“หยุดความคิดที่จะสังหารตัวตนเดิมเสียเถอะ เพราะเจ้าก็รู้อยู่เต็มอกว่าเงาที่ไร้ร่างย่อมไม่มีวันดับสูญด้วยคมดาบเพียงเล่มเดียว”
ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ในขณะที่ปลายดาบสีนิลนั้นบาดลึกลงบนผิวเนื้อจนหยดเลือดสีสดไหลรินลงมาตามลำคอ ความเย็นเยียบจากคมดาบที่ส่งผ่านมาจากร่างแยกของผมเองมันช่างน่าขนลุก นี่ไม่ใช่เวทเงาทั่วไป แต่มันคือศาสตร์มืดแขนง ‘จิตสะท้อน’ ที่ผมเคยอ่านเจอในตำราต้องห้ามของหอสมุดหลวง
เจ้าเงาสีดำเบื้องหลังยิ้มเยาะ มันมีใบหน้าที่เหมือนผมทุกประการ หากแต่ดวงตาของมันกลับว่างเปล่าและลึกโหลราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง “ความรอบคอบของเจ้าคือเกราะกำบังชั้นดี แต่ทว่า... ในโลกของเวทมนตร์ พลังที่ไม่มีวันหมดสิ้นย่อมอยู่เหนือกว่าความฉลาดที่กำลังจะดับแสง”
ผมหลับตาลงนิ่งสงบ สัมผัสถึงมวลมานาที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศรอบกาย ในวินาทีที่ผมต้องเผชิญหน้ากับความตาย ผมกลับเลือกที่จะไม่ขยับกายหนี แต่กลับรวบรวมสมาธิไปยังรูนโบราณที่สลักไว้บนปลอกแขนฝังมุก ซึ่งผมแอบติดตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้
*‘เป้าหมายคือการทำลายวงจร ไม่ใช่ทำลายตัวตน’* ผมเตือนตัวเองในใจ
ทันใดนั้น เซเลสเต้ที่ยืนอยู่ห่างออกไปก็ตวัดไม้กายสิทธิ์ของเธอเป็นวงกลม แสงสีเงินยวงแผ่ซ่านออกจากร่างของเธอราวกับระลอกคลื่นในมหาสมุทร เธอไม่ได้เข้าโจมตีเงาตัวนั้น แต่เธอกำลังสลายพลังงานมานาที่คอยพยุงร่างของมันเอาไว้ “ไค! ตัดการเชื่อมต่อด้วยรูนธาตุสุญญากาศเดี๋ยวนี้!”
ผมไม่รอช้า ร่ายมนตร์กำกับอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วสัมผัสที่รูนบนปลอกแขน อักขระสีทองโบราณส่องสว่างวาบไปทั่วบริเวณ “จงสูญสิ้น ความว่างเปล่าคือจุดจบของทุกสรรพสิ่ง—รูนสุญญากาศ!”
เงาสีดำกรีดร้อง เสียงของมันเหมือนกระจกที่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของมันบิดเบี้ยวและสลายตัวกลายเป็นไอหมอกสีจางๆ ก่อนจะจางหายไปในความมืดมิดของหอคอย บอสใหญ่ที่เคยดูไร้เทียมทานในตอนแรก บัดนี้เหลือเพียงความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไปทั่วสถาบันมหาเวท
ผมทรุดเข่าลงกับพื้น หอบหายใจแรง พลังมานาในร่างกายของผมแทบจะแห้งเหือด ทันใดนั้น หน้าต่างระบบโปร่งใสก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจหลัก 'การล่มสลายของจิตมืด' สำเร็จสมบูรณ์]
[ได้รับรางวัล: แต้มค่าสถานะ +50, ทักษะ 'จิตสัมผัสเงา', และปลดล็อกความทรงจำที่หายไปของผู้ก่อตั้งสถาบัน]
ผมมองดูข้อความเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มที่ฝืนทำออกมา เซเลสเต้เดินเข้ามาใกล้ เธอวางมือบนไหล่ผมอย่างแผ่วเบา ความเย็นจากฝ่ามือของเธอมันช่างอบอุ่นเหลือเกินในเวลานี้ เธอไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพียงแต่สายตาที่เธอมองมานั้นมันแฝงไปด้วยความโล่งใจที่ปิดไม่มิด
“เธอทำได้ดีมาก ไค... ต่อจากนี้ สถาบันจะกลับมาเป็นที่ที่ปลอดภัยอีกครั้ง” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ฟังดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
ทว่า ขณะที่ความสงบสุขกำลังจะกลับคืนมา ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกลับแล่นเข้ามาในหัวของผม พื้นดินที่ผมนั่งอยู่กลับสั่นไหวเบาๆ และเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ควรจะปิดตัวลงไปแล้ว กลับดังขึ้นมาอีกครั้งด้วยโทนเสียงที่ผิดปกติ
[คำเตือนระบบระดับวิกฤต: ตรวจพบตัวตนที่สามในเขตพื้นที่ปิดผนึก...]
[ภารกิจลับระดับ SSS: 'ความลับของอาจารย์' ถูกเปิดใช้งานแล้ว]
ผมเงยหน้าขึ้นมองเซเลสเต้ ที่จู่ๆ ก็ชะงักไป ดวงตาของเธอไม่ได้มองมาที่ผม แต่กลับมองไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหลัง พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อนในตลอดระยะเวลาที่เป็นลูกศิษย์ของเธอ
“ไค... เธอคิดจริงๆ หรือว่าการกำจัดเงาของเธอเพียงคนเดียว จะสามารถหยุดยั้งสิ่งที่ฉันวางแผนไว้มานานนับร้อยปีได้?” เธอหันกลับมามองผม แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความลึกลับที่ผมไม่อาจหยั่งถึง ก่อนที่แสงสีม่วงประหลาดจะปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเธอ และผนังห้องโถงด้านหลังผมก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นบางสิ่งที่สั่นคลอนความเชื่อทั้งหมดของผมที่มีต่อสถาบันแห่งนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมจนถึงตอนนี้ครับ
อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 27
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!