สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 7

วิเคราะห์คนอื่น แต่อ่านใจตัวเองไม่ออก

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
“ไอ้กร! ชิบหายแล้ว! ท่อส่งน้ำหลักที่แกเพิ่งเช็กเมื่อกี้... เกิดระเบิดขึ้นมาอีกรอบ น้ำทะลักท่วมฐานรากกำลังจะพังแล้วโว้ย!” เสียงตะโกนของภาคินผ่านเครื่องวิทยุสื่อสารยังไม่ทันขาดคำ พื้นดินใต้เท้าของญาดาและกรวีร์ก็สั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อม แรงดันน้ำมหาศาลพ่นทะลักขึ้นมาจากร่องดินราวกับ geyser ในอุทยานแห่งชาติ เสียงเหล็กข้ออกร้องลั่นครูดคราดท่ามกลางมวลน้ำสีแดงขุ่นคลั่กที่พวยพุ่งเข้าใส่โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่เพิ่งเทเสร็จใหม่ๆ ฝุ่นปูนและละอองน้ำตีตลบอบอวลจนทัศนวิสัยเป็นศูนย์ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น สมองส่วน Amygdala ของมนุษย์จะสั่งการให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานทันที—แต่สำหรับกรวีร์ กลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า *Compartmentalization* และ *Hero Complex* กลับทำงานเร็วกว่าสติสัมปชัญญะ “หลบไป!” ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าชาร์จเอวบางของญาดาอย่างแรง แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลบพ้นแนวท่อส่งน้ำที่แตกกระเด็นสะบัดราวกับงูยักษ์คลั่งได้อย่างเฉียดฉิว น้ำเย็นจัดสาดกระเซ็นเปียกโชกไปทั่วร่าง เสื้อเชิ้ตสีขาวของญาดาแนบลู่ไปกับผิวเนื้อเผยให้เห็นสัดส่วนชัดเจน ขณะที่ตัวกรวีร์เองใช้ร่างกายของเขากลายเป็นโล่กำบังเศษปูนและท่อเหล็กที่กระเด็นมาตามแรงดันน้ำ ความเงียบงันชั่วขณะปกคลุมพื้นที่ตรงนั้น มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม ญาดานอนอยู่ใต้ร่างแกร่ง ใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แว่นตากรอบเงินของเขาเอียงกระفล่ำกระผลือก เส้นผมชุ่มน้ำลู่ลงมาปรกลานสายตาที่ฉายแววตึงเครียดระคนห่วงใยอย่างปิดไม่มิด แต่วินาทีต่อมา... หน้ากากแห่งความสุขุมเย็นชาที่เขาสวมไว้เป็นเกราะกำบังก็ถูกสวมกลับคืนอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล “คุณนี่มัน... ตัวภาระชัดๆ” กรวีร์กัดฟันกรอด น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดระคนพะวง เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างเร่งรีบ พร้อมกับยื่นมือหนาหยาบกร้านจากการจับเครื่องมือช่างมาตรงหน้าเธอ “ถ้าขืนเดินใจลอยวิเคราะห์พฤติกรรมคนอื่นไปเรื่อยเปื่อยแบบนี้ สักวันคุณคงได้ไปนอนในห้องดับจิตก่อนจะได้ประเมินสภาพจิตใจใครเขา” ญาดารับมือแข็งๆ นั้นแล้วดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ใบหน้าสวยเฉี่ยวมองค้อนวงหน้าคมคายที่เชิดขึ้นอย่างถือดี หัวใจของเธอยังคงเต้นรัวเร็วจนผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความตกใจจากเหตุท่อระเบิดตรงหน้า... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขา และแววตาไหววูบในวินาทีที่เขากระโจนเข้ามารับแรงกระแทกแทนเธอต่างหาก *ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้ทำไมถึงปากร้ายได้โล่ขนาดนี้!* “ขอบคุณสำหรับความหวังดีแบบปากปีจอของคุณนะคะ สถาปนิกกรวีร์” ญาดายกมือขึ้นเสยผมที่เปียกปอนลู่หน้า แววตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าและเนื้อตัวของเขาอย่างรวดเร็วเพื่อเช็กความปลอดภัย “แต่ก่อนจะมาห่วงฉัน ห่วงสมองตัวเองดีกว่าไหมคะว่าทำไมคำนวณแรงดันน้ำพลาดถึงสองรอบติดกันแบบนี้ หรือว่ากลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาแบบ *Intellectualization* ของคุณมันกำลังทำงานหนักเกินไป จนบล็อกความสามารถในการคิดวิเคราะห์ทางวิศวกรรมไปหมดแล้ว?” กรวีร์ชะงักไปนิด แววตาไหวประกายวับขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเป็นหินผา เขาแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน “วิเคราะห์เก่งสมกับเป็นด็อกเตอร์ด้านจิตวิทยาดีนี่ครับ ดร.