"หลบไปข้างหลังผมครับ อาจารย์เซเลสเต้!"
เสียงตะโกนของผมดังแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง บอสระดับตำนาน 'อสูรเกราะศิลาทมิฬ' ก้าวเท้าเหยียบผืนดินจนแตกละเอียด พลังเวทสีม่วงเข้มแผ่พุ่งออกมาจากรอยร้าวบนตัวมันราวกับลาวาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เซเลสเต้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผมไม่ถอยหนี เธอเพียงแต่ปัดปอยผมสีเงินที่ปรกใบหน้าเรียวสวยออกช้าๆ ดวงตาสีฟ้าครามของเธอยังคงนิ่งสงบดุจน้ำแข็ง แต่ในแววตานั้นกลับมีประกายความเชื่อมั่นบางอย่างที่ส่งผ่านมาถึงผม
"ค일... ถ้าหากนายกะจังหวะพลาดเพียงเสี้ยววินาที ทั้งฉันและนายจะกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นในวิหารแห่งนี้" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าทรงพลัง
"ผมไม่ปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นหรอกครับ เพราะผมคำนวณไว้หมดแล้ว" ผมยิ้มมุมปาก พลางกดนิ้วลงบนหน้าต่างระบบโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ระบบแจ้งเตือนสีฟ้าสดใสเลื่อนผ่านสายตา: **[วิเคราะห์โครงสร้างรูน: พบจุดอ่อนที่แกนกลางระดับ 98.4%!]**
ผมไม่ได้รอกระบวนท่าถัดไปของบอส ผมรีบหยิบขวดน้ำยาที่ปรุงขึ้นเองจากกระเป๋ามิติ กระดกเข้าปากจนหมดสิ้น ของเหลวเย็นเฉียบไหลลงสู่ลำคอ กระตุ้นวงจรเวทในร่างกายให้หมุนวนรวดเร็วขึ้นเป็นเท่าตัว ผมร่ายเวท 'โซ่ตรวนรูนศิลา' ออกไปทันที พลังเวทธาตุดินรวมตัวกันเป็นโซ่หนาพันธนาการขาของอสูรยักษ์ไว้แน่น มันพยายามดิ้นรนจนพื้นหินรอบข้างระเบิดออก แต่โซ่ของผมถูกตรึงไว้ด้วยหลักการคณิตศาสตร์เวทมนตร์ที่ไร้ช่องโหว่
"ตอนนี้แหละครับ เซเลสเต้!"
อาจารย์สาวไม่รอช้า เธอรวบรวมมานาไว้ที่ปลายพู่กันเวทมนตร์ ลวดลายโบราณสีทองอร่ามหมุนวนรอบตัวเธอจนเกิดเป็นวงเวทขนาดยักษ์ "บทเพลงแห่งจุดจบ... ปฐมบทแห่งความว่างเปล่า!"
นั่นคือเวทมนตร์ที่ผมเฝ้ารอ... การประสานพลัง!
ผมไม่ได้ปล่อยให้เวทของเธอทำงานเพียงลำพัง ผมแทรกกระแสมานาของตนเองเข้าไปในวงเวทของเธอ รูนโบราณที่ผมอ่านค่าได้จากตำราลับในห้องสมุดต้องห้ามถูกนำมาจัดเรียงใหม่ในเสี้ยววินาที ผมกลายเป็นตัวกลางที่ช่วย 'จูน' พลังมหาศาลของเซเลสเต้ให้พุ่งตรงไปยังจุดอ่อนเดียวของบอสได้อย่างแม่นยำดุจเข็มเย็บผ้า
แสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วโถงวิหาร เสียงคำรามของอสูรเงียบหายไปในทันใด เหลือเพียงเสียงมานาที่เสียดสีกันจนเกิดประกายไฟ สายน้ำวนแห่งเวทมนตร์พุ่งทะลวงผ่านเกราะศิลาทมิฬที่ไม่มีใครทำลายได้ เข้าไปปะทะกับแกนกลางสีดำสนิทภายในร่างของมันโดยตรง
*เปรี้ยง!*
ร่างของอสูรยักษ์แตกสลายกลายเป็นละอองทรายสีเทาหม่น มันไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้องขอชีวิตด้วยซ้ำ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมวิหารอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของพวกเราสองคน
"เราทำได้..." เซเลสเต้พึมพำ เธอทรุดเข่าลงเล็กน้อย มือเรียวบางพยายามยันพื้นไว้ ผมรีบพุ่งเข้าไปประคองเธอไว้ในอ้อมแขน กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของเธอยังคงทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะเสมอแม้ในยามศึกสงคราม
"เป็นเพราะคุณที่เชื่อใจผมต่างหากครับ" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางสำรวจบาดแผลตามตัวเธอด้วยความเป็นห่วง
ทว่า ทันใดนั้น... ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลก็แล่นเข้าสู่สมองของผม เสียงแจ้งเตือนจากระบบไม่ได้หายไปเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และสั่นไหวอย่างรุนแรงจนน่าใจหาย
**[คำเตือนระดับสูงสุด: ตรวจพบการบิดเบือนของมิติ!]**
**[แจ้งเตือน: บอสที่ถูกกำจัด ไม่ใช่ 'บอสตัวจริง' ของดันเจี้ยนแห่งนี้]**
ผมชะงักกึก สายตาเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากละอองทรายที่ควรจะสลายไป มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลัง 'รวมร่าง' เข้ากับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเงาของเซเลสเต้... ใช่แล้ว ในเงาของเธอ!
หญิงสาวในอ้อมแขนผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดั่งเลือด พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหยียดหยามและเย็นชาเกินกว่าที่อาจารย์สาวผู้อ่อนโยนจะทำได้
"ขอบใจมากนะ ที่ช่วยปลดปล่อยพลังที่ถูกผนึกไว้..." เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงของเซเลสเต้ แต่เป็นเสียงแหบพร่าที่คุ้นหูอย่างประหลาด เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวผม พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้ผมขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
คมดาบเงาสีดำจ่อเข้าที่คอหอยของผมจากด้านหลัง และนั่นไม่ใช่ใครอื่น... มันคือเงาของผมเองที่ก้าวออกมาจากพื้นดิน!
หวังว่าตอนที่ 26 นี้จะถูกใจนักอ่านทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอครับ อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม•ตอนที่ 26
การประสานประสานเวทมนตร์ไร้พ่าย
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบจอมมารฝึกหัดด้วยคาถารักฉบับผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!