เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นครื้นสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง แต่อุณหภูมิภายในห้องโดยสารของรถยนต์เอสยูวีคันหรูคันนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็กในไซต์งานก่อสร้าง
หยาดฝนเม็ดโตเริ่มซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างรถเป็นจังหวะรัวเร็วดั่งกลองศึก ความมืดครึ้มของพายุฤดูร้อนกลืนกินแสงสุดท้ายของวันจนหมดสิ้น เหลือเพียงแสงไฟนีออนสีส้มจากป้ายข้างทางที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องโดยสาร ส่องให้เห็นใบหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน
กรวีร์กำพวงมาลัยรถแน่นเสียจนข้อนิ้วมือขาวซีด ปลายนิ้วเกร็งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขากำลังใช้กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เรียกว่า *Intellectualization* ในการประมวลผลสถานการณ์รอบตัวเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนรุนแรงที่เกิดขึ้นในอก หลังจากเหตุการณ์เฉียดฉิวในห้องประชุมเมื่อครู่ ภาคินเจ้ากรรมดันโผล่หัวเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายระหว่างเขากับนักจิตวิทยาสาวปากร้ายได้อย่างน่าโมโหที่สุด
ข้างกายเขา ดร. ญาดากำลังนั่งไขว่ห้างนิ่งเงียบ ดวงตากลมโตคู่สวยมองเหม่อออกไปนอกกระจกที่มีสายฝนไหลวนเป็นทางยาว บรรยากาศอึดอัดนี้หนาแน่นเสียจนแทบจะเอามีดมาตัดได้
"ถ้าคุณจะนั่งเงียบแล้วทำหน้าเหมือนฉันติดหนี้คุณร้อยล้านขนาดนั้น ลงไปเรียกแท็กซี่ลุยฝนข้างนอกนั่นน่าจะสะดวกกว่านะคะ ดร.ญาดา"
เสียงทุบทำลายความเงียบเอ่ยขึ้นอย่างกระแทกกระทั้น รอยหยักที่มุมปากของกรวีร์เต็มไปด้วยความเยาะหยันที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อยั่วโมโห
ญาดาหันขวับมามองคนขับทันที ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ เธอแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเหลืออด พลางหันมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
"อุ๊ย ตายจริง! คุณกรวีร์นี่ฉลาดเป็นกรดเรื่องโครงสร้างตึก แต่เรื่องมารยาททางสังคมนี่สงสัยวิศวกรคงไม่ได้ออกแบบแปลนไว้ให้สินะคะ ถึงได้บิดเบี้ยวไม่เข้ารูปเข้ารอยแบบนี้" ญาดาลอยหน้าลอยตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เชือดเฉือนทุกอณู "อีกอย่าง รถก็รถของคุณ น้ำมันก็ค่าน้ำมันของคุณ ถ้าไม่อยากให้ฉันนั่งร่วมทางด้วย ทำไมไม่ไล่ฉันลงตั้งแต่ตอนที่ไอ้เพื่อนตัวดีของคุณเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะล่ะคะ หรือว่า... กลัวว่าถ้าไม่มีฉันอยู่ใกล้ๆ แล้วคุณจะขาดอากาศหายใจตาย?"
คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้กรวีร์สะอึกไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มหันขวับมาจ้องมองผู้หญิงข้างกายด้วยประกายไฟที่ลุกโชน
รถติดสนิทอยู่กลางสะพานข้ามแยก ท่ามกลางกระแสน้ำฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหย่อน ปริมาณรถยนต์ที่แน่นขนัดทำให้การจราจรเป็นอัมพาตโดยสมบูรณ์ บรรยากาศในรถแคบลงถนัดตา แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางความอึดอัดนี้ ร่างกายที่นั่งชิดกันโดยปริยายทำให้สัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่รอบตัว
กรวีร์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อดึงสติ เขากวาดสายตามองใบหน้าเนียนใสที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองฝนเมื่อครู่ ปลายจมูกรั้นและริมฝีปากอิบอิ่มที่มักจะเอאยคำพูดเผ็ดร้อนใส่เขาเสมอในยามปกติ ตอนนี้มันกลับดึงดูดสายตาของเขาให้วนเวียนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างน่าหงุดหงิด
"คุณนี่มัน... ปากเก่งได้ตลอดเวลาจริงๆ สินะคะ" กรวีร์พึมพำเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น
"ปากจะเก่งหรือจะร้ายยังไง ก็ยังดีกว่าคนที่เอาแต่เก็บความรู้สึกไว้ข้างในแล้วทำเป็นปากแข็งใส่คนอื่นล่ะค่ะ" ญาดาสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมหลบตา ดวงตากลมโตคู่นั้นท้าทาย ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวผู้ชายคนนี้ให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อย
"คุณรู้อะไรไหม ญาดา..." กรวีร์ขยับตัวเข้าหาช้าๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด แรงกดดันรอบตัวบีบให้พื้นที่ในรถแคบลงไปอีกขั้น "ในทางจิตวิทยาแล้ว คนที่ชอบวิเคราะห์คนอื่นไปทั่วแบบคุณ มักจะมีปัญหาสุดท้ายกับหัวใจตัวเองเสมอ... คุณอ่านใจคนอื่นได้ทะลุปรุโปร่ง แต่ไม่เคยรู้เลยใช่ไหมว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำหน้ายังไงอยู่เวลาที่อยู่ใกล้ฉัน"
หัวใจของญาดากระตุกวูบ น้ำเสียงและแววตาที่เปลี่ยนไปของสถาปนิกหนุ่มทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความเป็นชายที่โถมเข้ามาใกล้ทำให้โครงสร้างการป้องกันตัวของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก
"ฉัน... ฉันไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ กรณีย์... กรวีร์!" เธอเผลอละล่ำละลักด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนอย่างจัง
กรวีร์ยกมือข้างหนึ่งขึ้น ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนกแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงในช่องท้องของหญิงสาว ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำแพงความเย่อหยิ่งนั้น
"ปากบอกว่าเกลียดฉันนักหนา..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมฝีปากของเธอ "แต่ทำไมหัวใจคุณถึงเต้นแรงจนฉันได้ยินมันชัดเจนขนาดนี้ล่ะคะ ดร.ญาดา"
ญาดานิ่งงัง สมองตื้อตันไปหมด เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ แต่ในวินาทีที่ริมฝีปากของเธอกำลังขยับ...
*ปัง!*
เสียงทุบกระจกประตูด้านคนขับดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับใบหน้าซีดเผือดของภาคินที่แนบติดกระจกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำสาด กรวีร์ผละตัวออกด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ขณะที่ญาดารีบหันขวับไปมองนอกหน้าต่างด้วยหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ
ภาคินทำมือเป็นสัญญาณโกลาหล พร้อมกับตะโกนแข่งกับเสียงฝนผ่านกระจกเข้ามาว่า...
"ไอ้กร! ลงมาช่วยกูดูข้างหลังด่วน รถสิบล้อเบรกแตกพุ่งชนท้ายคันอื่นระนาว กำลังจะไถลมาชนรถมึงแล้วโว้ย!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแซ่บและฟินนี้ด้วยกันนะคะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 5
ฝนตก รถติด และปากปีจอ
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!