุ่มทุนใหญ่ต่างชาติกำลังเทขายหุ้นออกทั้งหมดอย่างผิดปกติครับ" เลขานุการหนุ่มละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
ปกรณ์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน นัยน์ตาคู่คมที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด มือหนาที่กำปากกาParkerด้ามหรูไว้แน่นสั่นระริกเล็กน้อยจากความกดดันมหาศาลที่โหมกระหน่ำเข้ามาพร้อมกันทุกทิศทุกทาง ในหัวของเขาอื้ออึงไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แรงกดดันจากบอร์ดบริหาร และภาพอนาคตของอาณาจักรที่บรรพบุรุษสร้างมากับมือสั่นคลอนอย่างรุนแรง
นี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางธุรกิจธรรมดา... แต่มันคือเกมการเงินที่ถูกวางหมากไว้อย่างประณีตเพื่อบดขยี้เขาให้แหลقคามือ
ภาพใบหน้าเรียบเฉยและรอยยิ้มเยือกเย็นของพิมพ์พิศา อดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำและผลักไสให้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับภูตผีที่ตามหลอกหลอน ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงดอกไม้อ่อนแอไร้พิษสง บัดนี้กลับกลายเป็นเจ้ามือผู้กุมชะตากรรมและถือไพ่เหนือกว่าเขาทุกประตู ลภัส นักลงทุนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่คอยหนุนหลังเธออยู่เงียบๆ คงเป็นผู้ชักใยเบื้องหลังการทุบหุ้นครั้งนี้อย่างแน่นอน
"ติดต่อตลาดหลักทรัพย์ แล้วนัดประชุมด่วนกับคณะกรรมการบริหารทั้งหมดภายในครึ่งชั่วโมงนี้!" ปกรณ์ตวาดเสียงกร้าว สั่งการด้วยความกระวนกระวายใจที่ปิดไม่มิด ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกความจริงอันโหดร้ายบดขยี้จนย่อยยับ
เขาวิ่غاتวุ่นโทรศัพท์หาพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่เพื่อขอเสียงสนับสนุนและเม็ดเงินเข้ามาพยุงหุ้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงน้ำเสียงปฏิเสธที่เย็นชาและข้ออ้างสารพัด ทุกคนที่เคยน้อมกายให้เขาในวันที่ศิขรินทร์กรุ๊ปรุ่งเรือง บัดนี้ต่างพากันถอยห่างและรอคอยจังหวะที่จะเหยียบซ้ำยามที่เขากำลังจะจมน้ำ
ความเครียดและหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายทำให้ปกรณ์รู้สึกหายใจไม่ออก เขากระชากเนกไทสีเข้มออกโยนทิ้งบนโซฟาอย่างไม่ใยดี ร่างสูงใหญ่เดินวนเวียนอยู่ในห้องทำงานกว้างราวกับเสือร้ายที่ติดจั่น ไม่มีทางออก ไม่มีหนทางหนี ความพินาศอยู่แค่เอื้อมมือ
ในขณะที่ปกรณ์กำลังหัวหมุนกับการหาทางกู้สถานการณ์วิกฤตที่กำลังกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว ประตูห้องทำงานส่วนตัวของเขาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท โดยไม่ต้องรอสัญญาณอนุญาตจากเจ้าของห้อง ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทของพิมพ์พิศาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม เยือกเย็น และทรงพลัง รัศมีแห่งความมั่นใจรอบตัวเธอแผ่ขยายจนทำให้บรรยากาศในห้องดูอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น
ปกรณ์ชะงักกึก นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นผู้หญิงที่เขากำลังคิดถึงมายืนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
"เธอ... พิมพ์พิศา เธอเข้ามาทำอะไรที่นี่!" ปกรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ถามด้วยความเกรี้ยวกราดที่พยายามสะกดกลั้นไว้
พิมพ์พิศายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาคู่คมกริบมองสำรวจสภาพอดีสามีผู้เคยเย่อหยิ่งที่บัดนี้เส้นผมยุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย และใบหน้าเต็มไปด้วยความเครียดขึง เธอค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ช้าๆ ราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม
"ตกใจมากเหรอคะ คุณปกรณ์... หรือว่ากำลังคิดถึงฉันอยู่พอดี?" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอื้อiเอยขึ้น พร้อมกับที่เธอดึงซองเอกสารสีน้ำตาลออก1ซอง วางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขาอย่างจงใจ
"นี่มันอะไร..." ปกรณ์ก้มมองซองเอกสารด้วยความระแวง
"เปิดดูสคะ... แล้วคุณจะรู้ว่าราคาของการเหยียบย่ำคนอื่นอย่างไร้ความปรานี มันต้องแลกมาด้วยความฉิบหายทั้งหมดที่คุณมี" พิมพ์พิศากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
ปกรณ์เอื้อมมือสั่นเทาไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาเปิดออก แผ่นกระดาษข้างในร่วงหล่นลงบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความและตัวเลขทางบัญชีที่ระบุชัดเจนว่าใครคือผู้กวาดซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของศิขรินทร์กรุ๊ปไปในราคาถูก และใครคือผู้ถือสิทธิ์ขาดในการชี้ชะตาบริษัทของเขาในตอนนี้
ชื่อที่ปรากฏอยู่บรรทัดสุดท้าย... ไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจากชื่อของเธอเอง
ปกรณ์เงີยบหน้าขึ้นมองอดีภรรยาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับร่างเล็กของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มที่มีดวงตาคมกริบถอดแบบมาจากปกรณ์ไม่มีเพี้ยน วิ่งเข้ามาโอบกอดขาเรียวของพิมพ์พิศาไว้ พร้อมกับแหงนเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาด้วยแววตาใสซื่อ
"คุณแม่ครับ... คุณอาลภัสซื้อไอศกรีมให้ผมทานหมดแล้วนะฮะ"
ปกรณ์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวนับหิน เมื่อก้มมองเด็กชายตัวน้อยที่เรียกพิมพ์พิศาว่าแม่ และมีใบหน้าที่ฉายชัดว่าคือสายเลือดของเขาเอง... เด็กที่เขาเคยปฏิเสธและไม่เคยเหลียวแลในอดีต
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดมนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เพลิงกุหลาบดำ
ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ•ตอนที่ 14
พายุโหมกระหน่ำ
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!