คราบเขม่าสีดำบนตำราเวทโบราณเล่มหนาไม่ได้เกิดจากไฟ หากแต่มันคือร่องรอยการสลายตัวของมานาที่ถูกใช้งานเกินขีดจำกัดจนเผาไหม้หน้ากระดาษให้กลายเป็นผงถ่าน
"เธอไม่ได้กำลังปกป้องสถาบันนี้... เซเลสเต้" ผมเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของอาจารย์สาวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสมุนไพรแห้งและหมึกเวท
เซเลสเต้ชะงักมือที่กำลังรินชาคาโมมายล์ กลิ่นหอมกรุ่นลอยขึ้นมาตัดกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว เปลือกตาบางสีมุกปิดลงชั่วพริบตาก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาสีฟ้าครามคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาและห่างเหินเหมือนวันแรกที่พบกันอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า... ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับร้อยปี
"เธอฉลาดเกินไปแล้วนะ ค일" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลกว่าปกติ ทว่าแหบพร่าเล็กน้อยราวกับคน3ที่แบกรับก้อนหินหนักอึ้งไว้บนบ่า "บางครั้ง... การรู้มากเกินไปในสถานที่แห่งนี้ อาจไม่ได้ทำให้เธอปลอดภัยขึ้นเลย"
"แต่การไม่รู้อะไรเลยในขณะที่กำลังมีคนจ้องจะเอาชีวิตอาจารย์ มันทำให้ผมหงุดหงิดยิ่งกว่าครับ" ผมวางแผ่นศิลาจารึกรูนโบราณที่เพิ่งถอดรหัสเสร็จลงบนโต๊ะไม้โอ๊ก เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องไปทั่วห้อง "ร่องรอยพลังเวทในเขตอาคมชั้นนอกเมื่อคืนไม่ใช่ฝีมือของจอมมารฝึกหัด แต่มันคือรูปแบบเวท 'เพลิงกัลป์นิรันดร์' ซึ่งเป็นศาสตราวุธประจำตระกูลขุนนางชั้นสูงแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์... ตระกูลเดียวกับที่เคยถูกกวาดล้างข้อหาหารือกับความมืดเมื่อสิบปีก่อน"
บรรยากาศภายในห้องราวกับถูกแช่แข็งในทันที
เซเลสเต้ไม่ได้ปฏิเสธ เธอนั่งลงบนเก้าอี้พนักพิงสูง ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสถ้วยชาอุ่นๆ แต่มิได้ดื่มมัน สายตาทอดยาวผ่านหน้าต่างกระจกสีที่สะท้อนภาพแสงจันทร์ยามค่ำคืนของสถาบันเวทมนตร์
"สิบปี... นานพอที่ผู้คนจะลืมเลือนเรื่องราวเน่าเฟะของราชสำนัก แต่มันไม่นานพอที่จะลบเลือนรอยแผลเป็นบนแผ่นหลังของฉันหรอกนะ ค일" เซเลสเต้เอ่ยเสียงแผ่วเบา เธอยกมือขึ้นปลดกระดุมปกคอเสื้อเชيرสีขาวด้านบนออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีเงินยวดยาวพาดผ่านผิวเนียนนุ่มบริเวณหัวไหล่ รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากดาบธรรมดา แต่มันมีลวดลายของรูนพันธนาการที่ยังคงเปล่งแสงสีแดงจางๆ ทุกครั้งที่ชีพจรเต้น
ระบบแจ้งเตือนรูนโบราณในหัวผมส่งเสียงเตือนถี่รัวทันที
*[แจ้งเตือน: ตรวจพบร่องรอยเวทมนตร์ต้องห้าม "พันธนาการโลหิตแห่งราชันย์"*
*ระดับอันตราย: สูงสุด (Class S)*
*สถานะ: กำลังถูกกระตุ้นจากภายนอกเขตอาคม]*
"นั่นคือโซ่ตรวนที่พวกเขาใช้ล่ามฉันไว้ในอดีต" เซเลสเต้กล่าวต่อโดยไม่หลบสายตา "ฉันไม่ได้เป็นเพียงอาจารย์สอนวิชาเวทโบราณธรรมดา... แท้จริงแล้ว ฉันคือ 'ผู้กFค0น' คนสุดท้ายแห่งหอคอยดาราคราส หน้าที่ของฉันคือการเฝ้าระผนึกประตูมิติที่เชื่อมต่อกับแดนสนธยา แต่ทว่า... คนในสภาสูงของอาณาจักรกลับต้องการใช้พลังของประตูนั้นเพื่อครอบครองโลกเวทมนตร์ พวกเขาใส่ร้ายฉัน หาว่าฉันเป็นผู้ทรยศ และกวาดล้างทุกคนในตระกูลเพื่อปิดปาก"
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว "ถ้าพวกเขาต้องการพลังของประตูมิติ ทำไมอาจารย์ถึงหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้? ที่นี่เปิดโล่งเกินไปสำหรับการซ่อนตัวจากอำนาจระดับประเทศ"
