“ถ้าพวกแกกล้าหยุดงานวันนี้ สัญญาฉบับนี้ก็ฉีกทิ้งแล้วไสหัวออกไปให้หมด!”
เสียงตะคอกแหบพร่าของสมชาย ผู้รับเหมาใหญ่ประจำโซน C ดังลั่นสะท้อนโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ยังสร้างไม่เสร็จ แรงปะทะของอารมณ์ความโกรธพุ่งสูงจนอุณหภูมิในไซต์งานช่วงบ่ายที่ร้อนระอุอยู่แล้ว ยิ่งทวีความเดือดดาลขึ้นไปอีกขั้น คนงานก่อสร้างนับสิบชีวิตยืนออกันแน่น ขอบปูนเปลือยเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหล็กเส้นขนาดใหญ่ระเกะระกะราวกับกรงขังที่พร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
ดร.ญาดา ก้าวฉับๆ เข้ามาในรัศมีวงล้อมนั้นโดยไม่รอให้ภาคินห้ามทัน ส้นสูงของเธอเหยียบย่ำลงบนพื้นฝุ่นผงด้วยจังหวะมั่นคง สายตาคมกริบกวาดสำรวจความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่เกร็งนูนบนลำคอของสมชาย และดวงตาที่แดงก่ำด้วยความกดดันของหัวหน้าคนงานฝั่งตรงข้าม กลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า *Group Polarization* หรือปรากฏการณ์การคล้อยตามกลุ่มกำลังทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อคนหนึ่งเดือด ทุกคนพร้อมจะระเบิด
“การใช้อำนาจขู่บังคับด้วยสัญญา ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงหน้างานลงหريكหรอกค่ะคุณสมชาย มีแต่จะเพิ่มระดับ *Cortisol* ในกระแสเลือดของคนงานให้พร้อมปะทะมากกว่าเดิม”
เสียงหวานทว่าเฉียบคมดังแทรกขึ้นท่ามกลางความอึมครึม สมชายหันขวับมามองหน้าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กล้าเข้ามาแทรกกลางวงล้อมด้วยความหงุดหงิด
“คุณเป็นใครวะ? เด็กเส้นของพวกวิศวกรหรือไง อย่ามาสั่งผม หน้างานแบบนี้ถ้าไม่กดไว้ มันก็ปีนเกลียวกันหมดสิ!”
“ถ้าคุณคิดว่าการกดขี่คือการควบคุม นั่นแปลว่าคุณกำลังใช้กลไก *Defense Mechanism* แบบ *Displacement* ระบายความกลัวที่คุมงานไม่ทันใส่คนที่อ่อนแอกว่าสินะคะ” ญาดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด แต่มันคือรอยยิ้มของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญการอ่านพฤติกรรมมนุษย์ทะลุปรุโปร่ง “ถามจริงๆ เถอะค่ะ... กำหนดส่งงานเดือนหน้า หรือปัญหาเงินหมุนในบริษัทกันแน่ที่ทำให้คุณสติแตกขนาดนี้?”
สมชายหน้าถอดสีทันทีที่โดนจี้ถูกจุดเปราะบาง ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเปลี่ยนเป็นความอับอายและตื่นตระหนกชั่วขณะ มือหนาที่กำหมัดแน่นเริ่มสั่นเทา
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะลุกลามจนควบคุมไม่ได้ เงาร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีเข้มและหมวกนิรภัยก็ก้าวแทรกเข้ามาขวางกลางระหว่างญาดากับสมชายพอดี กรวีร์ขยับตัวยืนบังร่างบางของนักจิตวิทยาไว้ครึ่งหนึ่ง สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดมองผู้รับเหมาด้วยความเย็นชาที่น่าขนลุก
“ผมไม่สนว่าคุณจะเครียดเรื่องอะไร แต่การเอาความเสี่ยงของโครงสร้างมาเดิมพันกับอารมณ์ของคุณ มันล้ำเส้นเกินไปแล้วครับคุณสมชาย” กรวีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ไม่ต้องตะโกน แต่น้ำเสียงนั้นกลับกดดันจนทุกคนในรัศมีสิทธิ์เงียบกริบ “ถ้าเหล็กเส้นแกนหลักตรงเสาต้นนี้ผูกผิดสเปกแค่สองมิลลิเมตร แรงเฉือนตอนแผ่นดินไหวจะพับโครงสร้างนี้ลงมาทับคนงานของคุณเป็นกลุ่มแรก... อยากเป็นฆาตกรโดยไม่รู้ตัวเหรอครับ?”
