สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 20

คำสัญญาใต้แสงจันทร์

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"อาจารย์คิดจะแบกรับภาระของสภาเวทมนตร์ทั้งหมดไว้ที่ตัวคนเดียวจริงๆ หรือครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานโบราณ แสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านกระจกสีสเตนกลาสทอดเงายาวทับซ้อนกันบนพื้นหินอ่อน ไอเย็นยะเยือกจากรัตติกาลลอยอบอวลอยู่รอบกาย แต่กลับไม่อาจเทียบเท่ากับความหนาแน่นของพลังเวทที่กดทับบรรยากาศในห้องนี้ให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก เซเลสเต้ชะงักมือที่กำลังหยิบปากกาขนนกขึ้นมาเขียนบันทึก ดวงตาสีอเทตย์คู่สวยไหววูบเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอนั่งหลังตรงสง่างามภายใต้ชุดคลุมสีดำสนิทขอบด้ายเงิน ทว่าร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้รâmตาและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างอดกลั้น ก็ไม่อาจลอดพ้นไปจากสายตาที่ผ่านการวิเคราะห์ด้วยระบบรูนโบราณของผมไปได้ "มันไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องเอาตัวเข้ามาพัวพันด้วย ค일" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยล้าเอ่ยตอบกลับมา "ตราประทับแห่งพันธสัญญาโบราณที่ข้าแบกรับอยู่ มันคือกรรมสิทธิ์ที่ข้าต้องชดใช้... ปล่อยให้มันจบลงที่รุ่นของข้าเถอะ" "ชดใช้? ด้วยการเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่แดนสนธยาเพื่อผนึกประตูมิติที่กำลังจะล่มสลายเนี่ยนะ?" ผมแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อหนาอย่างไม่เกรงกลัวต่อแรงกดดันเวทมนตร์ระดับมหาบัณฑิตที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ "อาจารย์ก็รู้ดีกว่าใครไม่ใช่หรือครับว่า ตราประทับนั่นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใครคนใดคนหนึ่งแบกรับไว้จนตาย... แต่มันถูกออกแบบมาให้ 'แบ่งปัน' ต่างหาก" [แจ้งเตือนระบบรูนโบราณ: ตรวจพบความผันผวนของมานาในร่างกายของเป้าหมาย (เซเลสเต้) เกินขีดจำกัด 85% ความเสียหายต่อเส้น2ประสาทเวทมนตร์อยู่ในระดับวิกฤต แนะนำให้ดำเนินการเจรจาหรือใช้คาถาประสานจิตเพื่อลดภาระในทันที] หน้าต่างสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังย้ำเตือนในโสตประสาทของผมอย่างต่อเนื่อง ผมปัดมือปิดหน้าต่างนั้นทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ เพราะในตอนนี้ สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าข้อมูลตัวเลขบนหน้าจอ คือแววตาที่สั่นระริกของหญิงสาวตรงหน้า เซเลสเต้เงยหน้าขึ้นสบตาผม เปลือกตาของเธอกระพริบช้าๆ ราวกับประหลาดใจในความดื้อรั้นของเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกศิษย์คนโปรด "เธอไม่เข้าใจหรอก ค일..." เธอทอดถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายลมหายใจสุดท้ายของเทียนไขที่กำลังจะมอดดับ "ความมืดมิดที่อยู่เบื้องหลังตราประทับนี้ มันกัดกินทั้งความทรงจำและจิตวิญญาณ... ข้าไม่อยากให้เธอก้าวเข้ามาแปดเปื้อนกับเรื่องโสโครกเหล่านี้" ผมหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายจางๆ ของดอกลาเวนเดอร์และตำราเก่าๆ ลอยแตะจมูก เป็นกลิ่นเอกลักษณ์ของเซเลสเต้ที่ผมคุ้นเคยมาตลอดหลายเดือนในการศึกษาเวทมนตร์โบราณร่วมกัน ผมเอื้อมมือออกไปช้าๆ ไม่ได้ใช้เวทมนตร์ ไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมใดๆ มีเพียงแค่ความจริงใจที่สะท้อนผ่านปลายนิ้วที่แตะลงบนหลังมือเรียวบางที่กำลังเย็นเฉียบของเธอ เซเลสเต้สะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้ดึงมือกลับ "ผมอาจจะไม่ได้ฉลาดล้ำเลิศจนเข้าใจทุกเรื่องในประวัติศาสตร์เวทมนตร์ของโลกใบนี้..