“ถ้าคุณยังมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะถือว่าคุณกำลังละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพของตัวเองนะคะ, สถาปนิกกรวีร์”
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เฉียบคมราคมมีดกรีดลงกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษไขและคราบหมึกพิมพ์แปลนโครงสร้าง ดร. ญาดาถอยหลังไปครึ่งก้าว—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นกลไกการถอยเพื่อตั้งรับระยะห่างที่อันตรายเกินไป ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อยังคงเจือรอยหยُมหยิมของจังหวะลมหายใจที่กระชั้นกระชิดเมื่อครู่ ขณะที่มือเรียวบางยกขึ้นจัดปะพรมเสื้อกาวน์สีขาวของตนให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยของหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมา
ทว่า กรวีร์ไม่มีท่าทีสำนึกผิดเลยสักนิด
สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและตรรกะเหล็กไหล กำลังยืนพิงขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ระเบียบ แขนแกร่งทั้งสองข้างกอดอกไว้หลวม ๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำและเต็มไปด้วยความท้าทาย เขายกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มแบบที่ญาดาอยากจะยกแฟ้มคำนวณโครงสร้างฟาดหน้าเขาสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
“จรรยาบรรณข้อไหนระบุไว้ว่าห้ามมองผู้หญิงที่กำลังก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของผมล่ะครับ, ด็อกเตอร์?” กรวีร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด “คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาในอาณาเขตของผมเอง... แถมยังทำตัวเป็น ‘นักจิตวิทยาจิตป่วน’ ที่ชอบเข้ามาสะกิดปมในใจผมอยู่เรื่อย”
“ฉันไม่ได้สะกิดปม ฉันแค่วินิจฉัยความผิดปกติของพวกกลไกป้องกันตัวแบบ *Intellectualization* ที่คุณใช้ปิดกั้นความรู้สึกต่างหากล่ะคะ!” ญาดาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ ฝีปากกล้าไม่เคยเป็นรองใคร “คนปกติเขาไม่เอาแต่กอดอกแล้วทำหน้าเหมือนคนท้องผูกเวลาที่งานออกแบบคืบหน้าหรอกนะ”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แม้แต่วิศวกรโครงสร้างอย่างภาคินก็ยังต้องยอมยกธงขาว ทว่า... ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงกระแอมกระอักจงใจดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
“อะแฮ่ม! ขอโทษทีนะที่ต้องขัดจังหวะการ ‘วินิจฉัยโรคทางจิตวิทยา’ ของคู่รัก... เอ๊ย! ของเพื่อนร่วมงานคู่นี้”
ภาคินยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกวาดมองสภาพที่ยับเยินนิดหน่อยของทั้งคู่สลับกับโต๊ะทำงานที่เอกสารกระจัดกระจายด้วยความบันเทิงเริงใจสุดขีด
กรวีร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ความเย็นชาแบบฉบับสถาปนิกหนุ่มกลับมาสวมทับใบหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความกระอักกระอ่วน “นายไม่มีงานทำหรือไง, ภาคิน? ถึงได้มาเดินสอดรู้สอดเห็นแถวห้องคนอื่น”
“โอ๊ะ! อย่ามาโบ้ยความผิดให้ฉันนะเพื่อน” ภาคินยักไหล่กวน ๆ เดินลอยชายเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ “ฉันแค่มารายงานความคืบหน้าเรื่องสะพานเชื่อมระหว่างตึก A กับตึก B ที่นายออกแบบไว้ตามหลักวิศวกรรมเป๊ะ ๆ แต่ดูเหมือนว่า... ตอนนี้นายสองคนกำลังสร้าง ‘สะพานเชื่อมความรู้สึก’ อะไรสักอย่างที่มันล้ำเส้นวิศวกรรมไปไกลโขแล้วนะ”
ญาดารู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างกระจกใสที่มองเห็นไซต์งานด้านล่างเพื่อซ่อนความเขินอายที่ถูกจับไล่ทัน ถึงแม้เธอจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมมนุษย์และอ่านใจคนอื่นทะลุปรุโปร่งมานักต่อนัก แต่พอมาเจอสายตาคมกริบของภาคินที่รู้ทันความสัมพันธ์แบบซึน ๆ ระหว่างเธอกับกรวีร์ทีไร เธอก็แทบจะเสียศูนย์ทุกที
“ถ้าไม่มีเรื่องงาน ก็เชิญออกไปได้แล้วครับ โครงสร้างสะพานของผมไม่ต้อนรับวิศวกรว่างงาน” กรวีร์เอ่ยปากไล่อย่างไร้เยื่อใยพลางส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนสนิท
“โหดร้ายมากคุณสถาปนิก แต่เอาเถอะ... ที่ฉันมาเนี่ย เพราะหัวหน้าโครงการเรียกประชุมด่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนวัสดุคานรับน้ำหนักชั้นสาม ญาดา... เธอต้องลงไปดูผลประเมินสภาพจิต
พนักงานฝ่ายปฏิบัติการที่เริ่มมีอาการ Burnout จากเดดไลน์ที่กระชั้นชิดด้วยนะ ไปกันได้แล้วคุณหมอ ปล่อยให้สถาปนิกปากแข็งเขานั่งทบทวนสัจธรรมชีวิตคนเดียวไปก่อนเถอะ”
