สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 3

พื้นที่ส่วนตัวกับแนวป้องกัน

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
เสียงกระแทกของแฟ้มแบบแปลนโครงสร้างเหล็กกระทบลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราวในไซต์งาน ดังสนั่นจนฝุ่นผงซีเมนต์ที่เกาะอยู่ตามขอบโต๊ะพลอยสะเทือนร่วงกราว “ผมไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมตอบคำถามจิตวิทยาอะไรนี่กับคุณหรอกนะ ดร.ญาดา” กรวีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกั้นขวางทุกการเข้าถึง เขายืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิตพับแขนลวกๆ แผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ฉันราวกับกำลังประเมินความเสียหายของอาคารที่เสี่ยงต่อการพังถล่ม ฉัน—ดร.ญาดา—ไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีแข็งกร้าวเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มมุมปากของฉันกลับระบายขึ้นช้าๆ อย่างนึกสนุก ฉันค่อยๆ ยกกาแฟดำขึ้นจิบ ปล่อยให้ความเงียบงันทอดตัวลงคั่นกลางระหว่างเราสองคนเป็นเวลาสามวินาทีเต็ม... สามวินาทีที่จิตวิทยาบอกไว้ว่า มากพอที่จะทำลายเกราะป้องกันของคนที่กำลังตื่นตระหนก “คุณกำลังใช้กลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า *Intellectualization* ค่ะ คุณกรวีร์” ฉันวางแก้วกาแฟลงกระทบโต๊ะเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานในตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานที่แคบลงถนัดตาเมื่อเรายืนประจันหน้ากัน “คุณเอาเรื่องแบบแปลน ตัวเลข และเหตุผลทางวิศวกรรมมาเป็นเกราะกำบัง เพื่อหลีกหนีการเผชิญหน้ากับความรู้สึกจริงๆ ของตัวเอง... กลัวเหรอคะ ที่วันหนึ่งจะพบว่าโครงสร้างหัวใจที่คุณอุตส่าห์สร้างคอนกรีตเสริมเหล็กปิดตายไว้ มันกำลังมีรอยร้าว?” คำพูดของฉันพุ่งเป้าไปที่จุดดำมืดในใจเขาอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งความปรานี กรวีร์ชะงักไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อบริเวณกรามของสถาปนิกหนุ่มขยับเกร็งจนเห็นเป็นสันนูนชัดเจน ดวงตาที่เคยนิ่งสงบกลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น—ก่อนที่เขาจะรีบดึงหน้ากากความเยือกเย็นกลับมาสวมทับไว้อย่างรวดเร็ว “อย่ามาทำเป็นจิตแพทย์วิเคราะห์ผมในพื้นที่ทำงานของผมนะ” เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะเข้ามาอีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างเราลดลงเหลือเพียงแค่คืบ “คุณคิดว่าคุณเก่งนักรึไง อ่านใจคนอื่นไปทั่ว แต่วันๆ เอาแต่ยุ่งเรื่องชาวบ้าน... ตัวเองมีปมอะไรถึงต้องมาเที่ยวขุดคุ้ยชีวิตคนอื่นเขาล่ะครับ ดร.ญาดา” การสวนกลับแบบหมัดฮุกนั้นคมกริบไม่แพ้กัน เขากำลังพยายามดึงเกมกลับด้วยการรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของฉันบ้าง ดวงตาคมคายคู่นั้นจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของฉันอย่างไร้ความเกรงกลัว ความใกล้ชิดระดับนี้ทำให้ฉันได้กลิ่นจางๆ ของกลิ่นอายแดด เหงื่อ และกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวที่สะอาดและทรงพลังของเขา มันคือความกดดันทางกายภาพที่ทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่าทฤษฎีจิตวิทยาเล่มไหนๆ ฉันเลือกที่จะไม่ถอยหลังหนี แม้ว่าหัวใจดวงน้อยในอกจะเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบจะหลุดออกมานอกอกก็ตามที “ถ้าการที่ฉันพยายามเยียวยาคนอื่น คือการหนีปัญหา... แล้วการที่คุณทำตัวเป็นสถาปนิกปากแข็ง ไม่ยอมรับแม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเองล่ะคะ มันเรียกว่าอะไร? ความกล้าหาญงั้นเหรอ?” ฉันเอียงคอเล็กน้อย ส่งยิ้มท้าทายกลับไป “คนเราจะออกแบบตึกให้มั่นคงได้ยังไง ในเมื่อรากฐานในใจตัวเองมันสั่นคลอนจนแทบจะถล่มลงมาอยู่แล้ว” บรรยากาศในห้องประชุมชั่วคราวเดือดพล่านขึ้นมาทันตาเห็น อุณหภูมิรอบตัวราวกับสูงขึ้นอีกหลายองศาเมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไร้การหลบเลี่ยง มันไม่ใช่แค่การปะทะฝีปากของคนสองคนที่มีอีโก้สูงลิ่ว แต่มันคือสงครามจิตวิทยาที่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด—แรงดึงดูดที่อันตรายและชวนให้หลงใหลจนน่ากลัว กรวีร์โน้มตัวลงมาหาฉันเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอบัดนี้อยู่ห่างจากฉันเพียงแค่ลมหายใจกั้น สายตาของเขาไม่ได้มองที่ริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ ของฉันอีกต่อไปแล้ว แต่มันเลื่อนต่ำลงมามองจ้องนิ่งอยู่ที่นัยน์ตา ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนใดออกมาอีกเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน ทำลายเกราะความเงียบและดึงสติของเราทั้งคู่ให้ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน “เฮ้ย! ไอย์กร! งานระบบระบายน้ำโซน C มีปัญหาใหญ่ว่ะ... เอ้ย โทษที ขัดจังหวะอะไรพวกแกป่ะเนี่ย?” ภาคินยืนค้างอยู่ตรงธรณีประตู วิศวกรหนุ่มกวาดสายตามองหน้าฉันที่กำลังยืนกอดอกพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ กับกรวีร์ที่เสมองไปทางอื่นพร้อมกับกระแอมไอออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความระ2อุเมื่อครู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเพื่อนสนิทตัวดีทันทีที่สมองประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าได้ “เปล่า... ไม่มีอะไร” กรวีร์เสียงแข็ง รีบคว้าหมวกนิรภัยขึ้นมาสวมแล้วเดินผ่านหน้าฉันไปอย่างไร้เยื่อใย ทว่าใบหูข้างที่ขึ้นสีแดงจัดจนปิดไม่มิดนั้น กลับบอกเล่าเรื่องราวตรงกันข้ามกับท่าทีเย็นชาโดยสิ้นเชิง ฉันยืนมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไป พลางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ โดยไม่รู้ตัว... หัวใจที่เต้นโครมครามในอกมันไม่ใช่เพราะความโกรธเลยสักนิด แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังชัดเจนว่า เกมนี้... ฉันกำลังจะเพลี่ยงพล้ำให้สถาปนิกปากแข็งคนนี้เข้าให้แล้วจริงๆ โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%