สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 27

รอยแผลเป็นที่รอการเยียวยา

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
กลิ่นไอโอดีนจากแอลกอฮอล์ล้างแผลผสมกับกลิ่นเฉพาะตัวของคราบฝุ่นปูนในห้องพักคนงานชั่วคราว ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึมครึมเกินกว่าความจำเป็น ในเมื่อผู้ชายตัวโตเป็นภูเขาเลากาอย่างกรวีร์กำลังนั่งกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดง ทั้งที่รอยแผลแตกตรงโหนกแก้มข้างขวาและรอยช้ำที่มุมปากจากเหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่กำลังฟกช้ำจนน่ากลัว “อยู่นิ่งๆ สิคะคุณกรวีร์ ขยับตัวแบบนี้ ฉันจะเช็ดแผลให้ถนัดได้ยังไงล่ะคะ” ญาดาเอ่ยเสียงดุ แต่แววตาที่มองอีกฝ่ายกลับเต็มไปด้วยความกังวลระคนระอา มือเรียวบางภายใต้ถุงมือยางสีใสกำลังคีบสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยความเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าดูเหมือนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่มีกลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยาแบบ *Intellectualization* คนนี้ จะเลือกใช้ความเงียบและความเย่อหยิ่งมากลบเกลื่อนความเจ็บปวดเสียมากกว่า “ผมไม่ได้เด็กๆ นะครับคุณญาดา แผลแค่นี้... สมองระดับผมประเมินแล้วว่าอีกสามวันก็สมานตัว ไม่จำเป็นต้องทำหน้าเครียดเหมือนผมกำลังจะตายหรอก” กรวีร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทตามเคย แม้จะซี้ดปากด้วยความแสบจนคิ้วเข้มขắnเข้าหากันจนแทบผูกเป็นปมก็ตาม “ค่ะ! เก่งค่ะ ฉลาดค่ะ เป็นถึงสถาปัตยกรรมระดับท็อปที่คำนวณโครงสร้างตึกได้แม่นยำทุกองศา แต่กลับคำนวณความปลอดภัยของตัวเองไม่ได้ เวลาเกิดเรื่องทีไร ชอบเอาตัวเข้าไปรับแรงกระแทกแทนคนอื่นตลอด... สมองระดับคุณนี่มันน่าจับมาเอกซเรย์ดูจริงๆ ว่ามีเซนส์เรื่องการรักตัวเองอยู่บ้างไหมคะ” ญาดากระแทกเสียงใส่ พร้อมกับกดสำลีลงบนแผลแรงกว่าเดิมนิดหน่อยเพื่อเป็นการลงโทษคนปากแข็ง ส่งผลให้กรวีร์ต้องสูดปากเข้าลึกอย่างเสียฟอร์ม แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกลับมา “โอ๊ย... มือหนักเป็นนักมวยเก่าหรือไงครับคุณนักจิตวิทยา หรือว่าจงใจแกล้งเพราะหมั่นไส้ผมกันแน่” “ถ้าฉันหมั่นไส้จริง คงไม่ได้แค่เช็ดแผลเบาๆ แบบนี้หรอกค่ะ ฉันคงหยิบเข็มมาเย็บแบบไม่ฉีดยาชาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” ญาดากัดฟันตอบพลองวางก้อนสำลีลงในถาดสแตนเลส เสียงกระทบกันเบาๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้เงียบงันลงไปอีก ความใกล้ชิดที่ระเหิดความห่างเหินออกไปจนหมดสิ้น ทำให้เธอเริ่มได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการทำงาน ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัวอย่างประหลาด เมื่อไม่มีบทสนทนาโต้เถียง ความเงียบก็เริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างโหดร้าย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ เมื่อญาดาก้มตัวลงเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของรอยแผลใกล้โหนกแก้ม ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่มองตรงมานิ่งๆ แววตาของกรวีร์ในยามนี้ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันลึกล้ำ วาววับ และสะท้อนเงาของเธอไว้อย่างชัดเจนจนน่าใจหาย กลไกทางจิตวิทยาที่กรวีร์มักใช้สร้างกำแพงน้ำแข็ง ดูเหมือนจะละลายหายไปจนหมดสิ้นในวินาทีนี้ “มองอะไรคะ มีอะไรติดอยู่บนหน้าฉันหรือไง” ญาดาถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว จังหวะการหายใจเริ่มติดขัดเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายเคลื่อนเข้ามาแตะเบาๆ ที่คาง เพื่อบังคับให้เธอนิ่งและสบตาเขาตรงๆ “เปล่าครับ...” กรวีร์ตอบเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคู่คมกวาดมองพิจารณาริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างเผลอไผล “แค่กำลังคิดว่า... ทำไมนักจิตวิทยาปากเก่งคนนี้ ถึงชอบทำตัวเป็นห่วงผมเกินหน้าที่อยู่เรื่อย” “ใครเป็นห่วงคุณ อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะ ฉันแค่ทำตามหน้าที่ในฐานะ... ในฐานะคนร่วมงานที่ไม่อยากเห็นใครมาตายในไซต์งานของฉันต่างหาก” ญาดาแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่กรวีร์กลับไม่ยอมปล่อย เขากลับขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง ไร้ซึ่งทางหนี ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เสียงความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียง *ตึ๊ก... ตึ๊ก... ตึ๊ก...* ของจังหวะชีพจรที่เต้นประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ มันดังชัดเจนเสียจนญาดานึกกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านอยู่ภายใน “หัวใจคุณเต้นดังจังเลยนะครับคุณดา...” เสียงกระซิบแหบพร่าของกรวีร์ดังอยู่ชิดริมใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงลาดไหล่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “คุณ... กรวีร์ ถอยไปเลยนะคะ ใกล้เกินไปแล้ว” ญาดยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่กล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนนั้นกลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหินผา “ถ้าผมบอกว่าไม่อยากถอยล่ะครับ... ถ้าผมบอกว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา กำแพงที่ผมสร้างไว้มันพังทลายลงตั้งแต่เห็นคุณวิ่งฝ่าดงความชุลมุนเข้ามาหาผมเมื่อกี้แล้วล่ะ คุณจะว่ายังไง” คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งและซึนเดระอย่างกรวีร์ ทำเอาสมองของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์ถึงกับชัตดาวน์ไปชั่วขณะ ริมฝีปากอิ่มเผยอค้าง ดวงตเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดอะไรบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาใบหน้า ทว่า... ก่อนที่ไดอะล็อกโต้ตอบแสนหวานปนพายุอารมณ์จะได้ดำเนินต่อไป *ปัง!* เสียงประตูห้องพักคนงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของใครบางคน พร้อมกับเสียงหอบแฮกของภาคินที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด “ไอ้กร! คุณดา! แย่แล้วเว้ย! เกิดเรื่องใหญ่ที่โซนฐานรากตึก B... เสาเข็มหลักเกิดการเคลื่อนตัวผิดปกติ!” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาเติมพลังใจให้กันในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%