"เพราะที่นี่มี 'หัวใจแห่งปฐพี' ซ่อนอยู่ใต้รากแก้วของต้นไม้โบราณ" เซเลสเต้ยิ้มเศร้าๆ "และที่สำคัญที่สุด... ที่นี่คือที่เดียวที่พวกมันไม่กล้าส่งกองกำลังเข้ามาตรงๆ เพราะเกรงใจผู้อำนวยการ... แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าข้อตกลงลับระหว่างสภาสูงกับสถาบันกำลังจะพังทลายลงแล้ว"
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับสายลมกรรโชกแรงที่พัดพาเอาฝุ่นผงสีดำเข้ามาในห้อง เศษแก้วลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะหยุดนิ่งด้วยพลังจิตอันมหาศาล
เงาร่างสามร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นบนขอบหน้าต่าง ใบหน้าของพวกเขาสวมหน้ากากอนูบิสสีทองอร่าม แววตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่เราทั้งสองด้วยจิตสังหารที่เข้มข้นจนหายใจไม่ออก
"พบเป้าหมายแล้ว... อดีตนักโทษแห่งหอคอยดาราคราส และ... เจ้าหนูนักปรุงยาผู้รู้วงจรเวทมากเกินไป" เสียงแหบแห้งราดรดด้วยพิษร้ายดังลอดจากหน้ากากทองคำ
เซเลสเต้ลุกขึ้นยืนทันที มานาสีครามเข้มระเบิดออกจากร่างของเธอจนข้าวของในห้องสั่นสะเทือน เธอยกมือขึ้นสร้างดาบแสงเวทมนตร์โบราณขึ้นมาในกำมือ "ค일 ถอยไปซะ! พวกมันไม่ใช่ลิ่วล้อกระจอกเหมือนที่ผ่านมา!"
ผมไม่ได้ถอยตามที่เธอบอก มือขวากระชับขวดแก้วบรรจุสารละลายปฏิกิริยารูปลักษณ์แปลกตาที่เพิ่งปรุงเสร็จเมื่อตอนเย็นขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นอย่างใจเย็น
"อาจารย์ครับ... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผมเคยยอมเป็นผู้ชมนั่งดูเฉยๆ ในเวลาเรียน?" ผมเอ่ยพร้อมกับดีดนิ้วเบาๆ รูนป้องกันรอบห้องที่ผมแอบสลักไว้บนพื้นไม้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาเริ่มเรืองแสงสีทองอร่ามขยายอาณาเขตปิดกั้นทันที "อีกอย่าง... การที่พวกมันบุกเข้ามาในห้องของผมในยามวิกาลแบบนี้ ถือเป็นการละเมิดกฎของหอพักนักเรียนอย่างร้ายแรง... ผมในฐานะนักเรียนตัวอย่าง คงต้องขออนุญาต 'สั่งสอน' พวกมันสักบทเรียนแล้วล่ะครับ"
ทว่า ก่อนที่ผมจะได้ขว้างขวดโพชั่นออกไป พื้นห้องเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของพวกมือสังหาร พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังมาจากก้นบึ้งของมิติอันมืดมิด
*[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]*
*ตรวจพบการปลุก "ราชาแห่งแดนสนธยา" นอกเหนือจากบันทึกประวัติศาสตร์*
*เงื่อนไขการรอดชีวิต: 0.01%*
มือสังหารในชุดคลุมสีดำไม่ได้หวาดกลัว กลับคุกเข่าลงพร้อมกัน ร้องประสานเสียงด้วยความเคารพอย่างสูงสุด "ยินดีต้อนรับการกลับมา... องค์มหาจอมมารผู้เป็นนาย!"
เงาสูงตระหง่านร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวพ้นรอยแยกมิติออกมา ดวงตาสสีแดงฉานคู่โตจ้องมองมาที่เซเลสเต้ด้วยความกระหายใคร่รู้ ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่ผม พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่สลักไว้บนใบหน้าไร้ผิวหนัง... ใบหน้าที่ผมจำได้แม่นจากตำราบันทึกสงครามโบราณ
*...ต...ตัวตนที่ควรจะถูกผนึกไปเมื่อสามพันปีก่อน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน?!*
--------------------------------------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
- อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 19
อดีตที่ถูกซ่อนไว้ของเซเลสเต้
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!