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ทุกถ้อยคำถูกกลั่นกรองออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง "แต่อาจารย์ก็รู้ดีว่า ผมไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ยอมยืนดูคนสำคัญต้องแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาหรอกนะครับ" ดวงตาสีอเทตย์คู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายของอาจารย์สาวเกร็งขึ้นก่อนจะค่อยๆ คลายลง ความเยือกเย็นและกำแพงหนาที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกภายนอกค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ผ่านสัมผัสอุ่นจากมือของผม "ทำไม... ถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยล่ะ?" เสียงของเธอดังแผ่วเบaจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมหนาวด้านนอก "ทั้งที่เธอกำลังไปได้สวยกับสถาบัน... มีอนาคตที่สดใสรออยู่..." "เพราะอนาคตที่ไม่มีอาจารย์อยู่ด้วย มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลยสิครับ" ผมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่อดีตนักปรุงยาอย่างผมจะมอบให้ใครได้ "จำคำสัญญาที่เราให้ไว้ในห้องวิจัยใต้ดินเมื่อสามเดือนก่อนไม่ได้แล้วหรือครับ? ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะยากลำบากแค่ไหน หรือมีอุปสรรคระดับมหันตภัยรออยู่ เราจะไขปริศนารูนโบราณนั้นไปด้วยกันไม่ใช่หรือครับ" เซเลสเต้เม้มริมฝีปากแน่น หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวยอย่างสะกดกลั้นไม่อยู่ นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ผมทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ที่ได้เห็นอาจารย์ผู้เกรียงไกรและเย็นชาแสดงมุมที่เปราะบางที่สุดออกมา เธอยอมรับความช่วยเหลือจากผมแล้ว... ผมขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ก่อนจะค่อยๆ นั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นหินอ่อน เพื่อให้สายตาของเราอยู่ในระดับเดียวกัน มือข้างหนึ่งยังคงกุมมือของเธอไว้แน่น ถ่ายทอดไออุ่นและพลังชีวิตเข้าไปทีละน้อย เพื่อช่วยลดภาระการกดทับของมานาในร่างกายเธอ "ฝากภาระหนักอึ้งเหล่านั้นไว้ครึ่งหนึ่งให้ผมเถอะนะครับ" ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ปล่อยให้ผมได้ยืนเคียงข้าง และปกป้องอาจารย์ในยามที่เปราะบางที่สุดบ้างเถอะครับ เซเลสเต้" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความผูกพัน ความเข้าใจ และคำสัญญาที่ไร้ซึ่งเงื่อนไข เซเลสเต้หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาตามแก้มเนียน ก่อนที่มุมปากของเธอจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ—รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในโลกเวทมนตร์แห่งนี้ "เด็กดื้อเอ้ย..." เธอพึมพำเสียงสั่น ก่อนจะกระชับมือตอบกลับมาแน่นขึ้น "ตามใจเธอ... ถ้าอย่างนั้น เรามาลองแบกรับมันไปด้วยกันดูสักตั้งสิ ค일" [แจ้งเตือนระบบรูนโบราณ: ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ 'พันธสัญญาแห่งจิตวิญญาณคู่ขนาน' สำเร็จ! ค่าความสัมพันธ์กับตัวละครหลัก (เซเลสเต้) เลื่อนระดับสู่ขั้นสูงสุด 'พิทักษ์นิรันดร์'] [คำเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนาขนาดมหึมา กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตอาคมของหอคอยโบราณในรัศมี 500 เมตร... แหล่งกำเนิด: ไม่ทราบแน่ชัด... ระดับอันตราย: ภัยพิบัติระดับ SSS!] เสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นกระชั้นชิดในหัว พร้อมกับแสงจันทร์สีนวลภายนอกหน้าต่างที่จู่ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต แรงสั่นสะเทือนมหาศาลระลอกหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านอาคมป้องกันของหอคอยเข้ามาจนกระจกสเตนกลาสแตกละเอียด! เซเลสเต้ลืมตาโพรงขึ้นทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายความเด็ดเดี่ยวและคมกริบ เธอดึงมือกลับและลุกขึ้นยืนพร้อมกับตวัดมือเรียกคถาประจำตัวออกมาในพริบตา "ดูเหมือนว่า... มันจะไม่รอให้เราได้พักผ่อนกันนานนักหรอกนะ ค일" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ! - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%