"คุณกำลังใช้กลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า *Intellectualization* กลบเกลื่อนความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมค่ะคุณกรวีร์ การที่คุณสร้างกำแพงความมีเหตุผลขึ้นมาห่อหุ้มความรู้สึก มันไม่ได้แปลว่าคุณเข้มแข็ง แต่มันแปลว่าคุณกำลังเปราะบางจนไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับความจริงต่างหาก"
ดร.ญาดาพ่นประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมและราบเรียบราวกับศัลยแพทย์กำลังกรีดลงบนเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว ดวงตาคู่คมของนักจิตวิทยาหญิงจ้องมองตรงไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่บึงตึงของสถาปนิกหนุ่ม บรรยากาศรอบตัวในห้องทำงานชั่วคราวกลางไซต์งานก่อสร้างอบอวลไปด้วยแรงกดดันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เศษฝุ่นละอองจากการก่อสร้างที่ลอยวนอยู่ในอากาศดูราวกับจะหยุดนิ่งเมื่อเผชิญหน้ากับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ
ดวงตาของกรวีร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคหลัง ส่วนญาดาหันขวับมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันทีด้วยความตกใจระคนสงสัย กับปฏิกิริยาที่เกินความคาดหมายของเขา
ร่างสูงใหญ่ของกรวีร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนพื้นที่ส่วนตัวของญาดาร่นถอยลงไปในพริบตา กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นปูนซีเมนต์และกลิ่นบุรุษจางๆ โชยเข้าแตะนาสิกจนหัวใจของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญการอ่านใจคนถึงกับกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะ
"คุณคิดว่าตัวเองเก่งมากสินะ ดร.ญาดา..." กรวีร์เอ่ยเสียงต่ำ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "วิเคราะห์ผมได้ทะลุปรุโปร่งดีนี่... แล้วไหนล่ะ ผลการวิเคราะห์ในหัวสมองเพอร์เฟกต์ของคุณ ถึงได้บอกคำตอบไม่ได้ว่า... ทำไมเวลาที่คุณอยู่ใกล้ผม หัวใจคุณถึงเต้นดังจนผมได้ยินมันตั้งแต่ระยะสามเมตรแบบนี้?"
ญาดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกкаก เธออ้าปากจะเถียงแต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อถูกสายตาดุดันคู่นั้นตรึงไว้
"เงียบทำไมล่ะครับ?" กรวีร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนผิวแก้ม "ไหนว่าจะสอนเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์ไม่ใช่เหรอ? บทเรียนบทแรกของผม... คือการหัดเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าคุณเองก็กำลัง *สติแตก* ไม่แพ้ผมเหมือนกัน"
"ฉันไม่ได้สติแตก!" ญาดากระแทกเสียงกลับทันควัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความถือดีเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านในอก "อย่าเอาตรรกะวิบัติแบบเด็กๆ ของคุณมาบิดเบือนทฤษฎีทางจิตวิทยาเลยนะคะคุณกรวีร์! สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้มันคือการเบี่ยงเบนประเด็น หรือที่เรียกว่า *Displacement* ต่างหาก เลิกใช้ความก้าวร้าวมากลบเกลื่อนความกลัวในใจคุณสักที!"
"ความกลัวเหรอ?" กรวีร์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่าหมั่นไส้จนเธออยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาสักที สถาปนิกหนุ่มก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ผมไม่ได้กลัวความล้มเหลวในงานก่อสร้าง... แต่ผมกำลังกลัวว่า ถ้าผมยังปล่อยให้คุณเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวของผมมากกว่านี้ คนที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้... จะไม่ใช่ผม แต่จะเป็นคุณเองต่างหากที่โผเข้ามาหาผมก่อน"
คำพูดจี้ใจดำประโยคIนั้นกรีดผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นของญาดาจนเธอไปไม่เป็น ร่างบางแข็งทื่อ สมองประมวลผลช้าลงไปสามวินาทีเต็ม ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกเหมือนถูกจับแก้ผ้าต่อหน้าธารกำนัลด้วยทฤษฎีจิตวิทยาที่เธอมักจะใช้กับคนอื่น ย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองเข้าอย่างจังจนตั้งรับไม่ทัน
"คุณ... คุณมัน..." ญาดาอ้าปากพะงาบๆ หาคำมาด่าทอผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ ชั่ววินาทีนั้น เธอกลายเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาที่เพิ่งถูกต้อนจนมุมในเกมกระดานที่ตัวเองเป็นคนเริ่มเล่น
กรวีร์มองปฏิกิริยาอึกอักนั้นด้วยความสะใจลึกๆ ในแววตา ความซึนเดระและปากร้ายที่เคยใช้สร้างกำแพง ตอนนี้กลับกล
ายเป็นเครื่องมือในการรุกไล่เพื่อปกปิดความคลั่งรักที่อัดแน่นอยู่เต็มอก เขาเกลียดตัวเองที่พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มและแววตานิ่งสงบของเธอ แต่เขากลับเกลียดมากกว่าหากต้องปล่อยให้เธอเดินออกไปจากชีวิตโดยที่ยังถือไพ่เหนือกว่าเขาอยู่แบบนี้
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนเหมือนเส้นลวดที่ถูกดึงจนสุดแรง
ญาดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างใช้ความคิด สมองที่ชาญฉลาดเริ่มดึงสติกลับมาได้ทีละน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทรยศ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เยือกเย็นไม่แพ้กัน
"มั่นใจในตัวเองสูงจังนะคะ..." ญาดาเอ่ยเสียงหวานหยด แต่นัยน์ตากลับคมปลาบ "คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลที่ฉันจะต้องวิ่งเข้าหาเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะคุณสถาปนิก ฉันแค่มาทำหน้าที่ตามสัญญาจ้าง ไม่ได้มาสมัครเป็น... อุ๊บ!"
ประโยคทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อกรวีร์ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนริมฝีปากอิ่มของเธอเพื่อปิดกั้นคำพูดที่เหลือ การกระทำที่ไร้การเตือนล่วงหน้าทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม ความอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านเข้ามาถึงหัวใจจนเธอสะท้านเฮือก
"ถ้าพูดมากอีกคำเดียว..." กรวีร์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงของเขาไม่ได้คุกคามเหมือนก่อน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสั่นพร่าที่ซ่อนเร้นบางอย่างไว้อย่างแนบเนียน "ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า... ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายฝันถึงใครก่อนในยามค่ำคืน"
เพล้ง!
เสียงโลหะกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางประตูกระจกด้านนอก ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต
ญาดาหันขวับไปมองตามเสียงทันทีด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำ และที่ยืนค้างอยู่ตรงธรณีประตูคือภาคิน เพื่อนสนิทและวิศวกรโครงสร้างหนุ่ม ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหวออ้าปากค้าง ทำแฟ้มแบบแปลนหลุดมือร่วงลงพื้นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงันกับภาพที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่
"เฮ้ย... กู... กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมึงสองคนหรือเปล่าเนี่ย?" ภาคินกะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที "พอดีกูแค่มารายงานเรื่องฐานราก... แต่ดูท่าทางตอนนี้ฐานรากของพวกมึงสองคนน่าจะกำลัง... ทรุดตัวครั้งใหญ่นะเนี่ย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักหัวใจของสถาปนิกปากแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 17
บทเรียนจิตวิทยาฉบับเร่งรัด
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!