แผนผังโครงสร้างอาคารพาณิชย์สูงเจ็ดชั้นที่ถูกกางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้สถาปนิกหนุ่มผู้นั่งอยู่หลังมันดูมีสมาธิขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
กรวีร์ขยับสันจมูกคมสันด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวยาวที่มักจะคีบดินสอเขียนแบบอย่างไร้ที่ติในยามปกติ ตอนนี้กลับเคาะลงกับขอบโต๊ะเป็นจังหวะรัวเร็วราวกับกำลังพยายามควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นผิดเพี้ยนของตัวเองให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง เมื่อเงาคุ้นเคยของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกใสของห้องทำงาน
ประตูกระจกไม่ได้ถูกเคาะตามมารยาททางสังคมที่คนทั่วไปพึงปฏิบัติ
ญาดาก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารประเมินความเสี่ยงในมือ รอยยิ้มที่มุมปากของเธอมันไม่ใช่รอยยิ้มของการมาทำงาน แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่รู้ว่าเหยื่อกำลังจนมุมในเขาวงกตที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเอง
"แปลกนะคะคุณกรวีร์..." น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับเชิญ "ทั้งที่หลักการออกแบบโครงสร้างที่ดีต้องมี 'ค่าเผื่อความปลอดภัย' หรือ Safety Factor สูงเพื่อให้รองรับแรงกระแทกที่ไม่คาดคิดได้ แต่ทำไมพอเป็นเรื่องความรู้สึก... สถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณถึงเลือกใช้วิธี 'หนีหน้า' แทนที่จะเผชิญหน้าล่ะคะ หรือกลัวว่าโครงสร้างหัวใจที่สร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กไว้หนาเตอะ มันจะรับแรงสั่นสะเทือนจากฉันไม่ไหวกันแน่"
กรวีร์เงยหน้าขึ้นจากกระดาษแปลน แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เขากลอกตาขึ้นฟ้าเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความเย้ยหยันเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก
"คุณญาดานี่ว่างมากเหรอครับ ถึงได้เอาเวลาที่มีค่าของนักจิตวิทยาองค์กรมาวิเคราะห์เรื่องไร้สาระแบบนี้ในเวลาทำงาน? ถ้าไม่มีอะไรทำมากนัก ไปตรวจดูความหนาของคานคอนกรีตชั้นสามโน่น หรือไม่ก็... กลับไปนั่งห้องของคุณแล้วเลิกเอาทฤษฎีจิตวิทยาตื้นๆ มาใช้จับผิดผมสักที"
"ทฤษฎีตื้นๆ งั้นเหรอคะ?" ญาดาเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นอย่างท้าทาย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย มือเรียวบางกดลงบนขอบโต๊ะทำงานเพื่อลดระยะห่างระหว่างเรา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "ในทางจิตวิทยา เราเรียกพฤติกรรมที่คุณกำลังทำอยู่ว่า *Intellectualization* ค่ะ... การใช้เหตุผล หลักการทางวิชาการ หรือข้ออ้างเรื่องงาน มาเป็นเกราะกำบังเพื่อหลีกหนีการเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริงข้างใน คุณพยายามบอกตัวเองว่าที่เราใกล้ชิดกันมันเป็นแค่ 'อุบัติเหตุทางอารมณ์' หรือ 'ความผิดพลาดชั่วคราว' เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องยอมรับความจริงที่ว่า..."
เธอเว้นจังหวะไปนิด ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ขยายความตึงเครียด ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"...ว่าคุณกำลังสูญเสียการควบคุมตัวเองเพราะฉัน"
กรวีร์ชะงัก กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน กลไกการป้องกันตัวที่เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิตกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อเจอสายตารู้ทันคู่นั้น
ผู้หญิงคนนี้อ่านเขาออก... อ่านทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าแบบแปลนโครงสร้างที่เขาวาดเสียอีก เธอกล้าดียังไงถึงมายืนจี้จุดอ่อนที่เขาพยายามปกปิดไว้ด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและคำพูดกวนประสาทพวกนั้น
ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างไร้ความลังเล แรงกดดันมหาศาลจากสถาปนิกหนุ่มแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนบรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา แต่แทนที่ญาดาจะถอยหลังหนี เธอกลับยืนหยัดอยู่ตรงนั้น เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ลดละ แม้ว่าความสูงของเขาจะทำให้เธอต้องแหงนมองเล็กน้อยก็ตาม
"คุณคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะ ดร.ญาดา..." กรวีร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว น้ำเสียงของเขาต่ำทุบและแหบพร่าลงอย่างอันตราย จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลังโดยไม่มีทางถอย "คิดว่าอ่านใจคนอื่นออกแล้วจะควบคุมเกมนี้ได้ทั้งหมดอย่างนั้นเหรอ?"
"ฉันไม่ได้อยากควบคุมเกมค่ะ..." ญาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้เกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยทางจิตวิทยาไปมาก ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอจนสติแทบกระเจิง แต่เธอก็ยังฝืนเชิดหน้าขึ้นสู้ "แต่ฉันแค่อย่างเห็นว่า... คนที่ปากแข็งบอกว่าไม่แคร์อะไรเลยอย่างคุณ จะทนฟอร์มจัดไปได้อีกสักกี่น้ำ"
"งั้นก็ลองดูไหมล่ะครับ ว่าระหว่างความปากแข็งของผม กับความปากดีของคุณ... อันไหนมันจะพังก่อนกัน"
กรวีร์ยื่นมือไปวางทาบลงบนชั้นวางหนังสือ กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ สายตาดุดันคู่นั้นมองสำรวจริมฝีปากที่ยังคงต่อล้อต่อเถียงไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่อยากจะปิดปากเธอให้สนิทด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่คำพูด หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนกลัวว่าเธอจะได้ยินมัน แต่เขาก็ยังเลือกที่จะยืนหยัดอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้พวยพุ่งขึ้นมาเหนือเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล
ญาดานิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจของเธอติดขัด ความกล้าหาญทั้งหมดที่พกมาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชาของเขา ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าคราวนี้... เธอยืนล้ำเส้นเข้ามาในเขตอันตรายที่ลึกเกินกว่าจะถอนตัวเสียแล้ว
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเดือดระอุจนแทบจะหลอมละลายทุกสรรพสิ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"ไอ้กร! แบบแปลนโครงสร้างฐานรากโซน B มีปัญหาใหญ่ว่ะ... เอ้ย! ขอโทษที กูมาขัดจังหวะอะไรมึงสองคนหรือเปล่าเนี่ย?"
เสียงทุบโต๊ะของภาคินพร้อมกับใบหน้ากวนๆ ที่โผล่เข้ามาทำลายมนต์สะกดทั้งหมดในห้องลงอย่างไม่ใยดี กรวีร์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียในลำคอ ก่อนจะผละตัวออกจากร่างบางช้าๆ ด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง ขณะที่ญาดารีบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติแล้วก้าวเดินสวนออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามองเขาสักนิด... ทิ้งให้กรวีร์ต้องยืนกำมือแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีชี้นำเกมรักครั้งนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ หวังว่าจะชอบตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 4
กลไกการปฏิเสธที่ใช้ไม่ได้ผล
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!