สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 6

รอยร้าวบนคานเหล็ก

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
เอี๊ยด—! โครม! เสียงเหล็กฉีกขาดกรีดร้องก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณไซต์งาน แรงกระแทกจากการชนสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้า ดร.ญาดา ยังไม่ทันได้ตั้งสติกับเสียงโหวกเหวกโวยวายเมื่อครู่ ร่างของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงด้วยมือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขน เลือดในกายฉีดพล่านด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ขณะที่สติยังประมวลผลไม่ทัน แรงเหวี่ยงมหาศาลก็พาเธอล้มกลิ้งไปกระแทกกับกองวัสดุก่อสร้างด้านข้าง "กรี๊ด...!" เสียงอุทานหลุดจากริมฝีปากบางได้เพียงเสี้ยววินาที ร่างสูงโปรดของกรวีร์ก็พุ่งเข้าโถมทับปกป้องร่างของเธอไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างของเขารองรับแรงกระแทกจากเศษเหล็กและฝุ่นควันคลุ้งที่ปลิวว่อนจากการไถลชนของรถสิบล้อ เสียงโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่บิดตัวลั่นเอี๊ยดอ๊าดอยู่เหนือหัวราวกับฉากในภาพยนตร์แอ็กชัน ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายและเสียงตะโกนเรียกชื่อสถาปนิกหนุ่มอย่างตื่นตระหนกของคนงาน หัวใจของญาดากระหน่ำรัวรากลองศึก กลิ่นฝุ่นปูนผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ลอยแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใดคืออุณหภูมิร้อนผ่าวจากร่างกายของคนที่กำลังคร่อมทับเธออยู่ "คุณ... คุณกรวีร์!" ญาดาครางเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่กลับพบว่ากล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าของเขานั้นแข็งเกร็งราวกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก กรวีร์ไม่ได้ขยับตัวทันที เขายังคงก้มหน้าซุกใบหน้าอยู่ใกล้ซอกคอของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณผิวเนื้ออ่อนทำให้ญาดาลืมความตกใจไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาLนิ่ง ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายเมื่อครู่ สมองของเขาไม่ได้คำนวณเรื่องโครงสร้างหรือความเสียหายของวัสดุใดๆ ทั้งสิ้น กลไกทางจิตวิทยาที่เคยใช้ป้องกันตัวด้วยเหตุผลอันเย็นชาพังทลายลงในพริบตา มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งให้เขาพุ่งตัวมารับความเสี่ยงแทนผู้หญิงปากเก่งคนนี้โดยไม่คิดชีวิต แต่กระนั้น... สันดานปากแข็งระดับปรมาจารย์ก็ทำงานเร็วกว่าความรู้สึกซาบซึ้งใดๆ เมื่อแน่ใจว่าสถานการณ์สงบลงและไม่มีเศษเหล็กหล่นลงมาซ้ำ กรวีร์ก็รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนราวกับโดนไฟลวก สีหน้าที่เคยตื่นตระหนกเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความบึ้งตึงและเย็นชาอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าและหมวกนิรภัยด้วยท่าทีหงุดหงิดสุดขีด "ลุกขึ้นได้แล้วมั้ง ดร.ญาดา! หรือว่านอนตรงนั้นแล้วสบายใจกว่าจะลุกขึ้นมาเดินเอง?" น้ำเสียงห้วนจัดและเต็มไปด้วยการประชดประชันถูกพ่นออกมาทันทีที่ตั้งหลักได้ ญาดาที่ยังนั่งพับเพียรออยู่บนพื้นดินเลอะฝุ่น ชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่ดวงตากลมโตจะวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ความรู้สึกซาบซึ้งเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศราวกับควันไฟ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยความสง่างาม ปัดเศษดินออกจากกระโปรงสูทเข้ารูปอย่างใจเย็นสวนทางกับไฟในอกที่กำลังลุกโชน "ปากแบบนี้นี่เองสินะคะ ที่เขาเรียกว่า 'ปากพาซวย' ถ้าฉันหัวร้างข้างแตกตายไปเมื่อกี้ คุณคงจะดีใจมากสินะคะที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเถียงกับฉันเรื่องพฤติกรรมคนงานอีก" ญาดาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ กรวีร์แค่น 1 เสียงในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อประเมินความเสียหาย แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่สายตาคู่เดิมกลับแอบกวาดมองสำรวจรอยถลอกที่ข้อศอกของเธออย่างรวดเร็วด้วยความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง "ผมไม่ได้อยากให้คุณตายหรอกนะ ดร.