เสียงหัวoเราะทุ้มต่ำของนักลงทุนหนุ่มรูปหล่อดังเคล้าเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ภายในห้องรับรอง VIP ของไซต์งานก่อสร้างที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเลานจ์ชั่วคราว การมาเยือนของ ‘คุณกรณ์’ ทายาทเครืออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้ใครเท่ากับการที่เขายกโปรジェクトมูลค่าหลายพันล้านมาเสนอ พร้อมกับสายตาแพรวพราวที่จดจ้องอยู่บนร่างระหงของ ดร. ญาดา ตลอดสองชั่วโมงเต็ม
“ผมไม่เคยคิดเลยว่า การมาร่วมทุนกับบริษัทวิศวกรรมระดับประเทศ จะทำให้ผมได้เจอคนที่... น่าสนใจกว่าตัวโปรเจกต์เสียอีกครับ ดร.ญาดา”
นิ้วเรียวยาวของนักลงทุนหนุ่มหมุนแก้วคริสตัลใสบรรจุแชมเปญราคาแพง ดวงตาคมกริบส่งประกายความเจ้าชู้เปิดเผยชนิดที่ไม่เกรงใจใคร
ญาดาเพียงคลี่ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่เธอใช้ประเมินสภาวะจิตใจของเคสยากๆ ในห้องบำบัด—รอยยิ้มที่สุภาพ ไร้ช่องโหว่ แต่เย็นชาจนน่ากลัว
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะคุณกรณ์ แต่ดิฉันคิดว่าสติปัญญาและเม็ดเงินลงทุน น่าจะเหมาะกับการโฟกัสที่โครงสร้างตึกมากกว่าโครงสร้างความรู้สึกนะคะ”
“โอ้... ดาร์ลิ่งครับ นักจิตวิทยานี่อ่านใจคนเก่งทุกคนเลยหรือเปล่า?” คุณกรณ์หัวอกสั่นไหวด้วยความถูกใจ เขยิบกายเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงคืบเดียว “แต่ผมเชื่อเรื่องเคมีมากกว่าจิตวิทยา... และเคมีระหว่างเราตอนนี้ มันกำลังบอกว่าเราควรดินเนอร์กันต่อสองต่อหลังเลิกงาน”
*ปัง!*
เสียงวางแฟ้มเอกสารกระแทกกระจกโต๊ะประชุมอย่างแรงจนแก้วแชมเปญสั่นกระเพื่อม ไม่ใช่ฝีมือของใครอื่น... กรวีร์ที่ยืนกอดอกหน้าตึงอยู่มุมห้องตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว ก้าวฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
“ขอโทษทีครับ พอดีพื้นที่ตรงนี้เป็นเขตควบคุมความปลอดภัยทางวิศวกรรม บุคคลภายนอก... ห้ามเข้าใกล้โครงสร้างหลักเกินรัศมีหนึ่งเมตร”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ กรวีร์ปรายตามองนักลงทุนหนุ่มด้วยแววตาคมกริบราวกับจะเชือดเฉือน กรามหนาขบเข้าหากันจนสันนูนเด่นชัด กลไกการป้องกันตัวแบบ Intellectualization ที่เขามักใช้ซ่อนความรู้สึกถูกทำลายยับเยินด้วยสัญชาตญาณดิบแห่งความเป็นเจ้าของที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
คุณกรณ์เลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “อ้าว... นี่คุณสถาปนิกกรวีร์นี่เอง หวงเขตขนาดนี้เชียวหรือครับ? หรือว่าหวง... คนคุมเขตกันแน่?”
“ผมไม่ได้ว่างมาเล่นเกมทายใจใครครับคุณกรณ์” กรวีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดจนเกือบเป็นกระชาก “ถ้าคุณว่างมากจนเอาเวลามาจีบที่ปรึกษาโครงการ ผมแนะนำให้เอาสมองไปตรวจดูแบบแปลนโครงสร้างชั้นสิบสามที่กำลังมีปัญหาดีกว่านะครับ เพราะดูท่าทาง... สมองคุณน่าจะมีรอยร้าวพอๆ กับคานคอนกรีตแถวนั้น”
“อูuy... ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ นะเนี่ย” นักลงทุนหนุ่มยิ้มหยัน ไม่ได้รู้สึกสะดุ้งสะเทือนกับคำเหน็บแนม กลับยิ่งสนุกที่เห็นอาการหวงก้างแบบไม่เนียนของสถาปนิกหนุ่ม “แต่ก็นั่นแหละ คนปากแข็งมักจะเสียของดีให้คนอื่นไปเสมอนะครับ... ผมขอตัวไปดูหน้างานก่อนดีกว่า ปล่อยให้สถาปนิกแถวนี้เขาหงุดหงิดกับโครงสร้างในใจต่อไปเถอะ”
สิ้นคำพูดนั้น คุณกรณ์ก็โค้งตัวให้ญาดาเล็กน้อยด้วยท่าทางเจ้าเสน่ห์ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมเสียงหัวเราะรื่นหู ทิ้งให้บรรยากาศในห้องคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะจุดไฟติด
ญาดายืนกอดอก มองตามแผ่นหลังของนักลงทุนหนุ่มที่ลับตาไป มุมปากหยักลึกรอยยิ้มเย้าแหย่ เธอดันแว่นตาขอบบางขึ้นเล็กน้อย แล้วหันมาสบตากับคนตัวโตที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ข้างๆ
“แหม... อาการออกนอกหน้าขนาดนี้ ไม่กลัวเขาจับไต๋ได้หรือคะคุณสถาปนิก?”
กรวีร์หันขวับมามองเธอทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ผมไม่ได้อาการออกนอกหน้า... ผมแค่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินของบริษัทจากการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน!”
“ทรัพย์สิน?” ญาดาทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดจากลำคอระหง เธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มช้าๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนเฉพาะตัวของกรวีร์ลอยเข้าจมูก “ดิฉันกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? หรือว่าเป็น... ทรัพย์สินส่วนตัวของคุณกันแน่?”
“คุณนี่มัน... เหลืออดจริงๆ ดร.ญาดา!” กรวีร์ก้าวถอยหลังไม่ได้เมื่อร่างบางรุกประชิด
ปฏิกิริยาการถอยหนีแต่สายตากลับดุดันคือหลักฐานชั้นดีว่าเขากำลังจนมุม “ผู้ชายคนนั้นมันแววตาเจ้าชู้เห็นๆ คุณยังจะไปยืนยิ้มรับมุกตลกฝืดๆ ของมันอยู่นั่นแหละ ชอบหรือไงไอ้พวกโปรפิลหรู รวยล้นฟ้าแต่สมองกลวงน่ะ!”
“อ้าว พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะ” ญาดายิ้มกริ่ม ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน “คุณกรณ์เขาทั้งรูปหล่อ สุภาพ ทุ่มทุนสร้าง แถมยังคารมคมคาย... ถ้าดิฉันจะลองเปิดใจให้ผู้ชายโปรไฟล์ดีแบบนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่คะ?”
*กึก!*
เหมือนมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกรวีร์ คำพูดเย้าแหย่ของหญิงสาวทำเอาสถาปนิกหนุ่มหน้าชา มือหนาที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวสั่นระริกด้วยความโกรธปนความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านขึ้นมาจุกอก กลไกการใช้เหตุผลพังทลายลงในเสี้ยววินาที ความหึงหวงที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นความบ้าคลั่งที่เจ้าตัวก็ควบคุมไม่ได้
“อยากเปิดใจนักใช่ไหม!”
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะพุ่งเข้าประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง ญาดาอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะและความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้มานาน
“คุณกร... ปล่อยนะคะ! ทำบ้าอะไรเนี่ย!”
เธอพยายามขัดขืน แต่แรงกดที่เอวและอ้อมแขนที่โอบกอดไว้แน่นราวกรงเหล็กทำให้เธอขยับเขยื้อนไม่ได้เลย
“ใช่! ผมมันบ้า!” กรวีร์ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาแหบพร่า เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ระเบิดออกมา “ผมบ้าตั้งแต่ต้องทนเห็นไอ้หน้าตัวผู้ที่ไหนก็ไม่รู้มาขายขนจีบผู้หญิงของผมแล้ว!”
หัวใจของญาตากระตุกวูบ คำว่า *“ผู้หญิงของผม”* วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัว ความซุกซนและท่าทีกวนประสาทมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตะลึงระคนความหวานล้ำที่ตีตื้นขึ้นมาจุกคอหอย
“ใคร... เป็นผู้หญิงของคุณคะ ปากแข็งอย่างคุณเนี่ยนะจะมา...”
“ใช่! ปากผมมันแข็ง!” กรวีร์ตัดบท เสียงของเขาเข้มจัด ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยสายตาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ “ปากผมมันแข็ง... แต่ใจผมมันพังพินาศไปหมดแล้วตั้งแต่คุณทำตัวน่ารักใส่คนอื่นแบบนั้น!”
ใบหน้าของกรวีร์โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ช่องว่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ ญาดาใจเต้นรำไม่เป็นส่ำ สมองของนักจิตวิทยาที่เคยเฉียบคมประมวลผลอะไรไม่ออกอีกต่อไป ร่างกายชาหนึบไปหมดเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของเขากำลังจะทาบทับลงมา—
“อ้าว... ขอโทษทีครับคุณสถาปนิก ดร.ดา... ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว... พอดีท่านประธานโทรมาตามด่วนครับ”
เสียงทุ้มคุ้นเคยของภาคินดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้ง ก่อนที่วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทจะผลักประตูเข้ามาเต็มแรงแล้วชะงักกึก ทำท่าทำทางเอามือปิดตาตัวเองทันทีด้วยความขบขัน
กรวีร์สะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากร่างบางทันทีราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคอะเขิน ผิดวิสัยสถาปนิกผู้เยือกเย็นอย่างสิ้นเชิง ส่วนญาดาก็หน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่ รีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในแววตา
ภาคินลดมือลง มองเพื่อนรักสลับกับนักจิตวิทยาสาวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เอ่อ... คือว่านะกร หน้าตึงๆ ของแกเนี่ย ช่วยเก็บไว้ใช้ตอนตรวจแบบตึกเถอะวะ แต่อาการหึงจนหน้ามืดตามัวแบบเมื่อกี้... ฉันว่าท่านประธานบริษัทใหญ่ที่เป็นพ่อตาเก่าของนาย... คงไม่อยากเห็นลูกเขยอาละวาดใส่แขกเหรื่อในไซต์งานหรอกมั้ง?”
กรวีร์หันขวับไปถลึงตาใส่เพื่อนรักทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “แกหุบปากไปเลยนะภาคิน!”
ภาคินยักไหล่อย่างไม่ยี่ห้ก ยิ้มกริ่มก่อนจะผายมือออกไปนอกประตู “เชิญครับท่านสถาปนิก... ท่านประธานใหญ่กำลังยืนรอเคลียร์คิว ‘ลูกเขยตัวดี’ อยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นบน... และดูท่าทาง... ท่านน่าจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้วด้วย!”
ดวงตาของกรวีร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคหลัง ส่วนญาดาหันขวับมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันทีด้วยความตกใจระคนสงสัย
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความปากแข็งของพระเอกเราในตอนนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 16
เมื่อคนปากแข็งเริ่มหึง
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!