สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 25

คำสารภาพที่ถูกกลืนหายไป

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
กลิ่นฝนเจือจางในอากาศยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องประชุมชั่วคราวของไซต์งานก่อสร้างเย็นลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ความเงียบงันที่ทิ้งตัวลงคั่นกลางระหว่างคนทั้งสองกลับอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อหากมีใครสักคนขยับตัวผิดจังหวะ ดร.ญาดา (ดา) หรี่ตามองร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานไม้สนตัวใหญ่อย่างจงใจใช้อาณาเขตข่มขวัญ กรวีร์ (กร) กำลังใช้กลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เธอรู้จักดีเสียยิ่งกว่าตำราเล่มไหน—*Intellectualization*—เขาพยายามแปลสภาพความตื่นตระหนกและแรงปรารถนาอันพลุ่งพล่านในแววตา ให้กลายเป็นแค่เรื่องของ "โครงสร้างรับแรง" และ "สมดุลทางวิศวกรรม" เพื่อปกป้องหัวใจตัวเองจากความจริงที่ว่า เขากำลังพ่ายแพ้ให้กับนักจิตวิทยาปากร้ายอย่างราบคาบ “คุณถอยไปหน่อยได้ไหมคะ กรวีร์” ญาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาอยู่แล้ว เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับเขาในตอนนี้เหลือเพียงไม่ถึงคืบ “ทำไมล่ะครับ ดร.ญาดา กลัวผมเหรอ หรือว่ากลัวใจตัวเองกันแน่ที่กำลังสั่นจนเก็บอาการไม่อยู่?” กรวีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ตามนิสัยปากร้ายที่ติดเป็นสันดาน แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม มันร้อนรุ่มและจริงจังเสียจนคนถูกมองต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อตั้งสติ “ฉันไม่ได้กลัว... ฉันแค่รำคาญคนที่ชอบเอาทฤษฎีกลกลวงทางใจมากลบเกลื่อนความขี้ขลาดของตัวเองต่างหากล่ะคะ” เธอตอกกลับอย่างเจ็บแสบ พลางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่ยอมแพ้ “คุณบอกว่าตัวเองเป็นสถาปนิกผู้สร้างตึกที่แข็งแกร่งที่สุด แต่จิตใจข้างในของคุณกลับเปราะบางเสียยิ่งกว่ากระจกเงาเทมเปอร์ที่โดนค้อนกระแทกแค่น้ำหนักเบาๆ เสียอีกนะคะ” คำพูดนั้นราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจของสถาปนิกหนุ่มอย่างแม่นยำ กรวีร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความรู้สึกที่หลากล้น เขายอมรับว่าเธอมักจะอ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งเสมอ ไม่ว่าจะพยายามสร้างกำแพงหนาเตอะแค่ไหน ญาดาก็มีค้อนปอนด์วิเศษที่คอยทุบทำลายมันลงได้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ กลายเป็นเพียงฉากหลังอันเงียบงัน เมื่อสติสัมปชัญญะทั้งหมดของคนทั้งคู่ถูกดึงดูดเข้าหากแรงโน้มถ่วงระหว่างกัน กรวีร์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกระทั่งไหล่กว้างเกือบจะแนบชิดกับร่างเพรียวของนักจิตวิทยา “ถ้าผมมันขี้ขลาด... แล้วทำไมล่ะครับ” เสียงของกรวีร์แผ่วเบาลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ความซึนเดระที่เคยพ่นพิษใส่กันมาตลอดหลายเดือนถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเว้าวอนอย่างเงียบงัน ดวงตาที่มักจะมองโลกด้วยเหตุผลและความเย็นชาในยามนี้กลับฉายแววคลั่งรักออกมาอย่างปิดไม่มิด มือหนาที่เคยกอดอกแน่น ค่อยๆ ปล่อยลงข้างลำตัว ก่อนจะขยับขึ้นมาประคองกรอบหน้าเรียวของหญิงสาวไว้อย่างแผ่วเบาราวกับเผลอไผล ญาดาลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองส่วนอัมิกดาลิด (Amygdala) ที่ควบคุมสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย แต่ฮอร์โมนโดพามีนและออกซาโทซินกลับหลั่งออกมาพลั่งพรูจนเธอแทบจะหลอมละลายไปกับสัมผัสอุ่นจัดบริเวณข้างแก้ม นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้อย่างเบามือที่โหนกแก้มเนียนอย่างลืมตัว เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหาย—อ่อนโยนเสียจนเธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ “ดา...” เสียงเรียกชื่อเธอดังก้องกังวานในความเงียบ มันไม่ใช่การเรียกเพื่อหาเรื่องทะเลาะเหมือนทุกที แต่เป็นน้ำเสียงที่สั่นพร่าและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างในมาเนิ่นนาน กรวีร์ก้มหน้าลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นกาแฟจางๆ รดรินอยู่บนริมฝีปากของเธอ หัวใจของญาดากระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความตึงเครียดและความถือดีที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เธอดึงดูดเข้าหาเขาตามแรงโน้มถ่วงของหัวใจ เปลือกตาส่งสัญญาณปิดลงครึ่งหนึ่งเพื่อรอรับสัมผัสที่เธอเฝ้ารอมาตลอด *นี่คือวินาทีนั้น... วินาทีที่ความรู้สึกทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผย* ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงมิลลิเมตรเดียว กลไกการป้องกันตัวอันแข็งแกร่งของสถาปนิกหนุ่มก็ทำงานขึ้นมาอย่างฉับพลันราวกับระบบนิรภัยอัตโนมัติ กรวีร์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับเพิ่งได้สติว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไป ความกลัวที่จะต้องพ่ายแพ้และสูญเสียการควบคุมทำให้ความซึนเดระเข้าครอบงำจิตใจเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวราวกับโดนไฟลวก รีบชักมือกลับพรวดพราดแล้วก้าวถอยหลังไปสามก้าวด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ จนเกือบจะสะดุดขาตัวเอง “อะ... เอ่อ คือว่า!” กรวีร์กระแอมกระไอเสียงดังกลบเกลื่อนความเลิกลั่ก ใบหน้าที่เคยนิ่งขรึมกลับขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างน่าขัน มือหนายกขึ้นเสยผมตัวเองลวกๆ พลางเบนสายตาหนีไปมองกระดาษพิมพ์เขียวแปลนอาคารบนโต๊ะแทนที่จะมองหน้าเธอ “นี่มันดึกมากแล้วนะครับ ดร.ญาดา พรุ่งนี้ทีมวิศวกรโครงสร้างมีตรวจหน้างานโซน B แต่เช้าตรู่ คุณควรจะกลับไปพักผ่อนได้แล้วล่ะครับ อย่ามานั่งทำตัวเป็นภาระให้ผมต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลังอยู่เลย!” *เพล้ง!* เสียงกำแพงน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่พังทลายลงในความรู้สึกของญาดา ทว่าสิ่งที่ตามมาไม่ใช่ความโล่งใจ แต่เป็นความหงุดหงิดจนเลือดขึ้นหน้า นักจิตวิทยาKübler-Ross ขั้นตอนที่สองพุ่งกระฉูดขึ้นมาทันที: *ความโกรธ!* ญาดายืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตหรี่แคบลงด้วยความหมั่นไส้ระคนช้ำใจ เธอเกือบจะหลอมละลายไปกับความอ่อนโยนของเขาอยู่รอมร่อแล้วเชียว แต่ตาบ้าปากแข็งคนนี้กลับเลือกที่จะวิ่งหนีความจริงแล้วพ่นคำพูดกวนประสาทออกมากลบเกลื่อนความขี้ขลาดของตัวเองซะอย่างนั้น! “ภาระเหรอคะ?” ญาดาทวนคำด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก รอยยิ้มพิฆาตผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่ไม่เปิดโอกาสให้สถาปนิกหนุ่มได้ถอยหนี กรวีร์ผถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แววตาฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นรอยยิ้มของหญิงสาวตรงหน้า “คุณ... คุณจะทำอะไรน่ะ ดา?” “เปล่าหรอกค่ะ ฉันก็แค่จะบอกว่า...” ญาดาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงกระซ่าวกระชับที่เย้ายวนและอันตรายที่สุดเท่าที่เธอเคยใช้มา “ในเมื่อคุณกลัวนักที่จะพูดความรู้สึกออกมา งั้นฉันจะเป็นคนพูดมันเองค่ะ... ว่าคุณน่ะ ‘คลั่งรัก’ ฉันจนตัวสั่นขนาดไหน” กรวีร์นิ่งค้างไปสนิท ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมตาต่อตาฟันต่อฟันที่เหนือชั้นกว่าของเธอ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์มอันน้อยนิดไว้นั้นเอง— *ปัง!* ประตูกระจกห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของใครบางคน พร้อมกับเสียงหอบแฮกของภาคินที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่เคาะประตูขออนุญาตสักนิด “ไอ้กร! แย่แล้วโว้ย! เหล็กเส้นล็อตใหม่ที่เพิ่งมาส่งเมื่อเย็น เกิดรอยร้าวจากการขนส่ง นายต้องออกไปดูหน้างานด่วนเลยตอนนี้!” กรวีร์หน้าเสีย หันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาอยากจะฆ่าให้ตายคามือ ส่วนญาดาก็ถอยหลังกลับไปยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะอันเย็นชา แต่ก่อนที่กรวีร์จะได้สบถด่าภาคินออกไป สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของญาดา ซึ่งสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืด พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบกล้องวงจรปิดโซนก่อสร้างด้านหลัง ที่กำลังจับภาพเงาดำประหลาดกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้กับเสาหลักรับน้ำหนักต้นที่สำคัญที่สุดของตึก! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาเติมพลังใจให้กันในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%