กรวีร์ใช้หลักการ *Intellectualization* อธิบายข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความปรานี เพื่อดึงสติของทุกคนให้กลับสู่โลกแห่งความจริง ความจริงที่ว่าชีวิตคนสำคัญกว่าอีโก้บ้าๆ ของใครหน้าไหน
“กร...” ญาดาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง แม้มนุษย์ตรงหน้าจะปากร้ายและชอบทำตัวเป็นกำแพงน้ำแข็งใส่เธอตลอดเวลา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในเวลาวิกฤตแบบนี้ แผ่นหลังของสถาปนิกโครงสร้างคนนี้คือสิ่งที่พึ่งพาได้มากที่สุด
สมชายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความจำนนต่อเหตุผลอันหนักหน่วงที่กรวีร์โยนใส่ “ผม... ผมแค่กดดันเรื่องงบ... วัตถุดิบมันขึ้นราคา ผมหาคนงานเพิ่มไม่ได้”
“ถ้าปัญหาคือเรื่องคนและงบ ทำไมไม่คุยกับทีมผมตั้งแต่แรก ทำไมต้องรอให้มันระเบิดออกมาเป็นอารมณ์?” กรวีร์ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันมาปะทะสายตากับญาดาที่ยืนอยู่ข้างๆ แววตาของเขาอ่อนลงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นรอยเปื้อนฝุ่นบนแก้มเนียน แต่ปากเจ้ากรรมก็ยังอดไม่ได้ที่จะแขวะตามนิสัยซึนเดระ “ส่วนคุณ... ใครใช้ให้เดินเข้ามากลางดงคนงานหัวร้อนแบบนั้นครับ? สมองถูกอบความร้อนจนช็อตไปแล้วหรือไง ถึงไม่รู้ว่ามันอันตราย?”
ญาดาย่นจมูกใส่ทันที ความซาบซึ้งเมื่อกี้ปลิวหายไปในอากาศราวกับควันไฟ “ฉันกำลังทำหน้าที่ของตัวเองต่างหากค่ะคุณสถาปนิก! ถ้าฉันไม่เบี่ยงเบนความสนใจเขา ป่านนี้หัวคุณคงได้ไปประดับอยู่บนกำแพงปูนนั่นในฐานะเป้าซ้อมมือแล้วมั้งคะ”
“ปากเก่ง” กรวีร์พึมพำลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ แต่ดวงตากลับไหววับด้วยความโล่งอกที่ซ่อนไว้ไม่มิด
ภาคินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ แอบยกย่องในใจ พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมกดส่งข้อความแซวเพื่อนสนิท แต่ยังไม่ทันได้พิมพ์อะไร บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปฉับพลัน
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นจากทางเข้าไซต์งาน ร่างท้วมของ ‘ท่านประธานธนา’ เจ้าของโครงการพันล้านก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึง ดวงตากวาดมองความวุ่นวายที่เพิ่งสงบลงด้วยแววตาตำหนิ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมไซต์งานถึงวุ่นวายขนาดนี้? กรวีร์... คุณคุมคนงานยังไง ถึงปล่อยให้มีเรื่องทะเลาะกันจนงานหยุดชะงักแบบนี้!” ท่านประธานตวาดกร้าว
กรวีร์ขมวดคิ้วแน่น กำลังจะอ้าปากอธิบายข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ยังไม่ทันที่เสียงทุ้มจะได้เอ่ยแก้ต่างอะไรออกไป ญาดากลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว เธอขยับเข้าไปยืนเคียงข้างสถาปนิกหนุ่ม รอยยิ้มมั่นใจถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
“ก่อนจะต่อว่าใคร ท่านประธานช่วยหันไปดูเอกสารการเบิกงบจัดซื้อวัสดุโครงสร้างของเดือนนี้ก่อนดีไหมคะ... เพราะถ้าท่านยังเซ็นอนุมัติงบช้ากว่านี้อีกสามวัน ไม่ใช่แค่คนงานที่จะหยุดงานหรอกค่ะ แต่ตึกนี้อาจจะกลายเป็นอนุสาวรีย์ความล้มเหลวที่แพงที่สุดในประเทศแทน”
สิ้นคำพูดของนักจิตวิทยา ท่านประธานชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนสีทันทีในพริบตาเดียว
กรวีร์เบิกตากว้างเล็กน้อย เหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่กล้าหาญจนน่าตกใจ ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นอยู่ในอกจนพูดไม่ออก ในขณะที่บรรยากาศรอบตัวกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเงียบงัน... โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อช็อปของกรวีร์ก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่แสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้
กรวีร์กดรับสายโดยไม่ละสายตาจากญาดา เสียงปลายสายที่ลอดผ่านลำโพงออกมาด้วยความเย็นยะเยือก ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*(ตอนต่อไป: ความลับใต้ดินที่ถูกฝังกลบกำลังจะถูกขุดคุ้ย และการมาเยือนของบุคคลที่ไม่คาดฝันจะพลิกเกมนี้ไปตลอดกาล)*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาเติมพลังใจให้กันในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 26
ไซต์งานเดือดระอุ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!