"ถ้ามึงยังไม่ไสหัวออกไปจากห้องนี้ภายในสามวินาที ภาคิน... กูจะเอาแปลนโครงสร้างตึกนี้ยัดใส่ปากมึงแทนข้าวเย็น"
น้ำเสียงของกรวีร์ไม่ได้ดัง แต่เฉียบคมและเต็มไปด้วยไอสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องพักชั่วคราวกลางไซต์งานดิ่งฮวบ
ภาคินหัวเราะร่วนในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบที่ตอนนี้เนคไทหลุดลุ่ย กระดุมคอเสื้อเม็ดบนปลดออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งที่ขึ้นสีแดงเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ และที่สำคัญที่สุด... ร่างเพรียวบางของ ดร.ญาดา ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว
"โอโห สายตาคู่นั้นพยายามจะฆ่ากูชัดๆ" ภาคินยกมือสองข้างขึ้นระดับอกเป็นเชิงยอมจำนน แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับยิ่งกว้างขึ้นไปอีก "โอเคๆ ไม่กวนละ บรรยากาศกำลัง... Structural Sound ดีนี่หว่า เชิญพวกมึงคำนวณ 'แรงเค้น' กันตามสบายนะคร้าบ กูไปละ"
ปัง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับรอยยิ้มเยาะกวนประสาทที่หายลับไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่กลับมาปกคลุมทั่วห้องอีกครั้ง
ญาดายืนนิ่ง ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง เธอยกมือขึ้นกอดอกแน่นขึ้น กลไกป้องกันตัวทางจิตวิทยาหรือ Ego Defense Mechanisms กำลังทำงานเต็มสูบเพื่อปิดกั้นความรู้สึกประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาในอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีคนมารัวกลองชุดอยู่ข้างใน เหตุการณ์เมื่อครู่เกือบจะทำให้เธอหลุดฟอร์มต่อหน้าผู้ชายปากแข็งคนนี้เสียแล้ว
"มองอะไร" ญาดาเปิดฉากทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงห้วนจัด กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง "ถ้าจะมองด้วยสายตาแบบนั้น เก็บกลับไปใช้กับโปรเจกต์ของนายเถอะ กรวีร์"
กรวีร์ไม่ได้ตอบทันที เขายกแก้วทรงเตี้ยที่มีวิสกี้สีอำพันเหลืออยู่ก้นแก้วขึ้นกระดกจนหมดรวดเดียว ดวงตาคมกริบที่มักจะมองโลกผ่านตัวเลข ฟังก์ชันการคำนวณ และเหตุผลอันเที่ยงตรง ตอนนี้กลับฉายแวววับประหลาด ยามที่จ้องมองผู้หญิงตรงหน้า
ในทางจิตวิทยา มนุษย์เรามักจะใช้กลไกแบบ *Intellectualization* หรือการหลบ ภัยเข้าไปอยู่ในโลกของเหตุผล เมื่อเผชิญกับความรู้สึกที่รุนแรงเกินกว่าจะรับมือไหว และกรวีร์ก็ใช้มันมาตลอดชีวิต... จนกระทั่งคืนนี้ ที่ฤทธิ์แอลกอฮอล์และแรงกดดันมหาศาลจากโครงสร้างตึกที่กำลังสั่นคลอน ได้กัดเซาะกำแพงเหตุผลของเขาจนพังทลายลงมาทีละน้อย
"เธอนี่นะ..." กรวีร์วางแก้วลงบนโต๊ะกระแทกเสียงเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหาเธอกลางห้อง
"ถอยไปนะกรวีร์ นายเมามากแล้ว" ญาดาก้าวถอยหลังจนสะโพชนิดชนกับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางหนีรอด กรวีร์สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งคืบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาปิดกั้นพื้นที่อากาศรอบตัวจนเธอแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
"ฉันไม่ได้เมา ดา" เสียงของเข้มงวดแต่นุ่มทุ้มอย่างประหลาด มันไม่ใช่โทนเสียงเย้ยหยันหรือหาเรื่องแบบที่เคยเป็น แต่มันคือเสียงที่ดึงเอาสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอย "ฉันมีสติครบถ้วนดี... ดีพอที่จะรู้ว่าตอนนี้ หัวใจของฉันมันกำลังรับภาระ 'Load' มากเกินกว่าที่โครงสร้างชีวิตฉันจะแบกรับไหวแล้ว"
ญาดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดเปรียบเปรยเชิงสถาปัตยกรรมที่มักจะถูกใช้กลบเกลื่อนความรู้สึก แต่วันนี้... น้ำเสียงที่ใช้กลับจริงจังจนน่ากลัว
"นายพูดเรื่องอะไร..." เธอพยายามดึงเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ามือที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องจะชื้นเหงื่อไปหมดแล้ว
"พูดเรื่องของเธอนั่นแหละ" กรวีร์หยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงคืบเดียว สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลึกลงมาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามจะขุดคุ้ยความรู้สึกที่เธอพยายามซ่อนไว้ใต้มาดนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ "ทำไม... ทำไมเธอต้องเข้ามาวุ่นวายในหัวฉันขนาดนี้วะ ดา? ทำไมทุกครั้งที่ฉันพยายามจะมองตึกพวกนี้ให้เป็นแค่คอนกรีตกับเหล็ก... ฉันถึงเห็นแต่หน้าเธอวนเวียนอยู่ทุกคานรับน้ำหนัก?"
เพล้ง!
เหมือนมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ในอกของญาดา คำสารภาพที่เจือความหงุดหงิดระคนตัดพ้อเล็กน้อยนั้น พุ่งตรงเข้าชนกลางใจเธออย่างจัง ปากที่เคยต่อฝีปากเก่งกาจกลับหนักอึ้งขึ้นมาเฉียบพลัน สมองของนักจิตวิทยาที่วิเคราะห์คนอื่นมานักต่อนัก กลับประมวลผลคำพูดของเขาไม่ทัน
นี่เขา... กำลังสารภาพอะไรออกมา?
"กร..." ญาดาอ้าปากจะเอ่ยท้วง แต่เสียงกลับติดอยู่ที่ลำคอ
กรวีร์ก้มหน้าลงมาอีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว nเียนของเธอ นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มยกขึ้นอย่างลังเล ชั่วเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาของเขาฉายแววความหวาดกลัวบางอย่าง—ความกลัวที่จะถูกปฏิเสธ ความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุม—ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายอย่างกรวีร์ไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็น
"ฉัน... ฉันแค่อยلกร..." กรวีร์พึมพำเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากหยักขยับใกล้เข้ามาจนเกือบจะแตะกับริมฝีปากของเธอ "ฉันแค่รู้สึกว่า ถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ ไซต์งานนี้... หรือแม้แต่ในชีวิตฉัน... โครงสร้างความรู้สึกของฉันมันคง..."
พรึบ!
ราวกับตั้งโปรแกรมไว้ทันทีที่สติสำนึกถูกดึงกลับมา กรวีร์เบิกตากว้างขึ้นราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ความอ่อนโยนและร้าวรานเมื่อครู่ถูกกวาดล้างหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยปฏิกิริยาป้องกันตัวแบบฉบับคนปากแข็ง
"เฮอะ!" กรวีร์ผงะถอยหลังออกไปทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาบึ้งตึงและเย็นชาอย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงมาดเดิมกลับมา "ฉัน... ฉันหมายถึงว่า... ถ้าไม่มีเธอคอยตรวจสภาพจิตใจคนงาน โปรเจกต์นี้มันคงพังไม่เป็นท่าต่างหากเล่า! เธอคิดไปถึงไหนเนี่ย ดา?"
ญาดายืนอ้าปากค้าง มองการเปลี่ยนเกียร์กะทันหันระดับโปรของพ่อสถาปนิกซึนเดระ ความซาบซึ้งเมื่อกี้ปลิวหายไปกับสายลม กลายเป็นความหมั่นไส้ระดับสิบที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่
"อ๋อเหรอคะ?" ญาดายิ้มหวานหยด น้ำเสียงประชดประชันกลับมาเต็มร้อย เธอขยับตัวเข้าประชิดเขาบ้าง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อต้อนให้จนมุม "เมื่อกี้ฉันหูฝาดไปสินะคะว่าสถาปนิกผู้เกรียงไกรคนนี้ กำลังบอกว่าชีวิตขาดฉันไม่ได้?"
"ใครพูด! ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น!" กรวีร์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหูแดงก่ำลามไปถึงต้นคออย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สายตาหลบเลี่ยงไม่กล้าสบตาเธอนั้น ฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังร้อนรน "เธออย่ามามโนเอาเองนะ ดา! นักจิตวิทยานี่ชอบคิดไปเองตลอด..."
"นายต่างหากที่กลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองด้วยหลักการบ้าบอ!" ญาดายกนิ้วชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด "คนปากแข็งอย่างนายเนี่ย ต่อให้ตึกถล่มลงมาทับ นายก็คงยังบอกว่าตัวเองแค่นั่งพักผ่อนสบายๆ สินะคะ!"
กรวีร์ขมวดคิ้วมุ่น กำมือแน่นด้วยความหงุดหงิดที่เธอดันอ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งเสียทุกเรื่อง ความหมั่นไส้และความรู้สึกอัดอั้นพุ่งสูงถึงขีดสุด จนเขาทนไม่ไหวที่จะเถียงด้วยคำพูดอีกต่อไป
สถาปนิกหนุ่มตัดสินใจใช้มาตรการเด็ดขาด เขาพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที รวบเอวบางไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วดึงเข้าหาตัวจนแผ่นอกแนบชิดติดกัน ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นประคองท้ายทอยบังคับไม่ให้เธอถอยหนี
"กรวีร์! นายจะ..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักทาบทับลงมาปิดริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น ไม่ใช่แค่การสัมผัสผิวเผิน แต่มันคือความร้อนรุ่มที่อัดอั้นมานานนับเดือน ความตระหนกทำให้ญาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านที่เตรียมไว้หายวับไปกับตา
ทว่า ในขณะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก และรสจูบที่ทั้งดื้อรั้นและเรียกร้องกำลังจะลึกซึ้งขึ้น...
แอ๊ด... เสียงประตูห้องพักชั่วคราวถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างของภาคินที่โผล่เข้ามาหน้าตาตื่น
"เฮ้ย กร! ลืมถามว่—อุ๊บ!"
ภาคินชะงักกึก กลืนคำพูดลงคอแทบไม่ทัน เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชา กำลังกอดจูบนางเอกสาวนักจิตวิทยาปากกล้ากลางห้องทำงานอย่างดูดดื่ม โดยที่ทั้งคู่หันมามองเขาด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ!
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 18
ค่ำคืนแห่งการเปิดเปลือยความรู้สึก
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!