กลิ่นอายกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินของไซต์งานโครงสร้างหลัก ไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดในอากาศเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
กรวีร์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อครู่ แต่ในตอนนี้ เขากลับยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องด้วยท่าทีที่พยายามควบคุมทุกตารางนิ้วของความรู้สึก ทว่ากลไกป้องกันตัวแบบ *Intellectualization* หรือการใช้เหตุผลมากลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่เขากำลังใช้งานอยู่นั้น กลับดูเปราะบางยิ่งกว่ากระจกแผ่นบาง เมื่อญาดายังคงยืนสบตาเขาอยู่ไม่ไกล
ดร.ญาดาไม่ได้ขยับหนี เธอยังคงยืนพิงโต๊ะไม้ตัวใหญ่ มือเรียวบางที่เพิ่งแกล้งจัดเสื้อผ้าเมื่อครู่ลดลงแนบข้างลำตัว ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเขินอายอีกต่อไปแล้ว แต่กลับเต็มไปด้วยความนิ่งลึกที่อ่านยาก—ความนิ่งแบบที่นักจิตวิทยาใช้เวลาสแกนโครงสร้างจิตใจของมนุษย์คนหนึ่งจนทะลุปรุโปร่ง
"คุณควรออกไปได้แล้วค่ะ ดร.ญาดา" สถาปนิกหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อน น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยจนเกือบไร้คลื่นอารมณ์ "งานเอกสารตรงนี้เป็นหน้าที่ของผม ไม่จำเป็นต้องรบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรอกนะคะ... อ้อ หรือว่าคุณติดใจบรรยากาศอับๆ ทึบๆ แบบนี้?"
"ติดใจไหม... ก็ไม่เชิงค่ะ" ญาดายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้กรามของกรวีร์ขบเข้าหากันแน่น "แต่ถ้าฉันไม่เข้ามาคุ้ยหาแบบแปลนโครงสร้างเก่าเมื่อสิบปีก่อนตามที่คุณสั่งให้ลูกน้องไปรื้อ ฉันก็คงไม่ได้เห็น... สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พิมพ์เขียวแผ่นนี้หรอกนะคะ, คุณกรวีร์"
สิ้นคำพูดนั้น นิ้วเรียวของเธอก็แตะลงบนกระดาษเอกสารสีเหลืองกรอบที่เพิ่งดึงออกมาจากแฟ้มเก่าเก็บ มันไม่ใช่แค่แบบแปลนวิศวกรรมธรรมดา แต่เป็นบันทึกข้อความภายในของบริษัทรับเหมาเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อของ 'วิศวกรผู้ควบคุมงาน' เซ็นกำกับไว้ด้วยลายมือที่คุ้นตา—นามสกุลเดียวกันกับเขา แต่อักษรย่อด้านหน้ากลับเป็นชื่อของบิดาผู้ล่วงลับ
บรรยากาศในห้องแคบๆ พลินดิ่งลงสู่ความเงียบงันที่หนักอึ้งทันที
กรวีร์ไม่ได้แสดงอาการตกใจ พฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไปในทางตรงกันข้าม ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าประชิดโต๊ะไม้ตัวนั้นอย่างรวดเร็วจนญาดาต้องผะหนีด้วยสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับชั้นวางเอกสารเหล็กเสียงดังโปร้ง
"ใครอนุญาตให้คุณยุ่งกับของพวกนั้น" เสียงของกรวีร์ต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววกร้าวขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด มันคือความรู้สึกดิบเถื่อนที่ถูกกักขังไว้ด้วยกฎเกณฑ์และเหตุผลมาตลอดชีวิต "เอกสารขยะพวกนั้นมันไม่มีผลอะไรกับงานปัจจุบันทั้งสิ้น ดึงสติแล้วเลิกทำตัวเป็นนักสืบสวนสอบสวนกับเรื่องที่ไม่เข้าเรื่องสักที!"
