สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด•ตอนที่ 20

อุปสรรคชิ้นใหญ่จากบอร์ดบริหาร

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำเงินเข้มถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเนื้อหนาด้วยความแรงระดับที่ทำให้แก้วกาแฟเซรามิกสั่นสะเทือน น้ำสีดำเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย เปื้อนกระดาษโน้ตสีเหลืองที่จดเลກคำนวณโครงสร้างไว้อย่างเป็นระเบียบ "พวกเขามันบ้าไปแล้วหรือไง!" เสียงทุ้มต่ำที่อัดแน่นไปด้วยโทสะลอดไรฟันของกรวีร์ดังลั่นห้องประชุมชั่วคราว สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมและยึดมั่นในหลักการทฤษฎีโครงสร้างมาตลอด ตอนนี้เส้นเลือดที่ขมับกำลังเต้นตุบๆ ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาฉายแววคุกกรุ่นราวกับพร้อมจะเผาทุกอย่างให้เป็นจุล ในทางจิตวิทยา มนุษย์เรามักใช้กลไกการป้องกันตัวที่เรียกว่า *Displacement* หรือการเบี่ยงเบนความโกรธไปยังเป้าหมายอื่นเมื่อไม่สามารถจัดการกับต้นตอที่แท้จริงได้ แต่สำหรับกรวีร์ในนาทีนี้ ความโกรธของเขาพุ่งตรงไปที่กลุ่มบอร์ดบริหารผู้ไม่เคยลงมาเหยียบไซต์งานจริงแต่กลับนั่งสั่งการด้วยตัวเลขบนกระดาษอย่างเลือดเย็น "ใจเย็นก่อนน่า กรวีร์" ภาคินที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ยกมือขึ้นยอมแพ้พลางส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนสนิท "บอร์ดเขาไม่ได้บ้า แค่กระเป๋าตังค์เขาแฟบลงเพราะพิษเศรษฐกิจต่างหาก เลิกใช้สายตาพิฆาตมองฉันแบบนั้นเถอะ ฉันแค่วิศวกรผู้น้อยที่รับคำสั่งมาอีกที" "ลดต้นทุนโดยการเปลี่ยนเหล็กเสริมคานรับน้ำหนักจากเกรด A เป็นเกรด C เนี่ยนะ? ถ้านี่คือวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ฉันว่าเราควรเอาวุฒิการศึกษาไปคืนกระทรวงศึกษาธิการซะให้หมด!" กรวีร์กระแทกเสียงใส่ พร้อมกับคว้าแฟ้มโปรજેקטขึ้นมาพลิกดูหน้ากระดาษที่มีรอยปากกาแดงวงทับข้อกำหนดความปลอดภัยที่เขาเคี่ยวเข็ญมาเป็นแรมปี ดร. ญาดา ที่นั่งกอดอกเงียบๆ อยู่ที่มุมห้องมานาน ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาในการกรองอารมณ์ของอีกฝ่าย เธอมองท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงของผู้ชายตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่บาดลึก "คุณกำลังใช้เหตุผลบังหน้าความรู้สึกสูญเสียการควบคุมต่างหากล่ะ คุณกรวีร์" กรวีร์ชะงัก กรามคมขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขากลืนก้อนความหงุดหงิดลงคอแล้วหันขวับมามองหญิงสาวทันที ดวงตาคมคายวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่ถูกจี้จุด "ผมกำลังพูดถึงความปลอดภัยของชีวิตคนนับร้อยที่จะเข้ามาใช้อาคารนี้ ไม่ใช่เรื่องความรู้สึกไร้สาระที่คุณกำลังพยายามวิเคราะห์ ดร.ญาดา" เขาตอกกลับเสียงแข็ง เดินสาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะที่เธอนั่งอยู่ราวกับต้องการกดดันด้วยสรีระที่สูงใหญ่กว่า "ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ ฉันไม่เถียงค่ะ" ญาดาลุกขึ้นยืนอย่างไม่เกรงกลัว เธอสูงไม่ถึงไหล่ของเขาแต่กลับแผ่รังสีความนิ่งสงบที่สามารถสยบพายุอารมณ์ได้อย่างน่าประหลาด เธอก้าวเข้าไปประชิดจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ "แต่ท่าทีที่คุณกำลังอาละวาดใส่ทุกคนในไซต์งานตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยให้โครงสร้างตึกนี้แข็งแรงขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันแค่สะท้อนว่า... คุณกำลังกลัว" "กลัว? ผมเนี่ยนะ?" กรวีร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมก้มลงมองสบตาคนที่กล้าหาญต่อปากต่อคำกับเขาในย่านอันตรายนี้ "สถาปนิกที่ผ่านโปรเจกต์มาเป็นร้อยอย่างผมเนี่ยนะจะกลัวไอ้พวกบอร์ดหน้าเลือดนั่น?" "ไม่ใช่กลัวพวกเขาค่ะ... แต่คุณกลัวว่างานศิลปะที่คุณทุ่มเทจิตวิญญาณลงไป จะต้องมาพังทลายลงเพราะอำนาจเงินต่างหากล่ะ" ญาดาดันแว่นตาของเขาเบาๆ ด้วยปลายนิ้วอย่างถือวิสาสะ การกระทำที่ใกล้ชิดจนเกินขอบเขตนี้ทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "คุณซ่อนความห่วงใยและความใจอ่อนเอาไว้ใต้ท่าทางปากร้ายและเหตุผลร้อยแปด... ฉันอ่านคุณออกหมดแล้ว กรวีร์" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ภาคินที่ยืนเป็นผู้ชมแถวหน้าแอบยกมือขึ้นปิดตาข้างหนึ่งแต่แอบเปิดช่องว่างกว้างเท่ากำปั้นเพื่อดูสถานการณ์ความฟินที่กำลังปะทุขึ้นราวกับมีสباركไฟจุดประกายกลางกองฟาง กรวีร์นิ่งค้างไปชั่ววินาที กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของหญิงสาวลอยเข้าจมูกปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและกลิ่นกาแฟ กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาที่เขาเคยภูมิใจนักหนากลับพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอสายตาคู่ที่รู้ทันของเธอ ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแผ่นหลังของญาดาเกือบจะชิดติดกับชั้นวางเอกสาร ปลายจมูกแทบจะชนกันในเสี้ยววินาทีที่เขาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูเธอ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแต่นิ่งสนิทจนคนฟังหัวใจเต้นผิดจังหวะ "ถ้าคุณฉลาดนัก ทำไมไม่ลองบอกผมหน่อยล่ะ... ว่าผมควรจะจัดการกับ 'ความกลัว' ที่ว่านี้ยังไงดี ด็อกเตอร์?" ญาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังคงรักษาฟอร์มความนิ่งเอาไว้ได้ด้วยการเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล ประsสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวรับรู้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่ายที่โอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ "วิธีง่ายที่สุด... ก็คือการหยุดดื้อรั้น แล้วหันมาร่วมมือกับฉันในการเจรจากับบอร์ดบริหารซะ" เธอกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยมากจนแทบจับไม่ได้ "เพราะถ้าคุณยังรั้นแบบนี้ต่อไป คนที่จะเจ็บปวดที่สุดก็คือตัวคุณเอง... คนปากแข็ง" กรวีร์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดคำว่า 'ปากแข็ง' นั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นมานานภายใต้ความซึนเดระ เขาเตรียมจะอ้าปากเถียงกลับตามนิสัยเดิม ทว่า... *ปัง!* เสียงประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างท้วมของหัวหน้าฝ่ายบัญชีที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด "คุณกรวีร์! ดร.ญาดา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ด้านหน้าไซต์งาน... มีตัวแทนจากกลุ่มทุนใหญ่ที่ซื้อหุ้นโครงการนี้ เดินทางมาตรวจงานแบบไม่แจ้งล่วงหน้า และตอนนี้เขากำลังยืนรอพบพวกคุณอยู่ที่หน้าล็อบบี้แล้วครับ!" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสะพานความรู้สึกบทนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกโครงสร้างใจแข็งกับนักจิตวิทยาปากร้ายในไซต์งานเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%