ญาดา... เพราะถ้าคุณตายในไซต์งานผม ผมคงต้องเสียเวลามานั่งตอบคำถามตำรวจและเคลียร์คดีความไร้สาระพวกนี้ ซึ่งมันสร้างความรำคาญใจให้ผมมากกว่าการยืนฟังคุณบ่นซะอีก" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยەชาและไร้เยื่อใย กลไกการป้องกันตัวแบบ Intellectualization ทำงานเต็มสูบเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่ยังเต้นเร้าอยู่ในอก "โอ้! หาข้ออ้างได้ประเสริฐมากค่ะ สถาปนิกผู้ปราดเปรื่อง" ญาดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิด ความสูงที่ต่างกันทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่แววตาของเธอกลับไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย "เมื่อกี้ฉันเห็นนะคะว่าคุณพุ่งมาบังฉันด้วยความเร็วแสง แถมแผ่นหลังยังกระแทกกับกองเหล็กนั้นเต็มๆ ถ้าจะกรุณาใช้สมองอันปราดเปรื่องของคุณทบทวนดูสักนิด ช่วยยอมรับความจริงออกมาเถอะค่ะว่าคุณ 'เป็นห่วง' ฉัน มันไม่ได้ทำให้ความเป็นชายอกสามศอกของคุณลดลงหรอกนะคะ" คำพูดที่จี้ใจดำและอ่านทะลุปรุโปร่งทำเอาสถาปนิกหนุ่มถึงกับชะงัก กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรนูนเด่น กรวีร์จ้องมองนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายแววรู้ทันของเธอด้วยความรู้สึกหมั่นไส้แกมหมั่นเขี้ยว ผู้หญิงคนนี้อันตรายเกินไป... อ่านใจคนอื่นเก่งเสียจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางแสงไฟ "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลย ญาดา" กรวีร์จงใจลดเสียงลงกระซิบใกล้ใบหูของเธอ กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกทำเอาสมาธิที่เขาสั่งสมมานานเกือบกระเจิง "ผมแค่ไม่อยากให้ตารางงานก่อสร้างพังเพราะอุบัติเหตุโง่ๆ ของคุณก็เท่านั้น... จำใส่สมองเอาไว้ด้วย" "ปากแข็งเสียจริงนะคะ" ญาดยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจางๆ ตรงใบหู—หลักฐานชิ้นโบแดงทางจิตวิทยาที่ฟ้องว่าเขากำลังโกหกคำโต "ระวังเถอะค่ะ ปากแข็งมากๆ ระวังใจจะอ่อนยวบจนตามไม่ทันนะคะคุณสถาปนิก" "ไอ้กร! ทางนี้เรียบร้อยแล้วเว้ย ประกันกำลังเคลียร์พื้นที่อยู่!" เสียงตะโกนของภาคินดังแทรกขึ้นมาจากระยะไกล พร้อมกับร่างสูงของเพื่อนสนิทที่เดินกะโผลกะกะeเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก "เฮ้ย... ดร.ญาดา เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับเนี่ย? เมื่อกี้เห็นไอ้กรมันพุ่งตัวอย่างกับซูเปอร์แมนใส่คุณ เกือบไม่รอดเหมือนกันนะเนี่ยพวกเรา" กรวีร์หันไปตวัดสายตาพิฆาตใส่เพื่อนสนิททันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนภาคินต้องยกมือขึ้นยอมแพ้แบบกวนๆ "เปล่าค่ะ... ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เกือบตายเพราะความปากหนักของใครบางคนแถวนี้เท่านั้นเอง" ญาดาตอบโดยไม่ละสายตาจากพระเอกหนุ่มที่ตอนนี้หน้าบึ้งสนิทกว่าเดิม "อ้าวเหรอ นึกว่าใจอ่อนจนยอมรับสภาพซะอีก" ภาคินหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี "เออ กร... ทางหัวหน้าคนงานฝากบอกว่า ท่อส่งน้ำหลักด้านทิศเหนือมีรอยร้าวจากการสะเทือนเมื่อกี้ว่ะ แกต้องรีบไปเช็กด่วนเลย ไม่งั้นโครงสร้างฐานรากอาจจะมีปัญหา" กรวีร์ขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองทิศทางดังกล่าวด้วยความกังวลในหน้าที่การงานทันที ก่อนจะหันกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาท้าทาย "ฝากตัวกลับไปทำแผลที่ห้องพยาบาลด้วย อย่ามาทำเก่งอวดดีแถวนี้อีก" เขาทิ้งท้ายด้วยเสียงห้วนๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวฉับๆ ตามภาคินไปอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการปัญหาเฉพาะหน้าทิ้งให้ญาดายืนมองตามแผ่นหลังกว้างด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ซ่อนความรู้สึกซับซ้อนไว้ ผ่านไปเกือบชั่วโมง บรรยากาศในห้องพักชั่วคราวของไซต์งานเริ่มกลับเข้าสู่ความเงียบสงบ ญาดานั่งจัดการกับเอกสารประเมินพฤติกรรมความปลอดภัยของคนงานบนโต๊ะทำงานตัวเล็ก แผลถลอกที่ข้อศอกได้รับการทำความสะอาดและปิดพลาสเตอร์เรียบร้อยแล้ว แต่ความเหนื่อยล้าจากการเผชิญหน้าเหตุการณ์ระทึกขวัญทำให้เธอเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องทำงานเบาหวิว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อน ญาดาเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษด้วยความแปลกใจ ทว่าคำพูดที่เตรียมจะเอ่ยทักทายกลับต้องกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อพบว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือกรวีร์ สถาปนิกหนุ่มผู้ซึ่งควรจะยุ่งอยู่กับการตรวจสอบท่อส่งน้ำหลัก ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีรอยเปื้อนคราบฝุ่นปูนจางๆ เรือนผมหยักศกยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะความเร่งรีบ แต่สิ่งที่ทำให้ญาดาต้องชะงักค้างคือ "แววตา" ของเขาในยามนี้—มันไม่ใช่สายตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งหรือความกวนประสาทแบบทุกที แต่เป็นแววตาที่ลึกซึ้ง อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความอึดอัดบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้ กรวีร์ปิดประตูห้องล็อกกลอนอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอโดยไม่พูดอะไรสักคำ ความเงียบที่โรยตัวลงมาทำให้บรรยากาศภายในห้องแคบๆ นั้นอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ชวนให้หายใจติดขัด "คุณ... มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ญาดาเอ่ยถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอมีความระแวงปนความสั่นไหวเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด กรวีร์ไม่ตอบ เขาโน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ให้อยู่ในวงแขนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับพยายามจะค้นหาคำตอบบางอย่างจากก้นบึ้งของจิตใจ "คุณรู้ได้ยังไง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน แผ่วเบาแต่จริงจังจนน่ากลัว "รู้เรื่องอะไรคะ?" ญาดาเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ พยายามรักษาความนิ่งสงบของตัวเองเอาไว้ทั้งที่หัวใจเต้นโครมคราม "รู้ว่า... ที่ผมทำไปทั้งหมดเมื่อกี้" กรวีร์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดหน้าผากมนของเธอ "มันไม่ใช่แค่สัญชาตญาณ... แต่เพราะผมกลัวว่าคุณจะเป็นอะไรไปจริงๆ" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ทำเอาโลกทั้งใบของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญการอ่านใจหยุดหมุนไปชั่วขณะ ญาดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคนอย่างกรวีร์จะยอมจำนนด้วยคำพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไรโต้ตอบ ร่างสูงของกรวีร์ก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจที่ประสานกันทำให้สติของญาดาหลุดลอยไปไกลลิบ และในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกของเขากำลังจะขยับเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมา... ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของภาคินที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก "ไอ้กร! ชิบหายแล้ว! ท่อส่งน้ำหลักที่แกเพิ่งเช็กเมื่อกี้... เกิดระเบิดขึ้นมาอีกรอบ น้ำทะลักท่วมฐานรากกำลังจะพังแล้วโว้ย!" [จิตวิทยาเพื่อทุกคน]: ขอบคุณที่ติดตามความซึนแบบพริกสิบเม็ดของสถาปนิกใจแข็งกับคุณหมอคนสวยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%