"เรื่องไม่เข้าเรื่องเหรอคะ?" ญาดาย้อนถามทันควัน น้ำเสียงของเธอไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยสักนิด มีแต่ความเด็ดเดี่ยวในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางจิตใจที่มองทะลุกลไกป้องกันตัวของอีกฝ่าย "คุณกำลังใช้ความเย็นชาและกำแพงสูงลิบลิ่วพวกนี้ ปกป้องเด็กผู้ชายอายุสิบขวบที่ยังติดอยู่ในวันที่พ่อของเขาถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรทางวิศวกรรมใช่ไหมคะ, คุณสถาปนิกโครงสร้างใจแข็ง"
คำพูดนั้นทำเอากรวีร์ชะงักกึก ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดไปเสี้ยววินาที ร่างสูงที่โน้มตัวลงมาคุกคามหยุดนิ่งสนิท ดวงตาที่เคยดุดันแข็งกร้าวไหววูบลงอย่างรุนแรง ราวกับถูกเข็มเล่มเล็กๆ เจาะเข้าที่จุดเปราะบางที่สุดในจิตใจที่เขาพยายามพอกปูนทับถมเอาไว้มานานนับสิบปี
มนุษย์เรามักจะสร้างตึกระฟ้าที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมา เพื่อปิดบังฐานรากที่พังทลาย—และกรวีร์ก็คือตัวแทนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของทฤษฎีนั้น
"คุณไม่รู้อะไรเลย..." กรวีร์พึมพำออกมาเสียงเบาหวิว ความซึนเดระ ปากร้าย และท่าทีเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแบกรับน้ำหนักของความรู้สึกผิดบาปที่ตนไม่ได้ก่อไว้บนบ่า "คุณไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกของการยืนอยู่บนตึกที่คนอื่นบอกว่ามันจะถล่มลงมาทับหัวคุณทุกเมื่อ... มันทรมานแค่ไหน"
ญาดามองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เธอมองเห็นความโดดเดี่ยว ความหวาดกลัว และความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมาเนิ่นนาน ในฐานะนักจิตวิทยา เธอย่อมรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะใช้หลักการทางวิชาการเข้าหักล้าง หรือแม้แต่จะเอ่ยปากปลอบโยนด้วยคำพูดหวานเลี่ยนที่ไร้ความหมาย
ความเจ็บปวดระดับนี้ ไม่ต้องการคำพูดสวยหรู... มันต้องการแค่ "ความเงียบ" ที่เข้าใจ และ "พื้นที่" ที่ปลอดภัย
มือเรียวบางที่เคยถือเอกสาร ค่อยๆ วางลงบนขอบโต๊ะอย่างแผ่วเบา ญาดาไม่1ถอยหนี และไม่รุกไล่ เธอเพียงแค่ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกระทั่งกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเธอเจือปนไปกับกลิ่นฝุ่นและกระดาษเก่าในห้องนั้น
เธอไม่ได้พูดคำว่า "ไม่เป็นไรนะ" หรือ "ฉันเข้าใจคุณ" ออกมา เพราะมันคงฟังดูน่าสมเพชเกินไปสำหรับผู้ชายอย่างกรวีร์ สิ่งที่หญิงสาวเลือกทำคือการยื่นมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนหลังมือหนาที่กำลังกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปนบนโต๊ะไม้
สัมผัสที่อบอุ่นและนุ่มนวลนั้น ทำให้กรวีร์สะดุ้งเล็กน้อย เขาเหลือบมองมือเรียวที่วางทับมือของเขาไว้ ดวงตาสีเข้มฉายแววสับสนระคนประหลาดใจ ปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในหัว
"ถ้าฐานรากมันสร้างด้วยความรู้สึกผิด..." ญาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ แววตาของเธอมองตรงมาที่เขาโดยไม่มีการตัดสินใดๆ ทั้งสิ้น "เราก็แค่วางโครงสร้างใหม่... ด้วยความจริงค่ะ ฉันอยู่ตรงนี้... และฉันจะไม่ปล่อยให้คุณแบกมันไว้คนเดียวหรอกนะคะ"
หัวใจของกรวีร์กระตุกวูบอย่างแรง จังหวะการเต้นของมันรัวเร็วเสียจนเขากลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน ความเย็นชาที่เขาสั่งสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตาภายใต้การเยียวยาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของเธอ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อนเอยคำใดออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอที่เผลอแสดงให้เห็น
*แอ๊ด...*
เสียงประตูห้องเก็บเอกสารที่แง้มปิดอยู่ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืดสลัว
"เฮ้ย กร! นายอยู่ในนี้มั้งวะ... ฉันเดินหาซะทั่ว... อุッ!"
เสียงทุ้มคุ้นเคยของภาคินชะงักก้างค้างกลางอากาศ วิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทเบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อมองเห็นภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งผู้ไม่เคยสนใจใคร กำลังยืนชิดติดโต๊ะโดยมี ดร.ญาดายืนอยู่ตรงกลาง และมือของทั้งคู่... กำลังกุมทับกันอยู่บนกองเอกสารลับที่เป็นชนวนเหตุของเรื่องทั้งหมด!
กรวีร์ดึงมือกลับแทบจะไม่ทัน ใบหน้าคมคายกลับมาตีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาได้ภายในเสี้ยววินาที ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"มีอะไร" กรวีร์เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ภาคินกระพริบตาปริบๆ สลับมองหน้าเพื่อนรักกับนักจิตวิทยาสาวที่มีสีหน้าเรียบเฉยพอกัน ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ แล้วยิ้มแห้งๆ ออกมา
"เอ่อ... คือว่า... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ *กระบวนการเยียวยาจิตใจ* ของพวกนายหรอกนะ..." ภาคินหัวเราะแห้งๆ พลางถอยหลังไปหนึ่งก้าว "แต่พอดี... มีคนสำคัญคนหนึ่งเพิ่งเดินเข้ามาในไซต์งาน และตอนนี้... เขากำลังยืนรอพบ *คุณกรวีร์* อยู่ที่ห้องทำงานส่วนตัว... แถมสีหน้าของเขาก็ดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ด้วยสิ"
กรวีร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที "ใคร?"
ภาคินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงติดลบในพริบตา
"พ่อตาเก่าของนาย... ท่านประธานบริษัทใหญ่วิศวกรรมแห่งชาตินั่นแหละ"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 15
ความลับใต้พิมพ์เขียว
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!