ญาดา แต่บอกไว้ก่อนนะว่าท่อนี้ไม่ได้แตกเพราะผมคำนวณพลาด... แต่มันมีร่องรอยการถูกตัดแต่งแรงดันจากวาล์วหลักด้านนอกต่างหาก” คำพูดนั้นทำให้ญาดาขมวดคิ้วมุ่นทันที ความเป็นนักจิตวิทยาองค์กรสวิทช์โหมดการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ขึ้นมาอัตโนมัติ “หมายความว่ามีคนจงใจวินาศกรรมไซต์งาน?” “ฉลาดดีนี่ครับ” กรวีร์ขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความเป็นชายผสมกลิ่นฝุ่นปูนและหยาดน้ำค้างชื้นแฉะลอยเข้าแตะจมูก ญาดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือนเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้จนเกินความจำเป็น “และคนที่น่าสงสัยที่สุด... ก็คือคนที่พยายามเดินตามผมต้อยๆ เพื่อจับผิดผมตั้งแต่เช้ายังไงล่ะครับ” “คุณ! นี่คุณกำลังกล่าวหาว่าฉันเป็นคนทำลายไซต์งานตัวเองงั้นเหรอคะ?!” ญาดาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความเหลืออด เธอก้าวประชิดตัวเขาจนอกเกือบชนอก ถึงส่วนสูงจะต่างกันอยู่พอสมควรแต่รังสีความพยศในตัวเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย “หัดใช้สมองส่วนหน้าคิดวิเคราะห์ให้ดีๆ นะคะคุณกรวีร์ ฉันเป็นนักจิตวิทยาองค์กร ไม่ใช่สายลับรัสเซีย! ฉันจะทำลายโปรเจกต์นี้ไปเพื่ออะไร ในเมื่อบริษัทฉันเป็นคนรับประกันความปลอดภัยของพวกคุณอยู่!” กรวีร์ก้มมองหญิงสาวที่กำลังยืนจังกาแยกเขี้ยวใส่เขาเหมือนแมวป่าตัวน้อยๆ ดวงตากลมโตที่วาวโรจน์ด้วยความโกรธนั้นช่างทรงพลังเสียจนเขารู้สึกหายใจติดขัด ความจริงแล้ว... เขารู้ดีแก่ใจว่าเธอไม่มีทางเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่เขากลับ “เสพติด” เวลาที่ได้เห็นเธอแสดงอารมณ์ดิบๆ ออกมาต่อหน้าเขา มากกว่ารอยยิ้มเสแสร้งตามมารยาททางสังคมที่เธอใช้เข้าหาคนอื่น ใช่... เขากำลังใช้วิธีหาเรื่องกวนประสาทเพื่อดึงดูดความสนใจจากเธอ เป็นเด็กอนุบาลที่แกล้งดึงเปียผู้หญิงที่ตัวเองแอบชอบไม่มีผิดเพี้ยน และนั่นแหละคือสิ่งที่กรวีร์เกลียดที่สุดในตัวเอง—ความรู้สึกที่ว่าผู้หญิงปากร้ายตรงหน้าคนนี้ มีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบในจิตใจของเขามากเกินไปแล้ว “ใครจะไปรู้ล่ะครับ...” กรวีร์ลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย “บางทีคุณอาจจะแค่อยากหาข้ออ้าง ‘ใกล้ชิด’ กับผมให้มันแนบเนียนขึ้น... ก็เป็นได้” “คุณมันหลงตัวเองระดับวิกฤตแล้วนะกรวีร์! คนบ้าอะไรหลงตัวเองได้หน้าไม่อายขนาดนี้!” ญาดายกมือขึ้นผลักอกแกร่งเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ แต่ทว่า... มือเรียวบางกลับถูกมือใหญ่ตะปบคว้าเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อจนญาดาสั่นสะท้าน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หมายจะเอάวาจาเผ็ดร้อนพ่นใส่หน้าเขาอีกสักชุด แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอเมื่อดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเย้าแหย่เหมือนเช่นเคย แต่มันกลับลึกล้ำ ดุดัน และ... ร้อนแรงราวกับมีเปลวไฟซ่อนอยู่ข้างใน บรรยากาศรอบกายคล้ายถูกดูดกลืน เสียงไซเรนเตือนภัยและเสียงน้ำไหลรอบตัวราวกับเลือนหายไปเหลือเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรำในจังหวะเดียวกัน ญาดานิ่งงัน สมองที่เคยประมวลผลทฤษฎีจิตวิทยาได้อย่างรวดเร็วราวกับติดเทอร์โบ กลับ “ชัตดาวน์” ลงอย่างกะทันหัน เธอจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดคำเตือนบางอย่าง แต่หูของเธอกลับไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงก้องกังวานในหัวใจตัวเอง—*ทำไม... ทำไมฉันถึงไม่ยอมถอยห่าง? ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นแรงทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้เข้ามาใกล้ในระยะประชิดแบบนี้?* วิเคราะห์คนอื่นมาทั้งชีวิต อ่านใจคนรอบข้างทะลุปรุโปร่งมานักต่อนัก... แต่ทำไมวันนี้ เธอกลับอ่านใจตัวเองไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว? “ดร.ญาดา... ระวัง!” เสียงคำรามต่ำพร้อมกับแรงกระชากอันรุนแรงทำให้ร่างของญาดาปลิวไปปะทะกับแผงอกกว้างของกรวีร์อีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผนังคอนกรีตด้านหลังที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงเมตรก็เกิดการทรุดตัวลงมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันตลบอบอวลพร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาผ่านม่านฝุ่นด้วยท่าทางตื่นตระหนก “ไอ้กร! คุณดา! แย่แล้วโว้ย! ทางสำนักงานใหญ่โทรมาแจ้งด่วน... ว่ามีคำสั่งให้ ‘ระงับการก่อสร้าง’ และปลดพวกเราออกจากโปรเจกต์นี้ทันที!” เสียงของภาคินที่ตะโกนแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจเต้นระทึกเมื่อครู่ให้แตกกระเจิง กรวีร์ขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบหันไปมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาวาวโรจน์ ขณะที่วงแขนแกร่งยังคงโอบกระชับเอวบางของญาดาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ท่ามกลางความตกตะลึงที่โถมเข้ามาซัดกระหน่ำยิ่งกว่ามวลน้ำเมื่อครู่ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในจิตใจที่ซับซ้อนของตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%