ภาคินส่งยิ้มกรุ้มกริ่มทิ้งท้ายก่อนจะเดินผิวปากออกจากห้องไป ปล่อยให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าความเงียบครั้งนี้ไม่ได้อึดอัดเหมือนเก่า มันกลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ขยับเข้าใกล้เส้นแบ่งความถูกต้องเข้าไปทุกที
ญาดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายด้วยตำราจิตวิทยาเล่มไหน
“ทำงานให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะค่ะ อย่าหักโหมจนต้องให้ฉันมานั่งวินิจฉัยโรคซึมเศร้าจากการทำงานให้คุณอีกคน” ญาดาเอ่ยเสียงเรียบพยายามรักษามาดนักจิตวิทยาผู้ทรงคุณ
ก่อนจะหมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกไปจากห้อง
ทว่า... สัมผัสอุ่นจัดที่ข้อมือซ้ายก็รั้งเธอไว้ในจังหวะก้าวที่สอง
“เดี๋ยวก่อน, ญาดา”
เสียงเรียกนั้นแผ่วเบากว่าทุกครั้ง ไม่มีท่าทีเย่อหยิ่ง ไม่มีคำพูดกวนประสาท มีเพียงความสั่นไหวเล็กน้อยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม ญาดาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อหันกลับไปสบเข้ากับดวงตาคมที่ฉายแววเวทหาบางอย่างอย่างชัดเจน
“มีอะไรอีกคะ? ฉันต้องรีบลงไป...”
“สะพานที่คุณกับผมกำลังสร้าง... มันรับน้ำหนักความรู้สึกของผมไหวหรือเปล่าครับ?”
คำถามนั้นทิ้งตัวลงกลางความเงียบราวกับค้อนเหล็กหนักอึ้งที่ตอกลงบนรอยต่อของโครงสร้างใจแข็ง กรวีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งในระยะที่ใกล้เสียยิ่งกว่าเดิม ปลายจมูกโด่งคมเฉียบเกือบจะชนกับกลุ่มผมของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มจนสติสัมปชัญญะของนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญพังทลายลงในพริบตา
เขากำลังก้าวข้ามเส้นแบ่ง... และเเองก็รู้ตัวดีว่าเธอเองก็ไม่อยากถอยหลังกลับไปยืนในเขตปลอดภัยอีกต่อไปแล้วเช่นกัน
มือหนาเลื่อนจากข้อมือขึ้นมาประสานเข้ากับฝ่ามือเรียวของเธออย่างแนบแน่น ปลายนิ้วแข็งกระด้างที่ผ่านการจับดินสอเขียนแบบและเครื่องมือช่างมาโชกโชน บีบกระชับมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปกับอากาศ
“ถ้าคุณกล้าพอที่จะข้ามเส้นมา... ผมก็พร้อมจะทุบกำแพงทุกบานทิ้งซะ” กรวีร์กระซิบชิดริมหใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนน่ากลัว “แม้ว่ามันจะพังลงมาทับเราทั้งคู่ก็ตามที”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกผู้ไม่เคยยอมเปิดใจให้ใคร ร่างกายของเธอแข็งค้างราวกับถูกสะกดด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล ขณะที่ริมฝีปากอิ่มกำลังจะอ้าเอื้อนเอ่ยประโยคตอบกลับเพื่อรักษาฟอร์ม
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูกระจกฝ้าที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต
“คุณกรวีร์คะ! แผนกโครงสร้างส่งเอกสารด่วน— อุ๊ย! ตายจริง... ดิฉัน... ดิฉันขอโทษค่ะ!”
เสียงแหลมสูงของเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ ญาดาสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือออกจากกอบกุมของชายหนุ่มทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าสวยเห่อร้อนแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู เธอถอยกรูดออกห่างสามก้าวจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยความลิบลับ
กรวีร์สบถเบา ๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดอย่างที่สุด ดวงตาคมกริบตวัดมองเลขาที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
แต่ก่อนที่ใครจะได้ทันพูดอะไรแก้สถานการณ์... โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของกรวีร์ก็แผדเสียงแผดลั่นทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะติดต่อมาในเวลานี้
*“ท่านประธานบริษัท”*
กรวีร์ขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ เขากดรับสายด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด เสียงปลายสายทุ้มต่ำและเยียบเย็นเอ่ยประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี
*“กรวีร์... หยุดงานโครงการสะพานทั้งหมดเดี๋ยวนี้ มีคนยื่นเรื่องร้องเรียนว่าแบบโครงสร้างของคุณมี ‘ข้อบกพร่องร้ายแรง’ ที่อาจทำให้ตึกถล่มได้!”*
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสะพานความรู้สึกบทนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 19
สะพานเชื่อมความรู้สึก
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!